พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 841 เงื่อนไขเหล่านี้ไม่คู่ควรเธอ
ตอนที่ 841
เงื่อนไขเหล่านี้ไม่คู่ควรเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะถามว่าทำไม แต่หลังจากเห็นสีหน้าของซ่งโมโม่เธอก็เข้าใจได้
นอกจากนี้เธอไม่ได้คิดให้รอบคอบมาก่อน
เธออยากจะพูดช่วยซ่งโมโม่เพื่อไม่ให้เรื่องนี้กระทบต่อความภาคภูมิใจในตัวเองของซ่งโมโม่ แต่จู่ ๆ ซ่งฉิงก็พูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้น เธอมาเรียนกับอาจารย์ที่สตูดิโอ แล้วอาจารย์จะจ่ายเงินเดือนให้เธอเอง แค่เธอช่วยอาจารย์ทำความสะอาดสตูดิโอก็พอ”
ซ่งโมโม่ได้ยินเช่นนั้นแต่ในใจกลับไม่ได้รู้สึกมีความสุข
แม้ว่าเงื่อนไขนี้จะน่าดึงดูดมาก แต่ซ่งโมโม่กลับรู้สึกว่าเงื่อนไขเหล่านี้ไม่คู่ควรเธอ
โดยธรรมชาติแล้วเธอไม่ต้องการสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ
ทว่าเธอไม่อยากละทิ้งงานออกแบบ ซ่งฉิงเป็นถึงนักออกแบบยอดฝีมือ ทำไมจะต้องมาปรับตัวเข้ากับเธอด้วย?
ซ่งโมโม่ตกอยู่ในความสับสน
เธอไม่รู้ว่าเธอจะต้องทำอย่างไร
หลังจากนั้นไม่นานซ่งโมโม่ก็พูดขึ้นว่า “อาจารย์คะ หนูยังไม่จ่ายค่าฝึกสอนให้อาจารย์เลยค่ะแล้วหนูจะไปรับเงินจากอาจารย์ได้ยังไงคะ? หนูว่าแค่ใช้เวลาว่างมาเรียนรู้เพิ่มเติมก็น่าจะได้นะคะ”
ซ่งฉิงรู้ว่าซ่งโมโม่กำลังประสบปัญหา
ดังนั้นเธอก็เปลี่ยนวิธีการ
“เงินที่อาจารย์ให้เธอ ไม่ได้ให้ฟรี ๆ สักหน่อย อาจารย์มีเงื่อนไข”
“เงื่อนไขอะไรเหรอคะ?” ขอแค่เธอได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ซ่งโมโม่ก็มีความสุขมากแล้ว
นี่ถึงกับให้โอกาสเธอออกแบบ ซ่งฉิงจึงถือได้ว่าเป็นผู้มีพระคุณของเธอ
“หลังจากเธอฝึกเสร็จ เธอจะต้องเซ็นสัญญากับสตูดิโอฉันเป็นเวลาสิบปี ฉันลงทุนลงแรงไปมากจะไม่ยอมให้เธอย้ายงานเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีค่าปรับที่เธอไม่น่าจะจ่ายไหว เพราะงั้นตอนนี้เธอทำใจให้สบายแล้วยอมรับมันไปเถอะ” ซ่งฉิงพูดระบุเงื่อนไขของเธอ
มันค่อนข้างสมเหตุสมผลและง่ายที่ซ่งโมโม่จะยอมรับ
“อย่าพูดว่าสิบปีเลยค่ะ หนูจะอยู่รับใช้สตูดิโอของอาจารย์ไปตลอดชีวิต” ซ่งโมโม่มีความสุขมากหลังจากได้รับการยอมรับจากซ่งฉิง
เมื่อนึกถึงซ่งฉิงและเปรียบเทียบกับเงื่อนไขของตัวเองก่อนหน้านี้ เธอก็พบว่ามันดีมากจริง ๆ
เพราะฉะนั้นซ่งโมโม่จะปฏิเสธได้อย่างไร?
ซ่งฉิงส่ายหัว “อย่าเพิ่งพูดไป นี่คือเงื่อนไขของฉัน ถ้าเธอเห็นด้วยพรุ่งนี้ฉันจะส่งตำแหน่งที่ตั้งสตูดิโอให้”
ตอนนี้ซ่งโมโม่ยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เธอเคยเห็นมาหลายคนแล้วที่อยากย้ายไปสตูดิโอที่ดีกว่า ใครจะอยากมาทนอยู่กับสตูดิโอเล็ก ๆ
ยิ่งปีนป่ายขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ ความทะเยอทะยานก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ซ่งฉิงสอนนักเรียนมาหลายปีและเธอยอมเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร ๆ
“ฉันเห็นด้วยค่ะอาจารย์” ซ่งโมโม่พยักหน้าทันที
อย่างน้อยเงื่อนไขที่ซ่งฉิงเสนอมาก็ทำให้ซ่งโมโม่รู้สึกสบายใจมากขึ้น
พลางคิดในใจว่าเธอรู้สึกขอบคุณซ่งฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างมาก
การได้ทำตามความฝันทำให้ซ่งโมโม่รับรู้ได้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาดึงเธอออกมาจากหุบเหวและมองความหวังให้กับชีวิตของเธอ
ซ่งโมโม่คิดว่าถ้าหลังจากนี้เธอพอจะมีฝีมือบ้างแล้ว เธอจะตอบแทนน้ำใจซ่งฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างดี
หลังจากสรุปข้อตกลงแล้ว ซ่งโมโม่ก็จะเข้าไปเรียนรู้กับซ่งฉิงและกลายเป็นสมาชิกของสตูดิโออย่างเป็นทางการ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียใจที่ตนไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่ถึงอย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พอใจที่สามารถหาคนมาตอบสนองความต้องการของซ่งฉิงได้
กระทั่งกินอาหารเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไปส่งซ่งโมโม่และไปส่งซ่งฉิงที่โรงแรม
ซ่งโมโม่ค่อนข้างตอบโจทย์กับความต้องการของซ่งฉิง ดังนั้นคืนนี้ซ่งฉิงจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
พอเห็นเธออารมณ์ดี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มีความสุข
จากนั้นเธอก็ถามว่า “แม่ทูนหัว ช่วงนี้ได้ติดต่อกับ แม่อวี้เฉิงบ้างมั้ยคะ?”
“ไม่นะ เกิดอะไรขึ้น? ตั้งแต่แม่ย้ายออกมาจากที่นั่น อวี๋เหยียนก็ไม่ได้ติดต่อแม่มาเลย สงสัยน่าจะยังโกรธอยู่ ทำไม มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” ซ่งฉิงถามด้วยความเป็นกังวล
โดยธรรมชาติแล้วเธอไม่อยากไปรบกวนบ้านเก่าของตระกูลมู่มากนัก
แม้ว่าเธอกับลิ่นอวี๋เหยียนจะเป็นเพื่อนกันก็ตาม แต่เธอก็เข้าใจดีว่าตอนนี้มันแตกต่างไปจากอดีต
เธอกับลิ่นอวี๋เหยียนไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก จากนั้นก็เล่าเรื่องความผิดปกติเกี่ยวกับลิ่นอวี๋เหยียนให้ซ่งฉิงฟัง
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ซ่งฉิงก็ขมวดคิ้วแล้วถามว่า “มีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า?”
“หนูก็คิดว่างั้นค่ะ อวี้เฉิงไปตามสืบแล้ว น่าจะรู้สาเหตุ เร็ว ๆ นี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วง ถึงบางครั้งอวี๋เหยียนจะทำตัวงี่เง่าไปหน่อยแต่เธอจะไม่มีวันทำแบบนี้ เดี๋ยวอีกสองวันแม่จะแวะไปดูที่บ้านเก่าให้” ซ่งฉิงยังคงห่วงใยลิ่นอวี๋เหยียนในฐานะผองเพื่อน
คราวเมื่อเธอประสบปัญหา ก็มีเพียงลิ่นอวี๋เหยียนเท่านั้นที่ช่วยเหลือ
ดังนั้นเมื่อมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับลิ่นอวี๋เหยียน ซ่งฉิงก็จะไม่นั่งนิ่งเฉย
แต่สาเหตุอะไรที่ทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?
เธอไม่เข้าใจเช่นกัน
“ขอบคุณค่ะแม่ทูนหัว บางทีหนูอาจจะคิดมากมากเกินไป หรือแม่อาจจะแค่ไม่ชอบหนูก็ได้ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะราวกับกำลังดูหมิ่นตัวเอง
เมื่อก่อนไม่เป็นที่น่าพอใจยังไง ตอนนี้ทำอะไรไป ลิ่นอวี๋เหยียนก็น่าจะไม่พอใจเธออยู่ดี
“หนูทำดีขนาดนี้ อวี๋เหยียนจะยังไม่พอใจอะไรอีก? อีกอย่างมีเรื่องเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้สาเหตุ อย่าเพิ่งคิดมากเลย ให้แม่ทูนหัวไปตรวจสอบดูก่อนเถอะ” ซ่งฉิงพูดบอกโดยรู้สึกว่าเรื่องราวของลิ่นอวี๋เหยียนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเล่าให้ฟังค่อนข้างแปลก
มันทำให้เธอรู้สึกว่าคนในเรื่องไม่ใช่ลิ่นอวี๋เหยียนด้วยซ้ำ
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะแม่ทูนหัว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
เห็นได้ชัดว่าเธอกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก
“รบกวนอะไร? ถ้าจะบอกว่ารบกวนจริง ๆ คงจะต้องเป็นฝั่งแม่พูดมากกว่า หนูอุตส่าห์ช่วยหาต้นกล้าที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้มาให้ แม่ทูนหัวล่ะมีความสุขมากจริง ๆ” ซ่งฉิงคลี่ยิ้ม
“แม่ทูนหัวถูกใจก็ดีแล้วค่ะ ว่าแต่คิดยังไงกับทักษะการออกแบบของซ่งโมโม่บ้างคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าซ่งฉิงคิดยังไง เธอจึงถามขึ้น
“เด็กคนนั้นมีความสามารถจริง ๆ และมีพื้นฐานการออกแบบด้วย แต่ว่าไม่เคยเรียนออกแบบมาก่อนจริง ๆ เหรอ? ทำไมแม่ถึงรู้สึกว่างานของแม่หนูนั่นดูเป็นมืออาชีพจัง?” หากจะบอกว่าซ่งฉิงไม่พอใจกับซ่งโมโม่เล็กน้อยก็น่าจะเป็นเช่นนั้น
เป็นไปได้ไหมว่าซ่งโมโม่พูดโกหก?
ซ่งฉิงขมวดคิ้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าซ่งฉิงกำลังเข้าใจผิด ดังนั้นเธอจึงเล่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ของซ่งโมโม่ให้เธอฟัง “เห็นว่าเธอเคยเรียนทักษะเพิ่มเติมมาจากคอร์สเรียนออนไลน์ด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
นานทีปีหนซ่งฉิงจะพูดชมใครสักคน และซ่งฉิงถึงกับเอ่ยปากเรียกอีกฝ่ายว่าเป็นมืออาชีพก็แสดงให้เห็นว่าซ่งโมโม่เก่ง จริง ๆ
“เด็กคนนั้น ดูน่าสงสารเหมือนกันนะ” ซ่งฉิงหวนนึกถึง ซ่งโมโม่ที่ผอมแห้งแรงน้อย แล้วไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกสงสารจับใจมากยิ่งขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจนั้นคือพรสวรรค์ของ ซ่งโมโม่
อีกฝ่ายเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมด้วยการมองดูบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นี่เป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้เลยตอนเป็นสาว ๆ
“สอนดี ๆ นะคะ หนูเชื่อว่าเด็กคนนี้กตัญญูรู้คุณค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
“ขอบใจนะเหมี่ยวเหมี่ยว” ซ่งฉิงดีใจ แม้ว่าจะไม่มี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่เธอก็ยังได้เด็กที่มีพรสวรรค์มาอยู่ในกำมือ
“ขอแค่แม่ทูนหัวชอบก็ดีแล้วค่ะ”