พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 921 นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?”
ตอนที่ 921
นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?”
เสี่ยวเป่า เจ้าตัวน้อยที่กำลังทำตัวออดอ้อนอยู่ พอได้ยินชื่อของกู้ชิงขึ้นมาก็ทำราวกับว่าโลกกำลังจะอลหม่าน แต่ถึงอย่างไรเสียนั่นก็ยังเป็นลูกชายของเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงยื่นมือออกไปลูบหัวฟู “เด็กดี ป้ากู้ชิงมีเรื่องที่ต้องจัดการ อย่าไปรบกวนป้ากู้ชิงเลย!”
“อย่างนั้นเหรอฮะ?” รอยยิ้มของเด็กน้อยจางลง ดูเสียใจเล็กน้อย แต่ในขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังพูดปลอบ เธอก็เห็นลูกชายที่กำลังก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมา จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เป็นประกาย
“หม่ามี้? ถ้าป้ากู้ชิงไม่มาแล้วงั้นผมนอนกับหม่ามี้ได้มั้ยฮะ?”
“ผมคิดถึงหม่ามี้มากจริง ๆ!”
แน่นอนว่าได้! ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทนคำขอร้องไม่ไหวและกำลังจะตอบตกลง แต่จากนั้นเธอก็เห็นมู่อวี้เฉิงก้มลงไปอุ้ม เสี่ยวเป่าโดยมีท่าทางไม่ต่างจากหมีโคอาล่า
“ไม่ได้!” เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เสี่ยวเป่า ลูกโตแล้ว ลูกจะต้องทำตัวให้สมกับเป็นลูกผู้ชาย ผู้ชายเขาไม่ไปนอนกับแม่ตอนกลางคืนกันหรอก!”
“มั่ว!” เจ้าตัวเล็กแยกเขี้ยวและกลางกรงเล็กกลางอากาศ “แด๊ดดี้อยากนอนกับหม่ามี้ชัด ๆ แด๊ดดี้แย่มาก! แย่ที่สุด!”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ขาสั้น ๆ เตะไปมากลางอากาศแต่ว่ามันกลับไม่มีประโยชน์อะไรเลย ชายผู้ชายฉลาดเดินผิวปากอุ้มเสี่ยวเป่าโยนเข้าไปในอีกห้องหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ เขามองดูลูกชายที่กำลังจะร้องไห้ด้วยสายตาเมินเฉย ทว่ากลับดูอารมณ์ดีสุด ๆ “หม่ามี้เป็นของผม! ห้ามใครแย่งไป!”
หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็กระแทกประตูปิด ปล่อยทิ้งให้ เสี่ยวเป่ามองดูแผ่นหลัง
“เหมี่ยวเหมี่ยว…” มู่อวี้เฉิงเดินกลับมากอด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าโศกเศร้า ยื่นจมูกสันโด่งเข้าไปคลอเคลียถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยจึงยื่นมือมาผลักเขาออกไป แต่เธอกลับผลักเขาออกไปไม่ได้จึงปล่อยให้เขาคลอเคลียต่อไป
“คุณเป็นของผม ห้ามใครแย่งคุณไปจากผม!” น้ำเสียงโศกเศร้าและขึ้นจมูกเล็กน้อยของมู่อวี้เฉิงทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ เธอแสดงความเป็นแม่อย่างท่วมท้นและหันไปกอด มู่อวี้เฉิง กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “จ้า ๆ… เป็นของคุณคนเดียว ไม่มีใครแย่งไปได้หรอก!”
“แต่โตขนาดนี้แล้วทำไมยังมาทะเลาะกับเสี่ยวเป่าอยู่อีกล่ะ”
มู่อวี้เฉิงส่งเสียงฮึมฮัมไม่หยุด ใครจะไปคิดว่ามู่อวี้เฉิงที่ภายนอกดูเข้มงวดและเด็ดขาด ในบ้านจะกลายมาเป็นแบบนี้? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกขำและพยายามพูดกล่อมให้เขากลับเข้าไปพักผ่อน
วันถัดมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในบริษัท เธอเห็นกู้ชิงสวมชุดทำงานเต็มยศนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปิดสนิท ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะเหม่อลอยไปไกลทีเดียว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคาะโต๊ะทำงานเบา ๆ วางแก้วกาแฟไว้ตรงหน้ากู้ชิงแล้วถามว่า “ทำไม เมื่อวานไม่ได้นอนเหรอ? โครงการเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
กู้ชิงจ้องมองเธอด้วยสายตาติเตียนครู่หนึ่ง “คุณยังจะพูดอีก! ทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะว่าคนที่รับผิดชอบคือเขา? ทำให้ฉัน…”
ก่อนหน้าที่เธอจะพูดจบ ใบหน้าเธอก็แดงแปร๊ดขึ้นมา จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าใจได้ว่าเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น สายตาที่มองไปทางกู้ชิงเริ่มมีความหมายขึ้นมาเล็กน้อย
“บอกฉันที เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ทำไมกู้ชิงของเราถึงหน้าแดงล่ะ? จุ๊ ๆ…”
กู้ชิงจะรับฟังเรื่องพรรค์นั้นได้ยังไง เธอรีบหันหน้าหนีอย่างเย่อหยิ่ง ไม่อยากจะเสวนากับคนตรงหน้าอีกต่อไป
“ผู้หญิงเนี่ยปากไม่ตรงกับใจจริง ๆ เลยนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อแล้วตบไหล่กู้ชิงเบา ๆ พร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาหน่อย “ว่าแต่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ควรจะทำให้ผู้ชายหลงใหลสิ โดยเฉพาะพ่อหนุ่มเพลย์บอยอย่างฉินคั่ว ถึงตอนนี้เขาจะดีกับเธอ แต่สุดท้ายนิสัยเขาก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ เกิดวันหนึ่งเขาหมดความสนใจเธอขึ้นมา กู้ชิงของเราจะไม่น้ำตานองหน้าเลยเหรอ?”
“จับให้อยู่หมัดล่ะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยิบตาให้กู้ชิง ส่งยิ้มและเดินเข้าในห้องทำงานของตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเข้าไปแล้ว กู้ชิงก็ค่อย ๆ หันหน้ากลับมา แก้มแดงของเธอเริ่มกลับมาเป็นสีปกติอีกครั้ง
กู้ชิงสามารถแยกแยะได้ว่าฉินคั่วรักเธอจริงหรือไม่ เธอหวนนึกถึงคืนที่ต้องไปเจอลูกค้ารายสำคัญและพบว่าตอนนั้นสีหน้าของฉินคั่วดูจริงจังมาก ท่าทางของเขาไม่ได้ดูเสแสร้งแกล้งทำเลย
เดิมทีเธอวางแผนจะไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเขาแล้ว แต่เขากลับดื้อดึงมาก บีบบังคับให้เธอกินข้าวเย็นและเซ็นสัญญากับเขาให้ได้
กู้ชิงยอมรับว่าเธอเริ่มมีความรู้สึกจริงจังกับฉินคั่ว แต่อย่างว่าชายหนุ่มเพลย์บอยอย่างเขาจะรักเธอจริงได้มากแค่ไหนนะ?
กู้ชิงรู้สึกสับสนอย่างยิ่งจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงขาวสลับกันไป เธอรู้สึกสูญเสียเล็กน้อย ด้วยอุปนิสัยและอารมณ์ของเธอ เธอไม่สามารถติดต่อไปหาเขาก่อนได้หลังจากทะเลาะกัน แต่สำหรับฉินคั่วแล้ว ตอนนี้เขาคิดยังไงกับเธอบ้างนะ?
“เมื่อคืนนี้…” กู้ชิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พูดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
เมื่อคืนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจรีบกลับออกไปก่อน ทำให้เหลือเพียงฉินคั่วกับเธอนั่งอยู่บนโต๊ะ ตอนแรกเธอรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย แต่หลังจากคิดได้ว่ามันเป็นเพียงการเจรจาธรรมดาทั่วไปเธอก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากเจรจาไปได้ครึ่งทาง คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำและกลับออกไปเลย ทิ้งให้เธอกับฉินคั่วนั่งเผชิญหน้ากัน ราวกับว่าพวกเขามาออกเดท แต่ที่จริงแล้วกลับไม่มีความโรแมนติกแม้แต่น้อย
“คุณกู้! คุณคิดว่าผมมีเหตุผลอะไรที่จะต้องร่วมมือกับพวกคุณ?” ฉินคั่วที่นั่งอยู่ตรงข้าม เปลี่ยนท่าทางขี้เล่นเป็นจริงจัง นั่งไขว่ขายาวทำหน้าเคร่งขรึม
พอเขาไม่ได้ยิ้ม ใบหน้าจริงจังที่ก็แฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและเย็นชา กู้ชิงมองดูใบหน้าตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะใจสั่น
โชคดีที่เธอคุ้นเคยกับการเจรจางานอยู่แล้ว กู้ชิงรีบปรับเปลี่ยนปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว ยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพแล้วพูดว่า “ก็ต้องเป็นเพราะกำไรไงคะ”
หนำซ้ำเธอยังคงสบตากับฉินคั่วอย่างไม่ลดละ “แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่คุณฉินต้องการ ในแวดวงของธุรกิจย่อมมองหาผลประโยชน์อยู่แล้ว”
“ตราบใดที่คุณฉินต้องการและทางเราสามารถตอบสนองได้ เราก็จะช่วยคุณฉินอย่างแน่นอนค่ะ” เธอคิดว่าเธอพูดมันออกมาอย่างจริงใจพอตัว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าชายที่อยู่ตรงหน้าจะหัวเราะ ลุกขึ้นยืนบดบังแสงสว่างและโน้มตัวลงมามองดูเธอจากมุมที่เหนือกว่า
สีหน้าของเขาทำให้เธอรู้สึกงุนงง
“เกรงว่าของที่ผมต้องการ คุณกู้จะตอบสนองให้ไม่ได้น่ะสิครับ!”
“อะ… อะไร?” กู้ชิงยังไม่ทันได้ตอบสนอง จู่ ๆ เธอก็ถูกคนตรงหน้าแบกขึ้นไปบนไหล่
“ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น!” เขาพูดบอกด้วยเสียงทุ้มและสั่นเครือเล็กน้อย “เพราะสิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดก็คือคุณ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพาเธอออกไปด้วย ไม่ว่าเธอ จะพยายามดิ้นรนมากแค่ไหนก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการถูกจองจำได้
“ฉินคั่ว นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?” กู้ชิงกัดเขาอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงรสชาติคาว ๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วปาก…