พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 988 ชอบมากจริง ๆ
ตอนที่ 988
ชอบมากจริง ๆ
หลังจากจัดการเรื่องราวทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว พวก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักถึง “จุดประสงค์สำคัญ” ที่พวกเขาเดินทางมาที่มัลดีฟส์
พวกเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อท่องเที่ยว และถึงแม้ว่าพวกเขาจะพบเจอกับเรื่องที่ไม่สบายใจแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของพวกเขาเลย และพวกเขายังมีสมาชิกใหม่อีกด้วย
ขณะนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังถามไถ่ชื่อแซ่ของเด็กหญิง เด็กหญิงมีชื่อว่าโจวฮุ่ยเคอ เป็นชื่อที่เรียบง่ายมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงจึงตัดสินใจรับโจวฮุ่ยเคอมาเป็นลูกบุญธรรม เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินทอง และเด็กหญิงยังประพฤติตนดีมาก ทำไมจะไม่รับไว้ล่ะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะปลอบโยนให้โจวฮุ่ยเคอสงบลงจึงพาเธอออกไปซื้อของ แน่นอนว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอก็ไปด้วย ดังนั้นมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เสี่ยวเป่าและ มู่เสี่ยวซือจึงแปลงร่างเป็นนักท่องเที่ยวเตร็ดเตร่ไปเรื่อย!
“พวกคุณรีบมาสิ ยังมีอีกตั้งหลายร้านที่ไม่ได้แวะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าขอพักหลังจากเดินมาได้แค่ไม่กี่ก้าว
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองลูกชายแล้วยิ้มอย่างขมขื่น เขาไม่รู้จะพูดอะไรเลย ทำได้แค่ถอนหายใจและเดินตามหลัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอย่างช้า ๆ
ในตอนนั้นเองถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังพาโจวฮุ่ยเคอและเจ้าหญิงตัวน้อยของเธอเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้า พอเห็นแบบนั้น มู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าก็เดินตามพวกเธอเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ
มองดูถุงใบเล็กใบใหญ่บนมือของมู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าก็รับรู้ได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
มู่อวี้เฉิงรู้สึกเสียใจมากที่ตอบตกลงมาเดินเลือกซื้อของกับภรรยา อาจเป็นเพราะดวงตากลมโตขี้อ้อนของเธอหรือเปล่าที่ทำให้เขาไม่รู้จักหักห้ามใจ
เขาตอบตกลงมาเลือกซื้อของกับเธอยังไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมเขาจะต้องสัญญาว่าจะไม่พาบอดี้การ์ดมาด้วย!
มู่อวี้เฉิงยืนเหม่อหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ เมื่อคืนนี้ภรรยาของเขาเดินเข้ามาหาด้วยดวงตาเป็นประกายและพูดกับเขาว่า “ที่รัก พรุ่งนี้ไปช้อปปิ้งเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ! ฉันอยากพาเสี่ยวฮุ่ยกับซือซือไปซื้อของ ไปซื้อของเสี่ยวฮุ่ยจะได้มีความสุข คุณคิดว่าไง!”
มู่อวี้เฉิงมองดูภรรยาแล้วตอบตกลง เขาจะไปซื้อของกับเธอและถือว่าเป็นการออกไปเที่ยวเล่นกับลูก
ดังนั้นเขาจึงบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมให้บอดี้การ์ดติดตามไปด้วย จะได้ป้องกันอันตรายให้พวกเรา”
“ไม่ต้องหรอก! แค่ไปช้อปปิ้ง เอาบอดี้การ์ดไปด้วยมันจะดูแปลก ๆ นะ แค่มีคุณอยู่ด้วยก็ไม่เป็นไรแล้ว หรือว่าคุณปกป้องพวกเราไม่ได้?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกคิ้วมองดูมู่อวี้เฉิงแล้วพูด ยียวน
มู่อวี้เฉิงไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินเลย
เขาจึงตอบตกลงทันทีและสัญญาว่าจะไม่พาบอดี้การ์ดไปด้วย จะไปเดินเลือกซื้อของกับภรรยาด้วยตัวเอง
มู่อวี้เฉิงนึกถึงเรื่องนี้ พลางคิดว่าในใจด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย รู้สึกเสียใจว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงรีบตอบตกลง!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าเขายืนเหม่ออีกแล้วจึงเดินเข้าไปลากเขา
“เป็นอะไรไปเนี่ย ผู้ชายร่างบึกบึนอย่างคุณ เดินแค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงและงัดกลยุทธ์ทีเด็ดออกมา เธอจงใจพูดยั่วโมโหเขาและหัวเราะเยาะใส่เขา
พอมู่อวี้เฉิงได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กล้าดียังไงมาบอกว่าผู้ชายอย่างเขาไร้ความสามารถ และคนที่พูดประโยคนี้ก็คือภรรยาของเขาเสียเอง เขายิ่งรับไม่ได้แล้วใหญ่
“ทำไมจะไม่ได้ นี่เพิ่งจะเริ่ม ทำไมผมจะทำไม่ได้!” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างดื้อรั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางดื้อรั้นของมู่อวี้เฉิงแล้วไม่พูดอะไร เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นและส่งสายตาเหยียดหยาม มู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางเหยียดหยามของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที เขาจึงยื่นแขนออกไปโอบกอดรอบคอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และกระซิบบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “ผมเป็นยังไง คุณน่าจะรู้ดีที่สุด!”
หลังจากพูดจบ เขาก็ขยิบตาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิงหน้าแดงแปร๊ดทันที เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไปราวกับจะวิ่งหนี
มู่อวี้เฉิงเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยววิ่งหนีไปอย่างเขินอายก็หัวเราะ จากนั้นก็ค่อย ๆ เดินตามหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอย่างอารมณ์ดี
พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเลือกซื้อของกันจนดึกดื่น และขณะที่พวกเขากำลังจะเดินทางกลับโรงแรม พวกเขาก็บังเอิญเห็นคนมากมายกำลังเต้นรำอยู่ที่ลานจัตุรัส
มู่อวี้เฉิงมองดูกลุ่มคนที่กำลังเต้นรำอยู่แล้วรู้สึกสนใจ จึงโค้งคำนับให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดว่า “ภรรยาที่รัก คุณยินดีจะเป็นคู่เต้นรำกับผมหรือไม่?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงที่ดูจริงจัง ยิ้มและวางมือลงบนฝ่ามือของมู่อวี้เฉิง
ทั้งสองคนเดินจับมือกันเข้ามาในลานจัตุรัสและเริ่มเต้นรำอย่างช้า ๆ ผู้คนรอบข้างค่อย ๆ หยุดเต้นรำและมองดูพวกเขาสองคนที่เต้นรำอยู่ตรงกลาง
แสงสีขาวอันบริสุทธิ์สาดส่องลงมาตกกระทบกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้เธอดูเหมือนพระนางฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ มู่อวี้เฉิงก็ดูน่าประทับใจไม่แพ้กัน ชุดสูทสีขาวพอดีตัวสะท้อนกับแสงไฟที่สว่างสดใส ทำให้เขาดูเหมือนกับองครักษ์จากสรวงสวรรค์
กลุ่มคนรอบข้างมองดูพวกเขาเต้นรำอยู่ด้วยกัน ดูเป็นธรรมชาติมากราวกับหิมะที่ตกลงมาในหน้าหนาว
จนกระทั่งการเต้นรำสิ้นสุดลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอายมากจึงรีบดึงมู่อวี้เฉิงกับพวกเด็ก ๆ ออกไป
หลังจากวันนั้น ครอบครัวของมู่อวี้เฉิงก็อยู่พักผ่อนที่นี่ต่ออีกสองสามวันก่อนจะเดินทางกลับ
พวกมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บข้าวของและมุ่งหน้าไปยังสนามบิน เช่นเดียวกับครั้งก่อน หลังจากนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงพวกเขาก็กลับมาถึงบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปตอนนี้คือพวกเขามีลูกสาวที่น่ารักอีกคน นั่นคือโจวฮุ่ยเคอ!
“ถึงบ้านสักที! เสี่ยวฮุ่ย มานี่สิจ๊ะ หม่ามี้จะพาไปดูห้อง ดูสิว่าจะชอบมั้ย!” ทันทีที่พวกเขากลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แทบจะอดใจรอพาโจวฮุ่ยเคอไปดูห้องนอนไม่ไหว
กระทั่งพวกเขาเดินมาถึงประตูห้องนอนของโจวฮุ่ยเคอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดกับโจวฮุ่ยเคอว่า “อย่ากะพริบตาเชียวนะ แทนแท่นแท๊น ชอบมั้ย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขณะเอื้อมมือออกไปเปิดประตู เผยให้เห็นวอลเปเปอร์สีชมพูทั่วห้องและเตียงนอนที่เต็มไปด้วยตุ๊กตา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้ามองดูโจวฮุ่ยเคอ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าหลังจากหันหน้ากลับมา เธอจะเห็นโจวฮุ่ยเคอร้องไห้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นโจวฮุ่ยเคอร้องไห้ก็รู้สึกวิตกกังวลทันที
“เป็นอะไรไปลูกรัก ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวหม่ามี้เปลี่ยนให้ก็ได้ อย่าร้องไห้นะ”
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดจบ โจวฮุ่ยเคอก็เข้ามากอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวและร้องไห้หนักกว่าเดิม เดิมที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเด็กหญิงไม่ชอบห้องที่เธอเตรียมไว้ให้ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่อย่างนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบหลังโจวฮุ่ยเคอเบา ๆ และโอบกอดเธออย่างอ่อนโยน ภายในใจรู้สึกทุกข์ทรมานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงได้มีชะตากรรมที่เลวร้ายนัก
ขณะนั้นเสียงร้องไห้ของโจวฮุ่ยเคอก็ค่อย ๆ เบาลงและหยุดร้องไห้ในที่สุด
โจวฮุ่ยเคอเงยหน้าขึ้นในอ้อมกอดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดเบา ๆ “ขอโทษค่ะหม่ามี้ หนูเสียสติไป หนูชอบห้องนี้มาก ชอบมากจริง ๆ ค่ะ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของ โจวฮุ่ยเคอ เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอและโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
“เสียสติอะไรล่ะ ร้องไห้ต่อหม่ามี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรสักหน่อย ต่อจากนี้ไปที่นี่จะเป็นบ้านของหนู ฉันจะเป็นแม่ให้หนู อวี้เฉิงจะเป็นพ่อของหนู และเสี่ยวเป่ากับซือซือก็จะเป็นพี่น้องของหนูเหมือนกัน”
“อยู่ที่นี่ไม่ต้องเกรงใจ อยากทำอะไรก็ทำ เอาล่ะ ร้องไห้ซะเหมือนแมวน้อยเลย ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้หม่ามี้จะพาไปบ้านคุณปู่คุณย่า”
โจวฮุ่ยเคอพยักหน้าเบา ๆ และไปอาบน้ำ