ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 197 ไป๋เย่หานกลับมาแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 197 ไป๋เย่หานกลับมาแล้ว
บทที่ 197 ไป๋เย่หานกลับมาแล้ว
หลังจากที่อู่เชียนเชียนว่าเช่นนั้น ก็ประจวบเหมาะกับที่เหล่าทหารกำลังผ่านมาทางภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ด้วยเหตุผลบางประการ ชายที่ขี่ม้าตามหลังท่านแม่ทัพซึ่งท่าทางจะมีฐานะไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน ก็ขยับเข้าไปกระซิบบางอย่างต่อเขา
จากนั้นท่านแม่ทัพผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้น และมองมายังระเบียงชั้นสองของภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันเองก็บังเอิญเหลือบตามองไปทางนั้น
ทั้งสองสบตากัน เขาอยู่ในชุดเกราะนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างน่าเกรงขาม ส่วนนางก็ทอดกายอยู่ที่ริมระเบียงภัตตาคาร จิบชาหอมกรุ่นอย่างงดงาม
ดวงตาทั้งสองคู่ราวกับมีประกายบางอย่างแวบขึ้น โลกทั้งใบพลันเงียบสงัด ราวกับทุกอย่างขาวโพลน เหลือเพียงกันและกันในสายตา
หัวใจของซ่งชิงหลันเต้นผิดจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ มีคำสามคำแวบเข้ามาในสมองของนาง ‘ไป๋เย่หาน’
บุรุษตรงหน้านางผู้นี้คือเขา ไป๋เย่หาน
ใช่ว่านางจะรู้จักไป๋เย่หาน แต่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกเช่นนั้น
“เขานี่เอง” ซ่งชิงหลันพึมพำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และก็เผลอปล่อยถ้วยชาในมือลงพื้น
ถ้วยกระเบื้องกระแทกพื้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ จนเกิดเสียงดังขึ้น
หญิงสาวหลบสายตาด้วยการก้มลงมองเศษกระเบื้อเหล่านั้นที่พื้น
“สวรรค์ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย” อู่เชียนเชียนที่อยู่ด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน นางจับมือท่านพี่คนสนิทอย่างมีความสุข “พี่ชิงหลัน ดูนั่นสิเจ้าคะ นั่นมันศิษย์น้อง ศิษย์น้องกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ไป่เย่หานและคนอื่น ๆ ก็เดินทัพผ่านไปแล้ว
นางมองแผ่นหลังของเขาแล้วหรี่ตาลงน้อย ๆ รู้สึกถึงบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้ในหัวใจตนเอง
อู่เชียนเชียนไม่ได้สังเกตเห็นอาการนั้น จึงเขย่าแขนซ่งชิงหลันไปมา “พี่ชิงหลัน ท่านเห็นหรือไม่ ศิษย์น้องจริง ๆ ด้วย ท่านต้องดีใจมากเป็นแน่”
ซ่งชิงหลันเพียงยกยิ้ม แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
นางมีความสุขมาก และก็รู้สึกตกใจมากเช่นกัน
ส่วนซ่งชิงเป่ยและคนอื่น ๆ ที่ดูอยู่ด้านล่างก็เห็นว่าเป็นซ่งชิงหนาน
น้องชายคนเล็กโบกมือให้พี่ชายที่อยู่บนหลังม้า และตะโกนเรียก “พี่สาม พี่สาม ทางนี้ขอรับ”
ซ่งชิงหลินและซ่งชิงหยวนก็ตะโกนเรียก “ท่านพี่ชิงหนาน ท่านพี่ชิงหนาน…”
แต่เพราะโดยรอบทั้งเสียงดังและวุ่นวายเกินไป ซ่งชิงหนานจึงไม่ทันได้ยินเสียงพวกเขา
ไม่ช้าซ่งชิงหนานก็บังคับม้าให้เดินตามไป๋เย่หานผ่านพวกเขาไป
จากนั้นฝูงชนก็ค่อย ๆ แยกย้าย
พี่น้องตระกูลซ่งพากันตื่นเต้นไม่น้อย
ซ่งชิงหลินดึงแขนซ่งชิงเป่ย แล้วพูดเสียงดัง “เราไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่ นั่นพี่ชิงหนานจริง ๆ ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“นั่นพี่สามของข้าเอง จะมองผิดไปได้อย่างไร” ซ่งชิงเป่ยตอบอย่างภาคภูมิใจ
จากนั้นก็มีแสงวาบขึ้นมาจากดวงตาของเขา “จริงสิ เราต้องไปบอกข่าวดีกับท่านพี่ ไปกันเร็ว”
ขณะที่กำลังจะเดินไปนั้นเอง พวกเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
อ้อมแขนของเขาว่างเปล่า และซ่งชิงหลินก็เช่นกัน
สามพี่น้องเริ่มพบปัญหาใหญ่ และตะโกนออกมาพร้อมกัน
“แล้วเยว่เยว่เล่า?”
“เฉินเฉินไปไหนแล้ว?”
ซ่งชิงหยวนหน้าซีดด้วยความตกใจ มองไปทั้งสองแล้วถามขึ้น “เกิดอันใดขึ้น ไม่ได้อุ้มพวกเขาไว้หรือ?”
“อุ้มสิ” ซ่งชิงหลินอธิบาย “ข้า…ข้าเห็นว่าเป็นท่านพี่ชิงหนาน ก็เลยตื่นเต้นจนโบกมือให้ เผลอปล่อยเฉินเฉินไปอย่างไม่รู้ตัว…”
ซ่งชิงเป่ยเองก็ไม่ต่างกัน
เด็กหนุ่มทั้งสามมองไปรอบ ๆ ผู้คนบนถนนหย่งอันเดินแยกย้ายกันออกไปแล้ว แต่ร่างเล็ก ๆ ของเด็กน้อยทั้งสองกลับหายไป
ซ่งชิงหลินและซ่งชิงหย่วนมองไปทางซ่งชิงเป่ยอย่างกังวล “ทำอย่างไรดี?”
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้ว “ทำอย่างไรได้ ต้องรีบบอกท่านพี่ประเดี๋ยวนี้เลย”
เด็กหนุ่มทั้งสามรีบพากันวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองของภัตตาคารอวิ๋นหลายอย่างเร็วที่สุด
“ท่านพี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ” ซ่งชิงเป่ยเอ่ยเสียงดัง นำหน้าไปก่อนที่ตัวจะขึ้นไปถึงโต๊ะของท่านพี่
ก่อนที่จะได้อธิบาย อู่เชียนเชียนก็รีบตอบรับขึ้น “ข้ารู้แล้ว หนึ่งในทหารที่กลับมาพวกนั้น มีศิษย์น้องอยู่ด้วยใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว เป็นพี่สามจริง ๆ” ซ่งชิงเป่ยพยักหน้าตาม และมองไปทางท่านพี่ “แต่ว่า เรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องนั้น ความจริงแล้ว…”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น “เฉินเฉิน เยว่เยว่เล่า”
ซ่งชิงเป่ยใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาโน้มตัวเข้ามากระซิบขึ้น “เฉินเฉินกับเยว่เยว่หายไปขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ?” อู่เชียนเชียนตกใจยิ่งกว่ามารดาของเด็กแฝด “ทำหลานหายไปได้อย่างไร ผู้ชายตัวใหญ่ตั้งสามคน ไม่แม้แต่จะสามารถดูแลเด็กเล็ก ๆ สองคนได้เลยหรือ มันจะไม่ได้เรื่องเกินไปแล้ว”
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับดูใจเย็นกว่ามาก
นางดึงอู่เชียนเชียนเอาไว้ ปรามให้หยุดโวยวายก่อน
จากนั้นก็เอ่ยถามน้องชายคนเล็ก “ไหนเล่ามาก่อนว่าเกิดเหตุใดขึ้น”
“พวกเรารอดูขบวนทหารด้วยกันที่ชั้นล่าง พอเห็นว่าเป็นพี่สาม ข้าก็ตื่นเต้นเกินไป จนลืมสนใจหลาน เพียงพริบตาเดียว รู้ตัวอีกทีก็…หาพวกเขาไม่เจอแล้วขอรับ”
อู่เชียนเชียนกลอกตาอีกครั้ง แล้วเอ่ยอย่างประชดประชัน “ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้ว แล้วพูดขึ้น “ท่านพี่ ข้าจะไปตามหาและให้เพื่อน ๆ ทุกคนช่วยดูให้ด้วยเช่นกัน จะตามเฉินเฉิน เยว่เยว่กลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอนขอรับ”
“ไม่ต้อง” ซ่งชิงหลันหยุดน้าเล็กของหลานทั้งสองเอาไว้
อู่เชียนเชียนมีท่าทางประหลาดใจ “พี่ชิงหลัน ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ จะไม่ตามหาพวกเขาอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มกริ่ม “เด็ก ๆ ไม่หลงทางหรอก ตั้งแต่เดินได้ ก็จำทุกซอกทุกมุมของเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี สองแฝดคงเล่นกันอยู่ พอถึงเวลาก็คงจะกลับมาได้ถูกต้องเองนั่นแหละ”
นางรู้จักลูกของตนเองดีที่สุด
เพียงแต่ที่นางกังวลคือ เด็กน้อยทั้งสองจะเผลอเข้าไปที่ที่ไม่ควรไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
อู่เชียนเชียนยังมีแววของความกังวลไม่หาย จับมือซ่งชิงหลันแล้วเอ่ย “พี่ชิงหลัน จริงอยู่ว่าพวกเขาอาจไม่หลงทาง แต่ถ้าเจอคนไม่ดีเข้าเล่าเจ้าคะ ข้าว่า ข้ากลับไปที่โรงฝึก ให้เหล่าศิษย์น้องช่วยกันตามหาดีหรือไม่?”
“อย่ากังวลไป ในเมืองนี้ผู้ใดก็ต่างรู้ว่าพวกเขาเป็นบุตรของข้า อีกทั้งเด็ก ๆ ยังฉลาดหลักแหลม เจ้าเองก็ยังสอนเรื่องการต่อสู้ให้พวกเขาไปแล้วตั้งแต่ยังเล็ก มีความรู้มากในการเอาตัวรอดเช่นนั้น ไม่เป็นอันใดง่าย ๆ หรอก”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้นก็หันไปมองทางน้อง ๆ “กลับบ้านไปรอชิงหนานกันเถิด”
ว่าจบนางก็ลุกออกไปเป็นคนแรก ปล่อยให้น้องอีกสี่คนที่เหลือมองหน้ากัน
ซ่งชิงหลินกลืนน้ำลายลงคอ ท่าทางเป็นกังวล “นี่เราไม่ต้องออกไปตามจริง ๆ หรือขอรับ?”
ซ่งชิงเป่ยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “คิดดูแล้วก็ถูกของท่านพี่ เราเชื่อฟังนางแล้วกลับบ้านกันเถิด”
อู่เชียนเชียนได้แต่ส่ายหน้า แล้วพึมพำกับตัวเอง “ช่างเป็นมารดาที่ใจแข็งเสียจริง”
Yingratsana
เกือบจะครึ่งเรื่อง ค่อยโผล่หัวมา ค่าตัวแพงเกิ๊น