ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 230 คิดว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 230 คิดว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่
บทที่ 230 คิดว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่
“ฉูซื่อโม่ว?” ใบหน้าของอู่เชียนเชียนเผยความประหลาดใจ นางพึมพำสามคำนั้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ซ่งชิงหลันชำเลืองมองน้องสาว แอบหัวเราะออกมาแล้วเริ่มแกล้งแหย่ “เกิดอันใดขึ้น เหตุใดพอได้ยินชื่อซื่อโม่วแล้วตกใจนักเล่า คิดถึงเขาอย่างนั้นหรือ?”
“ฮะ ท่านพูดอันใดเจ้าคะ?” อู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปาก จิบสุราในจอกเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ข้าเพียงไม่คิดไม่ฝันว่าฉูรั่วรั่วจะกลายเป็นจิตรกรชื่อดังแล้วต่างหากเล่าเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าคงเป็นคนเดียวที่คิดอย่างนั้น ฉูซื่อโม่วเกิดในตระกูลจิตรกร ซ้ำยังมีพรสวรรค์ อาจจะต้องใช้เวลาเสียหน่อยกว่าจะเป็นที่รู้จัก ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีกับเขา”
“ฮึ่ม ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด ข้าไม่ได้ยินข่าวคราวจากเขาเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา คิดว่าเขากำลังทำบางอย่างอยู่ ที่แท้ก็ไปซุ่มวาดภาพเทพธิดาแม่น้ำลั่วอยู่นี่เอง ผ่านไปไม่เท่าไรก็กลายเป็นผู้ช่ำชองในการวาดภาพสาวงามเสียแล้ว ช่างน่าประทับใจเสียจริง”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ยิ่งเอ่ยก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกโกรธ
ซ่งชิงหลันมองไปยังท่าทางหงุดหงิดของหญิงสาว ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้ม “ความจริงแล้วเจ้าโกรธเพราะเขาไม่ติดต่อกลับมาตลอดหลายปีสินะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนรีบปฏิเสธ “พี่ชิงหลัน อย่าพูดไร้สาระเจ้าคะ ท่านพูดราวกับว่าข้ากับเขาสนิทสนมกัน ตอนนี้เขาเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ก็ไม่เห็นจะมาดูดำดูดีพวกเราเลย”
“โอ้…ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหขึ้นมากเรื่อย ๆ เสียแล้ว” ซ่งชิงหลันปรามนางอย่างรวดเร็ว “ฉูซื่อโม่วเป็นคนเช่นนั้นเองหรือนี่”
ตอนนั้นเองที่หวงเสี่ยวโต้วมาที่โต๊ะพร้อมอาหารจานใหม่ และหลังจากได้ยินบทสนทนาของหญิงสาว จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา “พี่ชิงหลัน คุณหนูอู่ กำลังพูดถึงคุณชายฉูกันหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า
อู่เชียนเชียนยังคงอารมณ์เดือดดาล “เสี่ยวโต้ว เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้คุณชายฉู่โด่งดังมาก กลายเป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่และคงไม่มีทางได้พบกันอีกต่อไปแล้วชั่วชีวิตนี้”
“ไม่ขอรับ ข้าพบเขาที่ท่าเรือเมื่อครู่นี้เอง” หวงเสี่ยวโต้วเกาหัวด้วยท่าทางงุนงง
เมื่ออู่เชียนเชียนได้ยินเช่นนั้น ก็เปลี่ยนเป็นประหม่าขึ้นมาทันทีแล้วถามขึ้น “ว่าอย่างไรนะ เจ้าพูดอีกครั้งสิ”
นางเข้าใจว่าตัวเองคงฟังผิดไป
ซ่งชิงหลันเองก็เช่นกัน หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางหวงเสี่ยวโต้ว “เสี่ยวโต้ว เจ้าไม่ได้จำคนผิดแน่นะ”
“ตอนนี้คุณชายฉูอยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้จริง ๆ ขอรับ เขาว่าจะมาทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หวงเสี่ยวโต้วตอบอย่างยืนยัน “ข้าเพิ่งกลับมาจากท่าเรือ และเห็นว่าคุณชายกำลังลงมาจากเรือพอดี”
“ถ้าอย่างนั้น ฉูซื่อโม่วก็มาอยู่ที่เมืองหลวงแล้วจริง ๆ”
แม้แต่อู่เชียนเชียนเองก็เผยใบหน้าแห่งความสุขขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว
นางมองหน้าหวงเสี่ยวโต้ว แล้วถามไม่หยุด “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเขาไปที่ใด ว่าไปแล้ว เขาต้องไปหาพี่ชิงตงเป็นแน่”
ว่าจบอู่เชียนเชียนก็รีบลุกขึ้นยืนเพื่อไปที่ร้านจู้เป่า
“คุณหนูอู่ !” หวงเสี่ยวโต้วรีบหยุดนางด้วยคำพูด “คุณชายไม่ได้ไปที่ร้านจู้เป่าขอรับ แต่ไปที่ถนนฉาเซียงแล้วขอรับ”
โรงฝึกจิงอู่เองก็ตั้งอยู่บนถนนฉาเซียง…
อู่เชียนเชียนไม่สามารถกลั้นยิ้มเอาไว้ได้ นางรีบโบกมือให้หวงเสี่ยวโต้วทันที “เสี่ยวโต้ว ขอบใจเจ้ามาก”
หลังพูดจบร่างบางนั้นก็หายวับไปในพริบตา
หวงเสี่ยวโต้วตกตะลึงกับภาพที่เห็น ได้แต่สงสัยว่ามันเกิดอันใดขึ้น จึงพูดออกมาอย่างงงงวย “นางขอบคุณข้าด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ?”
หญิงสาวจงใจเลือกเส้นทางลัดที่ใกล้ที่สุด สำหรับเดินทางกลับไปที่โรงฝึกจิงอู่
เมื่อมาถึงโรงฝึกก็แทบจะหมดแรง
เหล่าศิษย์น้องเห็นท่าทางกระวนกระวายของนางก็ถามด้วยความเป็นห่วง “ศิษย์พี่ ท่านเป็นอันใดไปขอรับ มีเรื่องกับคนข้างนอกแล้วโดนไล่ตามมาหรือ?”
“พูดอันใดของเจ้า” อู่เชียนเชียนจ้องมองเขา ในที่สุดก็สงบสติอารมณ์ลงได้ แล้วถามอย่างรวดเร็ว “มีชายรูปร่างผอมแต่งตัวเหมือนผู้มีปัญญามาถามหาข้าบ้างหรือไม่?”
“เอ่อ…คือว่า…”
“เร็วเข้า มัวชักช้าอันใดเล่า ตอบมาเร็ว”
ในตอนนั้นเองศิษย์น้องอีกคนที่มีหน้าที่เฝ้าประตูก็เดินเข้ามา “เมื่อครู่มีคุณชายแต่งกายเหมือนผู้มีปัญญามาหาท่าน แต่เขาไม่ได้ดูผอมเท่าไรนะขอรับ”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด ยังอยู่ที่นี่หรือไม่” อู่เชียนเชียนรีบจัดเสื้อผ้าของนางให้เข้าที่ กำลังจะสาวเท้าเดินเข้าไปด้านใน
แต่ศิษย์น้องที่เฝ้าประตูก็พูดขึ้นอีก “คุณชายผู้นั้นไปแล้วขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ ไปแล้วอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“คุณชายถามหาศิษย์พี่ว่าท่านอยู่บ้านหรือไม่ ข้าจึงตอบเขาไปว่าท่านไปภัตตาคารอวิ๋นหลาย เขาจึงไปที่นั่นขอรับ”
“ให้ตายเถิด” อู่เชียนเชียนกลอกตา แล้วรีบวิ่งกลับยังภัตตาคารทันที
…
อีกด้านหนึ่ง
หลังอู่เชียนเชียนออกไปเพียงหนึ่งเค่อ ฉูซื่อโม่วก็มาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันออกมาหน้าร้าน มองเขาด้วยความตกใจและเอ่ยขึ้น “ซื่อโม่ว? เหตุใดเจ้ามาที่นี่ ไม่ใช่ว่า…”
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะพูดจบ ฉูซื่อโม่วก็ขัดขึ้นอย่างทนไม่ไหวรีบถามขึ้น “ท่านพี่ชิงหลัน คุณหนูอู่อยู่ที่นี่หรือไม่ขอรับ”
“เจ้ายังไม่ได้เจอนางอย่างนั้นหรือ?” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “นางได้ยินว่าเจ้าอยู่ที่เมืองนี้และกำลังไปที่โรงฝึกจิงอู่ จึงออกหาเมื่อสักหนึ่งเค่อได้”
“ว่าอย่างไรนะขอรับ?” ฉูซื่อโม่วขมวดคิ้วตามอย่างขุ่นเคือง จากนั้นจึงหันหลังแล้วเตรียมจะกลับไป “อย่างนั้นข้าจะกลับไปหานาง”
“เฮ้ ประเดี๋ยวก่อน ซื่อโม่ว เจ้า…” รอนางอยู่ที่นี่เถิด…
ไม่ทันที่ซ่งชิงหลันจะเอ่ยจบ ฉูซื่อโม่วก็วิ่งจากไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ฉลาดและเก่งกาจเพียงใด ก็ย่อมหน้ามืดตามัวและซื่อบื้อเพราะความรัก
ซ่งชิงหลันส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม กำลังจะหันกลับไปในภัตตาคาร
แต่เสียงหญิงสาวที่คุ้นเคยหยุดนางเอาไว้ก่อน “พี่ชิงหลัน…”
ซ่งชิงหลันหันหน้ากลับไปทางอู่เชียนเชียนที่ยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
คนเป็นพี่ยิ้มออกมา เพราะคาดอยู่แล้วว่าอู่เชียนเชียนจะกลับมาที่นี่
น้องสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถามขึ้น “ฉู…ฉูรั่วรั่ว… อยู่หรือไม่เจ้าคะ….คนที่บ้านข้า…บอกว่า…เขามา…”
ซ่งชิงหลันกอดอกมองด้วยท่าทางผ่อนคลาย ตอบด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาช้าไป เขาไปแล้ว เห็นว่าจะกลับไปหาเจ้าที่โรงฝึกจิงอู่อีกครั้ง พวกเจ้านี่น่าสนใจเสียจริง แล้วนี่ไม่ได้ไปทางเดียวกันอย่างนั้นหรือ?”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” ดวงตาของอู่เชียนเชียนเบิกกว้าง นางกัดฟันแล้วพูดต่อ “เจ้าคนซื่อบื้อนี่ จะทำให้ข้าหมดแรงตายหรืออย่างไรกัน”
หลังว่าจบก็หันหลังจากไปอีกครั้ง
ตอนนั้นเอง หลิวกุ้ยเสียก็เดินออกมาจากภัตตาคารอวิ๋นหลายด้วยความงุนงง “เกิดเรื่องใดขึ้นกับเด็กสองคนนี้กัน วิ่งไล่กันไปมา”
ซ่งชิงหลันยกยิ้มอย่างแฝงความหมาย แล้วเอ่ยตอบ “เรื่องดี ๆ ย่อมต้องใช้เวลาเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนเลือกเส้นทางเป็นถนนสายหลักในครั้งนี้
ในที่สุดก็พบเขาบนถนนเป็นครั้งแรก นางจำร่างนั้นได้ในทันที
หญิงสาวตะโกนอย่างตื่นเต้น “ฉูรั่วรั่ว”
ฉูซื่อโม่วหันหลังกลับมา ท่ามกลางถนนสายใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่าน แต่นางกลับชัดเจนในสายตาของเขา
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม สองขารีบออกวิ่งตรงไปหานางด้วยความยินดี
ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้พบกันอีกครั้ง
หลังผ่านไปสี่ปี ฉูซื่อโม่วเปลี่ยนแปลงไปมาก เขาไม่ใช่คุณชายรูปร่างผอมบางดูอ่อนแอผู้นั้นอีกต่อไป แต่กลับมีรูปร่างสมส่วนสง่างามสมเป็นคุณชายผู้หล่อเหลา
อู่เชียนเชียนยิ้มหวาน “เหตุใดเจ้าถึงตามหาข้า”
ฉูซื่อโม่วตอบด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลบนใบหน้า “คุณหนูเป็นคนแรกที่ข้าคิดถึงเมื่อมาที่เมืองหลวง กลับมาครั้งนี้ต้องอยากเจอท่านเป็นธรรมดาขอรับ”