ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 392 ท่านทดสอบข้าหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 392 ท่านทดสอบข้าหรือ
บทที่ 392 ท่านทดสอบข้าหรือ
ซ่งชิงเป่ยผงะไป ก่อนรู้สึกตัวและตอบสนองขึ้นมา “นี่ ท่านพี่สี่ นี่ท่านทดสอบข้าหรือ”
ซ่งชิงซีมองตอบเขาแวบหนึ่งอย่างจริงจัง และกล่าวตอบ “ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นอันใดเล่า”
“ท่าน… ท่าน… ท่าน…”
ซ่งชิงเป่ยพูดว่า ‘ท่าน’ อยู่นาน สุดท้ายกล่าวอย่างลนลานเล็กน้อย “เหตุใดท่านจึงใช้วิธีสืบสวนคนร้ายมาทดสอบข้าเล่า ท่านยังเป็นพี่ชายของข้าจริงหรือไม่”
ซ่งชิงซีกล่าวอย่างสบาย ๆ “ก็เป็นเพราะเจ้าเป็นน้องแท้ ๆ ของข้า ข้าจึงทำเช่นนี้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น วิธีที่ข้าใช้จะยิ่งเจ้าเล่ห์กว่านี้เสียอีก”
สิ้นเสียง เขาส่งสายตามีเลศนัยให้ซ่งชิงเป่ย
ซ่งชิงเป่ยขนลุกกับสายตานั้น เขาเชื่ออย่างมากว่าพี่สี่นั้นพูดจริงไม่มีหลอก
หลังจากพี่สี่ได้เป็นผู้ตรวจการที่ดูแลหอจดหมายเหตุ ด้วยเพราะมีจิตใจละเอียดรอบคอบ ก็ยิ่งกลายเป็นเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งยังทำให้คนหวาดกลัวอีกด้วย
ซ่งชิงเป่ยรู้ตัวว่าปกปิดไม่ได้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงกระแอมเบา ๆ สองครั้ง มองซ่งชิงซีด้วยใบหน้าจริงจัง “พี่สี่ ท่านมีความรู้กว้างขวาง ความสามารถรอบด้าน ประสบการณ์มากมาย มองเรื่องราวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง…”
“พอเถิด เจ้าไม่ต้องมาชื่นชมข้าแล้ว รีบเข้าประเด็นเสีย”
“ท่านคิดอย่างไร… กับคนที่ชอบเพศเดียวกันหรือ” ซ่งชิงเป่ยมองเขาอย่างหยั่งเชิง
มือของซ่งชิงซีที่ถือแก้วลายครามอยู่อดไม่ได้ที่จะบีบแน่น ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเขาแวบหนึ่งแล้วกล่าว “เจ้า…”
“ไม่ใช่ข้านะ! ไม่ใช่ข้า” ซ่งชิงเป่ยโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันและกล่าวอธิบาย “เป็นเพื่อนร่วมยุทธภพของข้าคนหนึ่ง ช่วงนี้เขามาระบายกับข้า บอกว่าเหมือนเขานั้นจะชอบผู้ชายคนหนึ่ง และกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี พี่สี่ ท่านคิดว่าข้าควรตอบเขาอย่างไรหรือขอรับ”
“การจะชอบผู้ใดสักคนเป็นสิทธิ์ของทุก ๆ คน เพียงแต่คนเรานั้นชอบอันใดไม่เหมือนกัน การชอบเพศเดียวกันมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด”
“ใช่เลย! ใช่เลย!” อยู่ ๆ ซ่งชิงเป่ยก็ตื่นเต้นขึ้นมา ดึงมือของซ่งชิงซีอย่างร้อนรน “ข้าบอกแล้ว พี่สี่นั้นอ่านหนังสือบทกลอนมามาก ขอบเขตความคิดย่อมแตกต่าง เช่นนั้นแล้ว ท่านพี่สี่ ท่านยอมรับชายรักชายได้ใช่หรือไม่”
“ข้ายอมรับคนอื่นที่ชอบเพศเดียวกันได้ แต่ว่า…”
ซ่งชิงซีก็ขมวดคิ้ว มองซ่งชิงเป่ยอย่างครุ่นคิด “แต่ข้าไม่อาจยอมรับคนที่มาใกล้ชิดเพราะรักเพศเดียวกันได้ ดังนั้น ชิงเป่ย ต่อไปเจ้าต้องอยู่ให้ห่างเพื่อนร่วมยุทธภพคนนี้ของเจ้าหน่อย ถ้าหากเขามาชอบเจ้าเสียจะไม่ดี”
ใบหน้าของซ่งชิงเป่ยที่เดิมทีมีความสุขก็พังทลายลงทันที
ซ่งชิงซีแววตาจริงจัง “ชิงเป่ย คงไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็…”
“เปล่านะ! เปล่า! ข้าเปล่า!” ซ่งชิงเป่ยขัดจังหวะเขาทันที “เอาเถิด พี่สี่ นี่ก็ได้เวลาแล้ว ข้าขอกลับห้องไปนอนก่อน ท่านอย่าทำงานเสียจนดึกนะ รีบไปล้างหน้าเข้านอนได้แล้ว”
กล่าวจบ เขาลงจากเตียงแล้วรีบจากไป
ซ่งชิงซีมองร่างด้านหลังน้องชายที่หนีจากไป อยู่ ๆ แววตาก็มืดหม่น ลอบวางแผนอยู่ในใจ
……
ซ่งชิงหลันยังไม่นอน
ยามที่ไป๋เย่หานผลักประตูเดินเข้ามา นางยังคงวาดแบบร่างอยู่
นางเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง และกล่าว “หลับมาแล้วหรือ”
ไป๋เย่หานเปลี่ยนเป็นเงามืด หลบมานั่งอยู่ข้าง ๆ ซ่งชิงหลัน ยกยิ้มอย่างหยอกล้อ “พระชายา อยากไปดูความครึกครื้นเสียหน่อยหรือไม่”
ซ่งชิงหลันวางพู่กันในมือ มองท่าทางน่าฉงนของชายหนุ่ม นางเลิกคิ้วอย่างสนอกสนใจ “ความครึกครื้นอันใดกัน หากไม่สนุกข้าไม่ดูหรอกนะเจ้าคะ”
“หากพระชายาไปก็จะรู้เอง เจ้าจะต้องสนุกเป็นแน่” ไม่รอให้ซ่งชิงหลันตอบสนอง ไป๋เย่หานจับมือของนางเหาะออกจากหน้าต่างทันที
ไป๋เย่หานพาซ่งชิงหลันเหาะไปท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำของเมืองหลวง ปลายเท้าของเขาแตะไปตามหลังคาของบ้านเรือนร้านค้าบนถนนหวาอัน เหาะตรงไปด้านหน้า
ซ่งชิงหลันอยู่ในอ้อมกอดของไป๋เย่หาน เห็นความคึกคักยามค่ำคืนอยู่ใต้เท้า ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านหูไป ให้ความรู้สึกราวกับมีเวทมนตร์ทั้งยังน่าอัศจรรย์
นางกอดเอวของไป๋เย่หานแน่นอย่างตื่นเต้น ตะโกนอย่างมีความสุข “ไป๋เย่หาน! ข้าเองก็บินได้แล้ว! ข้าบินได้!”
วรยุทธ์ที่ทำให้บินได้เช่นนี้ น่าตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าเมื่อก่อนตอนที่นางนั่งรถไฟเหาะในสวนสนุกเสียอีก
ไป๋เย่หานก้มหน้าลงมามองท่าทางตื่นเต้นดีใจของนางราวกับเด็ก ๆ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากอย่างรักใคร่เอ็นดู “ที่แท้พระชายาก็ชอบวิชาตัวเบานี่เอง หากรู้แต่แรกข้าคงพาเจ้าบินไปนานแล้ว”
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่ง “เรื่องเช่นนี้นาน ๆ ครั้งย่อมดีแล้วเจ้าค่ะ จะมาบินทุก ๆ วันไม่ได้หรอก นี่ ไป๋เย่หาน ท่านจะพาข้าไปไหนกันแน่หรือ”
“เดี๋ยวก็ถึงแล้วล่ะ” กล่าวจบ ไป๋เย่หานพาซ่งชิงหลันมาหยุดบนหลังคาของเรือนที่โอ่อ่าหลังหนึ่ง
ซ่งชิงหลันก้มหน้าลงมอง เห็นว่าเรือนข้างใต้นั้นแขวนผ้าหรือไม่สีแดงและโคมไฟสีแดงเต็มไปหมด ดูรื่นเริงเป็นอย่างมาก
ซ่งชิงหลันผงะไป จากนั้นจึงได้ตอบสนอง มองไป๋เย่หานแล้วกล่าว “นี่มันจวนลี่อ๋องไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้าจึงพาข้ามาที่นี่กัน”
“เจ้ารอดูเถิด การแสดงสนุก ๆ จะมาแล้ว” ในตอนนั้น ไป๋เย่หานบุ้ยปากไปด้านล่าง ในแววตาร้ายกาจนั้นมีรอยยิ้มหยอกล้อ
ซ่งชิงหลันมองลงไปตามสายตาของเขา ก็เห็นลี่อ๋อง จิ่งเทียนสิงที่สวมใส่ชุดแต่งงานสีแดง
จิ่งเทียนสิงมาอยู่ตรงหน้าห้องหอ เพียงคิดถึงคืนงานเลี้ยงแต่งงาน เขาอารมณ์ดีอย่างมาก
เขาโบกมือให้กับผู้ติดตามด้านหลัง “พวกเจ้าไปเสีย อย่ามาขวางคืนวันแต่งงานของข้า อีกอย่าง แขกเหรื่อที่เรือนด้านหน้านั้น พวกเจ้าต้องดูแลให้ดี ๆ ล่ะ”
“ขอรับ” ผู้ติดตามกลุ่มนั้นกล่าวออกมาพร้อมกัน จากนั้นหมุนตัวเดินจากไปอย่างเป็นระเบียบ
รอจนกระทั่งพวกเขาทั้งหมดล้วนจากไปแล้ว จิ่งเทียนสิงจึงได้ยิ้มร้ายแล้วเปิดประตูใหญ่ของห้องหอ
เขาออกแรงเล็กน้อย ประตูก็ยังไม่เปิด
พอเพิ่มแรงเข้าไปอีกหน่อย ก็ยังไม่เปิด
จิ่งเทียนสิงขมวดคิ้วมุ่น ตะโกนเข้าไปในห้อง “พระชายา ข้ามาแล้ว! รีบเปิดประตูเถิด!”
ในตอนนี้ หลิวหรูเยว่ที่อยู่ในห้องหอนั้นได้เปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงออกแล้ว กำลังนั่งอยู่หน้ากระจกทองแดง ให้ชิงเถาช่วยเช็ดเครื่องสำอางให้ตน
เมื่อได้ยินเสียงด้านนอก มือของชิงเถาก็หยุดลงในทันใด เผยความกลัวออกมาทางใบหน้า
หลิวหรูเยว่ขมวดคิ้วถลึงตามองนางแล้วกล่าว “เจ้ามัวทำอันใดอยู่ เหตุใดต้องหยุดด้วย ทำต่อไป! มงกุฎหงส์หนักเพียงนี้ ทับข้ามาทั้งวัน คอข้าปวดจะตายอยู่แล้ว รีบเอาออกไปเสีย!”
“เอ่อ… เจ้าค่ะ…” ชิงเถามือสั่นเล็กน้อย กล่าวเบา ๆ “คุณหนู ท่านอ๋องอยู่นอกประตูนะเจ้าคะ เราลงกลอนประตูเช่นนี้ จะไม่ดีเท่าไรหรือไม่เจ้าคะ อีกอย่างวันแต่งงานใหม่ ไม่มีเจ้าสาวที่ไหนเปิดผ้าคลุมหน้าเองหรอกนะเจ้าคะ มันไม่เป็นมงคลอย่างมาก”
หลิวหรูเยว่แค่นหัวเราะ “ข้าแต่งงานกับจิ่งเทียนสิง ก็ถือเป็นเรื่องไม่มงคลไปตลอดชีวิตแล้ว! ข้าอยากจะรู้นัก จะยังมีเรื่องไม่มงคลไปจนถึงขั้นไหนอีก”