ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 399 ทำตัวแปลก ๆ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 399 ทำตัวแปลก ๆ
บทที่ 399 ทำตัวแปลก ๆ
แม่เฒ่าซ่งมองตามหลังของซ่งชิงเป่ยที่เร่งรุดจากไป อดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมา “นี่ ชิงเป่ยเด็กคนนี้ เหตุใดวันนี้จึงทำตัวแปลก ๆ เช่นนี้เล่า”
ซ่งซิงเยว่ตัวน้อยน่ารักกัดเสี่ยวหลงเปาพลางกล่าวขึ้น “ตั้งแต่ท่านน้าชิงเป่ยมักจะไปเที่ยวเล่นกับท่านน้าต้าหู่ เขาก็แปลกประหลาดเช่นนี้มาโดยตลอดเจ้าค่ะ”
“ถูกต้อง ๆ” ซ่งซิงเฉินเองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เมื่อคืนตอนที่ข้าตื่นมากลางดึก เห็นท่านน้าชิงเป่ยถือเอาสุราสองไหเดินไปยังสวนด้านหลัง ข้าเดาว่าเขาจะต้องนัดไปดื่มกับท่านน้าต้าหู่เป็นแน่”
เพียงได้ยินถึงตรงนี้ ในใจของซ่งชิงซีเต้น ‘ตึก!’ อย่างประหม่าทันใด
เฉินเฉินเจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดจึงคาดเดาได้แม่นยำเช่นนี้
คำพูดนี้ของซ่งซิงเฉินกลับทำให้คนบนโต๊ะอาหารสนอกสนใจ
หลิวกุ้ยเสียยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้น “เด็กสองคนนี้ กลางดึกกลางดื่นดื่มเหล้าด้วยกันก็ไม่รู้คุยอันใด ไม่แปลกเลยที่เช้าวันนี้ทั้งสองคนล้วนไม่อยากจะตื่นกัน เป็นไปได้ว่าเมื่อคืนคงจะดื่มกันมากเกินไป”
ซ่งซิงเฉินกล่าวออกมาทันที “แต่ทว่าชายหนุ่มสองคนดื่มสุรากลางดึกด้วยกัน ช่างแปลกประหลาดนัก”
“เฉินเฉิน…” ซ่งชิงซีเอ่ยปากเรียกเขาเอาไว้ในทันใด
หากแต่ซ่งซิงเฉินหันหน้ามาอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดหรือขอรับ ท่านน้าสาม…”
เขายังไม่ทันพูดจบ ซ่งชิงซีก็นำซาลาเปาเนื้ออันหนึ่งยัดใส่ปากเด็กชาย และกล่าวด้วยรอยยิ้มเสียแล้ว “นี่คือซาลาเปาเนื้อที่เจ้าชอบกินไม่ใช่หรือ เหลืออยู่อันสุดท้ายแล้ว รีบกินเถิด”
ซ่งซิงเฉินไม่สงสัยอันใด เพียงยิ้มรับมา พร้อมจ้องมองซ่งชิงซีแล้วกล่าว “ขอบคุณขอรับท่านน้าสาม”
ซ่งชิงซีเห็นเขาเริ่มกินคำใหญ่ก็โล่งอก ขอเพียงเจ้าเด็กคนนี้ไม่ต้องพูดอันใดเพื่อเติมเชื้อไฟต่อ ทุกอย่างก็จะปกติดี
ส่วนซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่าง ใบหน้าของนางนิ่งเรียบ แต่ในใจกลับครุ่นคิดคาดการณ์
นางตบไหล่ของซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ทั้งสองคนเบา ๆ “พวกเจ้าสองคน รีบกินให้เสร็จแล้วไปเรียนเถิด”
“ขอรับ เข้าใจแล้ว”
“เจ้าค่ะ เข้าใจแล้ว”
เด็กทั้งสองคนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง
ไป๋เย่หานเห็นว่าซ่งชิงหลันยืนขึ้น ก็จับมือของนางเอาไว้แล้วเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน “วันนี้เหตุใดเจ้าจึงกินน้อยนัก”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าไม่อยากอาหาร ว่าจะไปดูที่ครัวเสียหน่อยว่ามีอันใดกินอีกหรือไม่ จะได้เอาไปให้ต้าหู่”
กล่าวจบ นางหมุนตัวเดินไปที่ห้องครัว
ซ่งชิงเป่ยที่จากไป กลับมาที่ห้องของตนเอง
เขาเอาแต่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง จับตามองดูความเคลื่อนไหวของกู่ต้าหู่ฝั่งตรงข้าม
เมื่อเห็นว่าเวลาค่อย ๆ เดินไป กู่ต้าหู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับดูไม่มีวี่แววจะเปิดประตูออกมาเลย ซ่งชิงเป่ยอดไม่ได้ที่จะร้อนรน พึมพำเบา ๆ “เหตุใดเขายังไม่ตื่นอีก ถ้าหากหิวมาก ๆ จนปวดท้องขึ้นมาจะทำอย่างไร”
เขาเดินไปเดินมาอยู่ในห้องอย่างเป็นกังวล พร้อมพูดกับตัวเอง “ข้าเอาอาหารไปให้เขาเสียหน่อยดีหรือไม่ แต่ว่า ถ้าหากไปรบกวนเวลาพักของเขาคงจะไม่ดี ไอ้หยา… นี่จะทำอย่างไรดี!”
ซ่งชิงเป่ยไม่เคยสับสนเช่นตอนนี้มาก่อนเลย
ในตอนที่กำลังเกาหัวอย่างงุนงงสับสน อยู่ ๆ หูที่เฉียบคมก็ ได้ยินความเคลื่อนไหวจากฝั่งตรงข้าม
เขาดีใจมาก รีบเปิดประตูห้องออกไปและเห็นกู่ต้าหู่ที่กำลังเปิดประตูเดินออกมาจากฝั่งตรงข้าม
“ต้าหู่!” ซ่งชิงเป่ยตะโกนออกมา รีบพุ่งตัวเข้าไป
เมื่อเห็นซ่งชิงเป่ยที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏตัวตรงหน้า กู่ต้าหู่ตกใจอย่างมาก เขากะพริบตาปริบ ๆ เผยความกระอักกระอ่วน “ชิง… ชิงเป่ย เหตุใดเจ้าจึงอยู่ตรงนี้เล่า”
กล่าวจบ เขามองไปยังห้องของซ่งชิงเป่ยที่อยู่ตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว
เขาดูจนมั่นใจแล้วว่าประตูห้องของอีกฝ่ายนั้นปิดไว้แน่น ไม่มีการเคลื่อนไหวจึงได้เดินออกมา เหตุใดตอนนี้กลับมาพบเจอกันได้
ซ่งชิงเป่ยกล่าวตอบ “ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้ออกมากินข้าวเช้า กลัวว่าเจ้าจะนอนมากเกินไป จึงคิดว่าจะมาเคาะประตูเรียกเจ้าพอดี ไปกัน ไปกินข้าวเช้า”
เขาดึงมือกู่ต้าหู่ไปอย่างไปธรรมชาติเหมือนกับยามปกติ
เพียงแต่ครั้งนี้เขากลับดึงไม่ไป
ซ่งชิงเป่ยผงะไป มองกู่ต้าหู่ด้วยใบหน้าสงสัย
กู่ต้าหู่สีหน้าลำบากใจ พยายามจะดึงมือตนเองกลับ และกล่าวเบา ๆ “ชิงเป่ย…”
ซ่งชิงเป่ยมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองกู่ต้าหู่ด้วยใบหน้าจริงจัง “ต้าหู่ เจ้าโกหกข้าใช่หรือไม่ ความจริงแล้วเจ้าจำเรื่องเมื่อคืนได้ จำคำพูดที่ข้าบอกกับเจ้าได้ใช่หรือไม่”
“ชิงเป่ย ความจริง มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่ได้บอกเจ้ามาโดยตลอด ข้า…”
ไม่รอให้กู่ต้าหู่กล่าวจบ ในตอนนั้นเอง เสียงหวานชัดเจนก็ดังขึ้นมาอย่างสงสัย “พวกเจ้ามาทำอันใดอยู่ตรงนี้ ยื้อยุดฉุดดึงกันอยู่ได้”
ได้ยินเช่นนั้นก็หันหน้าไปทันที เห็นซ่งชิงหลันที่ยกเอาถาดอาหารเดินมาทางพวกเขาอย่างช้า ๆ
ซ่งชิงเป่ยปล่อยมือทันที กู่ต้าหู่เองก็ถอยเท้าไปหนึ่งก้าวอย่างไม่ทันรู้ตัว รักษาระยะห่างกับอีกฝ่ายเล็กน้อย
ซ่งชิงหลันเดินมาถึงตรงหน้าทั้งสองคน เห็นว่าทั้งคู่ล้วนมีสีหน้ากระอักกระอ่วน บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนยิ่งดูน่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่กลับยิ้มและกล่าวอย่างนิ่งเรียบ “ต้าหู่ เจ้าชิงเป่ยคนนี้มันรังแกเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ เจ้าไม่ต้องกลัว บอกข้ามาได้เลย ดูสิว่าข้าจะจัดการเขาอย่างไร!”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันแสร้งทำท่าทางราวกับจะตีเขา
หากแต่กู่ต้าหู่รีบตะโกนหยุดนางไว้ “อย่า! พี่ชิงหลัน เปล่าเลย พวกข้าเพียงแค่… เพียงแค่…”
เขาพูดว่า ‘เพียงแค่’ อยู่นาน ก็ไม่อาจกล่าวเหตุผลออกมาได้
สุดท้ายเป็นซ่งชิงหลันที่เอ่ยปากเพื่อให้ผ่อนคลายความตึงเครียด “เอาเถิด ไม่ต้องพูดแล้ว เช้านี้เจ้ายังไม่ได้กินอันใดเลย ตอนนี้คงหิวจะแย่แล้วกระมัง ข้าเอาของกินอร่อย ๆ มาให้เจ้า ไปกัน เข้าไปกินข้างในห้อง”
กล่าวจบ นางไม่สนใจซ่งชิงเป่ยอีก นางดึงกู่ต้าหู่เข้าไปในห้องแล้วปิดประตูแน่น
ซ่งชิงเป่ยมองประตูห้องที่ปิดไป ทั้งยังมีเสียงพูดคุยหัวเราะดังมาจากข้างใน รู้สึกเพียงว่าตนปากหนักอันใดอย่างนี้ และทำได้เพียงแต่กลับไปยังห้องของตัวเอง
เขากำลังจะผลักประตูให้เปิดออก แต่อยู่ ๆ ซ่งชิงซีกลับปรากฏตัวขึ้น “เหตุใดหรือ เจ้ายังจะยืนกรานเดินทางผิดอยู่อีกหรืออย่างไร”
ซ่งชิงเป่ยที่มีเรื่องหนักใจอยู่ตกใจในทันที เขากุมหน้าอกอย่างหวาดหวั่น กลอกตามองซ่งชิงซี “พี่สี่ เหตุใดท่านจึงไม่ให้สุ้มให้เสียงเล่า อีกอย่าง นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว เหตุใดท่านจึงยังไม่เข้าวังไปทำงานอีก ยังจะอยู่บ้านทำอันใด”
“ก็เพราะเจ้าอย่างไรเล่า!” ซ่งชิงซีกลอกตาใส่เขา
ซ่งชิงเป่ยละสายตากลับมาอย่างร้อนตัวในทันที และพึมพำเบา ๆ “ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเรื่องอันใด”
“เจ้าอย่ามาแสร้งทำเป็นโง่งมต่อหน้าข้าเลย ข้ากล้าบอกเจ้าได้เลยว่าเมื่อคืนนี้ ข้าได้ยินเรื่องที่พวกเจ้าพูดคุยกันทั้งหมด”
กล่าวจบ ซ่งชิงซีสูดหายใจลึก ๆ มองซ่งชิงเป่ย และเอ่ยเตือนอย่างหวังดี “ชิงเป่ย หากพวกเจ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป คงมีจุดจบที่ไม่ดีแน่ เพราะอย่างนั้นปล่อยวางตัวเจ้าเองและปล่อยต้าหู่ไปเถิด”
ซ่งชิงเป่ยตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นเคร่งขรึมลง และกล่าวเสียงทุ้ม “พี่สี่ ข้ารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร”
กล่าวจบ เขากลับเข้าไปในห้องของตนแล้วปิดประตูห้อง
ซ่งชิงซีมองประตูห้องที่ปิดแน่นอย่างสับสน เรื่องบางเรื่องนั้น เมื่อถึงที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่าน้องชายคนนี้จะต้องเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง