ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 465 อาหารมหัศจรรย์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 465 อาหารมหัศจรรย์
บทที่ 465 อาหารมหัศจรรย์
ทุกคนต่างฮือฮากับคำพูดของซ่งชิงหลัน
แม้แต่ซ่งอวิ๋นเฟิงก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย “แต่ว่า ในเมื่ออาหารของภัตตาคารอี่หงไม่ได้อร่อยเท่าพวกเรา เหตุใดลูกค้าทั้งหมดของเราจึงไปเข้าร้านพวกเขาหมดเล่า”
“นั่นสิ ๆ…” หลิวกุ้ยเสียเองก็ตื่นเต้นขึ้นมา “แต่ข้าได้ข่าวจากลูกค้าเก่าที่เคยมีสัมพันธ์อันดี เขาบอกว่าอาหารของภัตตาคารอี่หงนั้นอร่อยมาก ทำให้คนกินแล้วก็อยากกินอีก ราวกับมีเวทมนตร์อย่างไรอย่างนั้น”
“ในโลกนี้มีอาหารมหัศจรรย์เช่นนั้นด้วยหรือ” ฟางจื่ออี้ที่อยู่ข้าง ๆ อยากรู้ขึ้นมาอีกคน
เมื่อได้ยินคำอธิบายของทุกคน เขาถึงกับอยากจะไปชิมอาหารของภัตตาคารอี่หงเช่นกัน
อู่เชียนเชียนกลับยู่ปาก “อาหารที่นั่นข้ากินมาแล้ว ข้ารู้สึกว่าไม่ได้อร่อยเหมือนที่เขาว่ากันเลย น่าจะเพราะทุกคนฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียดเสียมากกว่า”
“อืม ส่วนมากก็คงเป็นเช่นนั้น” หลิวกุ้ยเสียกล่าวเข้าข้างตัวเอง “ข้ายังได้ยินมาอีกว่าภัตตาคารอี่หงนั้นไม่ได้มีแต่การกินข้าวเท่านั้น ข้างในนั้นยังมีหญิงที่เปิดหน้าท้องครึ่งหนึ่งเต้นรำให้ความบันเทิงแก่ลูกค้าอีกด้วย คิดว่าอาหารอร่อย ๆ ที่พวกลูกค้าเหล่านั้นพูดถึง คงเป็นแค่หลงเสน่ห์ในความงามและความฉาบฉวยเท่านั้น ข้าว่าเจ้าของร้านผู้นั้น ดูเหมือนจะชื่อแม่นางอันใดสักอย่าง…”
อู่เชียนเชียนรีบกล่าวเสริมคำพูดนาง “ชื่อแม่นางหงเจ้าค่ะ”
“ใช่ ๆ ๆ แม่นางหงผู้นั้น แต่งตัวสวยตลอดเวลา เพียงดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา คนเช่นนี้จะทำการค้าขายอย่างมีเกียรติได้อย่างไร”
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ไป๋เย่หานที่นั่งเงียบ ไม่กล่าวอันใดมาโดยตลอดก็เอ่ยออกมา “เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาหารที่เรากินนั้นไม่เหมือนกับอาหารที่พวกเขากิน”
เพียงกล่าวจบ ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างงงงวยกันไป
มีเพียงซ่งชิงหลันที่เข้าใจถึงความหมายของเขา
ในหัวของนางมีแสงสว่างวาบ ภาพความจริงปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
นางเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น และโพล่งออกมา “เป็นเพราะไก่ผัดพิทักษ์วัง!”
หลิวกุ้ยเสียที่ไม่รู้รายละเอียดอันใดเลยรีบเอ่ยถาม “ไก่ผัดพิทักษ์วังอันใดหรือ หลันหลัน เจ้าพูดถึงอันใดอยู่”
ในตอนนี้ ซ่งชิงหลันมองอู่เชียนเชียนข้างกายอย่างตื่นเต้น “เชียนเชียน เจ้าจำได้ใช่หรือไม่ว่าเราสั่งไก่ผัดพิทักษ์วังไป”
“จำได้เจ้าค่ะ รสชาตินั้นก็ธรรมดา ๆ ไม่มีอันใดพิเศษนี่” อู่เชียนเชียนเองก็สงสัยอย่างมากเช่นกัน นางไม่รู้ว่าเหตุใดซ่งชิงหลันจึงตื่นเต้นเพียงนั้น
ซ่งชิงหลันยิ้ม และกล่าวอธิบาย “ปัญหาไม่ใช่ไก่ผัดพิทักษ์วัง แต่ปัญหาคือไก่ผัดพิทักษ์วังถาดนั้นต่างหาก เจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนแรกที่บริกรยกอาหารจานนั้นมาให้เรา เขาถูกแม่นางหงห้ามเอาไว้”
“ใช่เจ้าค่ะ ตอนนั้นนางบอกว่าไก่ผัดพิทักษ์วังถาดนั้นที่บริกรยกมาเป็นแบบเผ็ด เป็นจานที่ลูกค้าคนอื่นสั่งไว้ เลยเอามาให้พวกเราผิด”
“ตอนที่บริกรยกมาให้ ข้าก็มองดูอยู่ ไก่ผัดพิทักษ์วังถาดนั้นเหมือน ๆ กับถาดที่เราได้กิน ไม่ได้เพิ่มรสเผ็ดอันใด เลยคาดการณ์ได้ว่าไก่ผัดพิทักษ์วังที่บริกรยกมาให้เราตอนแรกนั้นเป็นแบบที่ให้ลูกค้ากินยามปกติ แม่นางหงน่าจะกังวลว่าข้าจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง จึงได้ใช้ข้ออ้างนี้ ให้บริกรไปเปลี่ยนถาดใหม่มา”
ซ่งชิงหลันวิเคราะห์อย่างจริงจัง ไป๋เย่หานเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนหลิวกุ้ยเสียนั้นตามซ่งชิงหลันไม่ทันจริง ๆ “เหตุใดจึงซับซ้อนถึงเพียงนี้ นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่”
“นั่นสิ ไก่ผัดพิทักษ์วังจานเดิมนั้นมีอันใดที่แตกต่างกันแน่หรือเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนลูบคางของตนอย่างครุ่นคิด
ฟางโย่วลี่ฟังไปก็รู้สึกว่าการวิเคราะห์ของซ่งชิงหลันดูจะเข้าใกล้ความจริงที่สุดแล้ว
เขาจึงเอ่ยเสนอแนะ “ถ้าหากอยากจะแก้ปัญหานี้ หรืออยากจะทำให้กิจการภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เกรงว่าคงทำได้เพียงต้องไปกินอาหารของจริงที่ภัตตาคารอี่หงนั้นเสียแล้ว”
“ตามที่พวกท่านว่า เมื่อครู่หลันหลันก็ไปมาแล้ว ไปอีกไม่ได้หรอก!”
“ท่านอาสะใภ้พูดถูก” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “พื้นเพของแม่นางหงผู้นี้ไม่ใช่กระจอก ๆ นางรู้จักคนเกือบจะทั่วเมืองหลวง ดังนั้น ขอเพียงคนของพวกเราไป นางต้องไม่ยอมเอาอาหารของจริงมาให้พวกเราเป็นแน่”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่า พวกเราไปจ้างคนนอกสักสองสามคนดีหรือไม่” ซ่งอวิ๋นเฟิงเองเสนอความคิดของตน
ไป๋เย่หานกลับขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย “ไม่ดี คนที่เข้ามานี้ อย่าว่าแต่พื้นเพน่าเชื่อถือเลย ถ้าหากทำพัง เกรงว่าต่อไปก็จะยิ่งหาความจริงได้ยากกว่าเดิม”
ถูกต้อง พวกเขาไปกันครั้งนี้ก็ถือว่าได้แหวกหญ้าให้งูตื่นเสียแล้ว
พอผ่านเรื่องวันนี้ไป แม่นางหงจะยิ่งระแวดระวังมากกว่าเดิม
อู่เชียนเชียนจึงกังวลขึ้นมา “นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราควรทำอย่างไรกันแน่เจ้าคะ”
ในตอนที่ทุกคนกำลังอับจนหนทางกันอยู่นั้นเอง อยู่ ๆ ก็มีเสียงใสดังขึ้นด้านหลังพวกเขา
“เหตุใดพวกท่านล้วนมารวมตัวกันอยู่นี่ คุยอันใดกันอยู่หรือเจ้าคะ”
ทุกคนมองตามเสียงไปที่ประตูของภัตตาคารอวิ๋นหลาย เห็นซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหรานเดินเข้ามาด้วยกัน
ชายหนุ่มและหญิงสาวรูปงามสวมชุดขาวสูงส่ง ดูแล้วเหมือนคู่รักเซียนชายหญิง ช่างเป็นคู่สวรรค์สรรสร้างเสียจริง
แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่มีจิตใจจะมาชื่นชมหน้าตาของหนุ่มสาวรูปงามคู่นี้
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงตรงหน้า อู่เชียนเชียนจึงนำเรื่องสถานการณ์ของภัตตาคารอวิ๋นหลาย ทั้งยังมีเรื่องที่เกิดขึ้นในภัตตาคารอี่หง ไปจนถึงวิธีที่พวกเขาคิดออก เล่าให้ทั้งคู่ฟังอย่างละเอียด
หลังจากกล่าวจบ นางคอแห้งจากการพูดไปมากมายเสีย จึงหยิบเอาน้ำชาข้าง ๆ มาดื่มอึก ๆ ถึงดีขึ้น
เมื่อฟังคำพูดของอู่เชียนเชียนจบ กู่เยียนหรานก็ครุ่นคิด “พี่ชิงหลัน หากท่านอยากหาคนที่ไม่คุ้นตาและพึ่งพาได้ไปสืบข่าวที่ภัตตาคารอี่หง ในใจข้าก็มีตัวเลือกหนึ่งเจ้าค่ะ”
“เอ๋ ผู้ใดหรือ เป็นผู้ใดกัน” อู่เชียนเชียนถามขึ้นมาอย่างร้อนรน
ในตอนนี้ ในหัวของซ่งชิงหลันก็มีแสงแวบมา นางเดาออกในทันทีว่าคนที่กู่เยียนหรานพูดถึงคือผู้ใด
นางยิ้ม มองกู่เยียนหรานแล้วกล่าว “เยียนหราน คนที่เจ้าพูดถึงคือคุณชายซ่างกวนและชิงชิงหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ” กู่เยียนหรานพยักหน้า “พวกเขามาที่เมืองหลวงเป็นครั้งแรก แม่นางหงผู้นั้นคงไม่รู้จักพวกเขา ต่อให้รู้ตัวตนของพวกเขาแล้ว ก็น่าจะโยงมาไม่ถึงพวกเรากระมัง”
ตอนนี้ ทั่วทั้งยุทธภพต่างรู้กันหมดแล้วว่าซ่งชิงเป่ยเป็นสามีของคุณหนูแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย ดูจากความสามารถในการหาข่าวของแม่นางหง นางเองคงจะรู้เรื่องนี้แล้ว ไม่เช่นนั้นแล้ว กู่เยียนหรานคงจะไปลองด้วยตนเอง
ซ่งชิงหลันคิดว่าทั้งสองคนที่กู่เยียนหรานพูดถึงนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวจริง ๆ
นางหันไปมองไป๋เย่หานข้างกาย แล้วเอ่ยถาม “ท่านอ๋อง ท่านคิดว่าอย่างไร”
“ข้าก็คิดว่าใช้ได้” ไป๋เย่หานพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ประเด็นคือ พวกเขาจะยินดีช่วยหรือไม่นี่สิ”
กู่เยียนหรานยิ้ม “ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ เรื่องนี้ยกให้ข้าและชิงเป่ยจัดการเอง”
“ข้าหรือ” ซ่งชิงเป่ยชี้ตนเองอย่างตกใจ
“ใช่น่ะสิ เจ้าไปโน้มน้าวชิงชิง ส่วนข้าน่ะ ก็จะรับหน้าที่ไปคุยกับพี่ซ่างกวน” กู่เยียนหรานพยักหน้า “ข้าเชื่อว่าพวกเขาต้องไม่ปฏิเสธแน่”