ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 512 ความสามารถน้อยนิด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 512 ความสามารถน้อยนิด
บทที่ 512 ความสามารถน้อยนิด
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างถ่อมตัว “เหล่านี้ล้วนเป็นความสามารถอันน้อยนิด พวกเจ้ารีบลองกินปลาทอดตุ๋นสุราหมักกันเถิด”
จากนั้นทุกคนก็เริ่มขยับตะเกียบ
ซ่างกวนจิ่งหงกินไปคำหนึ่งด้วยท่าทางสง่างาม “อืม ปลานี้หลังจากทอดแล้วหนังปลาจะกรอบ ชุ่มไปด้วยน้ำเคี่ยว รวมไปถึงกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของสุราหมัก กินแล้วมีรสชาติที่แตกต่างจริง ๆ”
“อืม อร่อย อร่อยมาก” อู่เชียนเชียนไม่อาจนึกถึงคำชมสวยหรูใด ๆ ได้ จึงทำได้เพียงใช้ท่าทางพิสูจน์ความชื่นชอบของนาง
นางกินคำแล้วคำเล่า ระหว่างนั้นยังไม่ลืมที่จะกินสุราหมักเพื่อเพิ่มรสชาติ “นี่ พี่ชิงหลันเจ้าคะ ความจริงแล้วสุราหมักนี้เป็นเอกลักษณ์มากเลย ตอนแรกที่ดื่มนั้นรู้สึกว่ามีกลิ่นสาบที่ไม่คุ้นเคย แต่ยิ่งดื่มก็ยิ่งอร่อย”
“ถูกต้อง” ซ่างกวนจิ่งหงพยักหน้าเห็นด้วย “สุราชนิดนี้ดื่มแล้วมีกลิ่นฉุน ไม่เหมือนสุราธรรมดาที่แสบร้อน มีรสชาติติดลิ้นยิ่งนัก”
“นั่นสิ ดูเหมือนสุราชนิดนี้ไม่ได้มีฤทธิ์รุนแรง ข้าดื่มไปหลายจอกแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอันใด” กู่เยียนหรานมองด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น “พี่ชิงหลัน นี่เป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วกล่าวอธิบาย “ความเข้มข้นของสุราหมักนั้นมีน้อยกว่าสุราข้าวทั่วไป จึงไม่ได้ทำให้มอมเมาโดยง่าย”
เพียงได้ยินคำนี้ อันชิงชิงก็ตื่นเต้นขึ้นมา “อย่างนั้นหรือเจ้าคะ เช่นนั้นข้าจะกินให้มาก ๆ เลย”
กล่าวจบ นางหยิบเอาชามใหญ่ขึ้นมาดื่มอึก ๆ
“ไอ้หยา… สดชื่นเหลือเกิน… สุราชนิดนี้ดีเกินไปแล้ว…”
ซ่างกวนจิ่งหงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทางเช่นนี้ของนาง อดขมวดคิ้วไม่ได้ “นี่… เจ้า… เจ้าค่อย ๆ ดื่มสิ…”
เขาอยากจะยื่นมือไปห้าม หากแต่ก็คิดว่าคงไม่เหมาะเท่าไรนัก จึงได้ชักมือกลับมา
กู่เยียนหรานที่ดูออกถึงความคิดสับสนของเขา นางยิ้มแล้วกล่าวโน้มน้าวอันชิงชิงเบา ๆ “ชิงชิง เจ้าค่อย ๆ ดื่มเถิด แม้สุราหมักนี้จะมีฤทธิ์ไม่มาก แต่อย่างไรก็เป็นสุรา ทำให้คนเมาได้เช่นกัน”
“ข้ารู้น่า” อันชิงชิงโบกมือพลางหัวเราะคิกคัก “ตอนที่ข้าอยู่กลุ่มอินทรีย์ดำ มีฉายาว่าพันจอกไม่รู้ล้ม อีกอย่าง วันที่มีความสุขเพียงนี้ ดื่มให้มากหน่อยเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลิน มา! พี่ชิงหลัน! ข้าขอดื่มคารวะท่านจอกหนึ่งเจ้าค่ะ!”
กล่าวจบนางก็หยิบจอกสุราขึ้นมา
ซ่งชิงหลันเองก็รีบหยิบจอกสุราขึ้นแล้วตอบรับ “ชิงชิง ข้าสิควรจะดื่มคารวะเจ้า วันนี้หากไม่ได้พวกเจ้ามาช่วย ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราคงจะยุ่งกันเสียให้วุ่นเป็นแน่”
“ไม่ ข้าต่างหากต้องคารวะท่าน ตั้งแต่เล็กจนโตข้าโตมาในภูเขากับกลุ่มอินทรีย์ดำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ารู้จักเพียงแต่การต่อสู้ ใช้การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่หลังจากผ่านวันนี้ไปข้าจึงได้รู้ ที่แท้นอกจากการต่อสู้แล้ว ข้ายังช่วยในเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมาก วันนี้เป็นวันที่ข้ามีความสุขที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ อันชิงชิงก็ดื่มเองจนหมดจอก
ซ่างกวนจิ่งหงมองนางไม่ละสายตา ในดวงตาอดไม่ได้ที่จะฉายแววรู้สึกผิด
ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่านางเป็นผู้หญิงที่ไม่สนใจอันใดและไม่รู้จักสิ่งใดเลย การกระทำก็มุทะลุ แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่านางเองน่ารักอย่างมาก ชวนให้เอ็นดู
ทันใดนั้น ซ่างกวนจิ่งหงตกใจกับความคิดที่โผล่มาในหัวของตน
บ้าไปแล้ว เหตุใดเขาจึงมีความคิดเช่นนี้ ต้องเป็นเพราะเขาดื่มจนเมาแล้วเป็นแน่!
ใช่ ถูกต้อง ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ
ซ่างกวนจิ่งหงจึงได้หยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดในคราวเดียวเพื่อสงบสติของตนเอง
ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นผ่านพ้นไปเร็วนัก เพียงไม่นานทุกคนก็กินดื่มกันจนอิ่ม
ซ่งชิงหลันเห็นว่าเวลาดึกแล้ว นางหันมองกลุ่มคนงานตรงหน้าแล้วกล่าว “วันนี้ทุกคนต้องลำบากกันแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ข้ายังต้องรบกวนทุกคนอีก”
“ไม่ลำบากเลยขอรับ ได้ทำงานกับแม่นางซ่ง จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อยแค่เล็กน้อย แต่พวกข้าไม่รู้สึกว่าลำบากเลย”
“นั่นสิ ข้าเพลิดเพลินกับความรู้สึกเช่นนี้มาก เหมือนว่าเมื่ออยู่กับแม่นางซ่ง ทุกวันจะได้รู้จักกับสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างออกไป”
“นั่นสิ แม่นางซ่ง พรุ่งนี้พวกข้าต้องทำอาหารจานใหม่อันใดอีกหรือ ข้าอยากรู้จริง ๆ”
“พวกเราทำอาหารชนิดปลามาสองวันติดกันแล้ว พรุ่งนี้คงไม่ได้จะขายปลาอีกกระมัง ตอนนี้ข้าเห็นปลาก็รู้สึกหวาดหวั่นเสียแล้ว”
……
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ…”
ได้ยินคำพูดของพวกเขา ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ด้วยความรู้สึกทั้งขบขันและสงสาร
นางกล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “วางใจเถิด พรุ่งนี้พวกเราไม่ขายปลาแล้ว คืนนี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้ดีเถิด เอาให้มีชีวิตชีวา พรุ่งนี้จะได้ทำงานกันอย่างสดชื่น”
“ได้!”
ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดจานชาม จากนั้นทยอยออกจากภัตตาคารอวิ๋นหลายไป
อันชิงชิงในตอนนี้เมาเสียจนเดินไม่ตรง
ซ่างกวนจิ่งหงดูนางที่เดินโซซัดโซเซ ก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าหยอกล้อ “เจ้าบอกว่าเจ้าคอแข็งนักไม่ใช่หรือ ไหนจะพันจอกไม่รู้ล้มนั่นอีก เหตุใดจึงกลายเป็นสภาพเช่นนี้ได้”
ปากบอกว่ารังเกียจ หากแต่การกระทำกลับจริงใจ ชายหนุ่มดึงนางเอาไว้ ไม่ให้นางล้มลงกับพื้น
ทั้งสองดูแล้วเหมือนเป็นคู่รักคู่แค้นกันอย่างไรอย่างนั้น
จนซ่งชิงเป่ยอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม “ซ่างกวน คำว่าพันจอกไม่รู้ล้มที่ชิงชิงพูดนั้นไม่เหมือนกับที่เจ้าคิดหรอก”
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” ซ่างกวนจิ่งหงขมวดคิ้ว ถามอย่างสงสัย
“หลังจากคำว่าพันจอกไม่รู้ล้มของชิงชิง ยังมีอีกประโยคหนึ่ง นั่นก็คือจอกเดียวก็เมาแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ…” อู่เชียนเชียนหัวเราะออกมาอย่างไร้ปรานี “เช่นนั้นหมายความว่า ความสามารถในการดื่มของอันชิงชิงเป็นเพียงสุราหนึ่งจอกหรอกหรือ ช่างดูไม่ออกเลยจริง ๆ นางดูเหมือนดื่มเก่งเหลือเกิน ที่แท้ก็อ่อนเพียงนี้”
กล่าวจบอู่เชียนเชียนก็ ‘โอ้ก’ ออกมาที่ด้านข้าง
โดยมีฉูซื่อโม่วลูบหลังของนางอย่างอ่อนโยน “เจ้านี่นะ ยังมีหน้าไปว่าคนอื่นอีก ไม่รู้จักประมาณตน เจ้าดื่มไปตั้งมากจะไม่อาเจียนได้หรือ เป็นอย่างไร รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”
“ฟู่ว… อาเจียนออกมาก็โล่งแล้ว”
“ข้าจะพยุงเจ้ากลับไป”
ฉูซื่อโม่วพยุงอู่เชียนเชียนจากไปก่อน
ส่วนซ่างกวนจิ่งหงมองอันชิงชิงที่พยุงอยู่ในมือ ก็รู้สึกลำบากใจอย่างมาก จะทิ้งนางก็ไม่ได้ ไม่ทิ้งก็ไม่ได้ ทำได้เพียงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้กู่เยียนหราน “เยียนหราน นี่… นาง… จะทำอย่างไรดี”
กู่เยียนหรานนั้นช่างสังเกต พวกเขาทั้งสองล้วนเป็นคนเชื่องช้า บางครั้งต้องให้คนข้าง ๆ ช่วยปลุกเร้าเสียหน่อย จึงจะได้เห็นความในใจของกันและกันได้ชัดเจนสินะ
นางจึงยิ้มแล้วเอ่ย “ซ่างกวน นางเป็นสตรีคนหนึ่ง ท่านไม่อาจทิ้งชิงชิงไว้ตรงนี้ได้กระมัง เช่นนั้น… ท่านอุ้มนางกลับไปดีหรือไม่”
“ไม่ได้!” ซ่างกวนจิ่งหงรีบปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ชายหญิงไม่ได้สนิทสนมกัน จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าว่าให้เจ้าเป็นคนทำเถิด”
“ไอ้หยา ข้าเวียนหัวมากเลย” หากแต่กู่เยียนหรานล้มลงใส่ร่างของซ่งชิงเป่ยทันที “ชิงเป่ย สุราหมักนี้มีฤทธิ์อยู่เหมือนกันนะ เมื่อครู่ข้าดื่มเยอะเกินไป เจ้ารีบพาข้ากลับได้หรือไม่”
“อ้อ ได้สิ” ในเมื่อภรรยาเอ่ยปากแล้ว ซ่งชิงเป่ยย่อมไม่กล้าขัด