ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 518 มีใจคิดกบฏหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 518 มีใจคิดกบฏหรือ
บทที่ 518 มีใจคิดกบฏหรือ
ยามที่ซ่งชิงหลันกลับมาถึงห้อง นางพบว่าไป๋เย่หานอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว
นางถึงกับตื่นตกใจ “เหตุใดท่านจึงกลับมาเร็วเพียงนี้เล่า”
ส่วนไป๋เย่หานเองก็แทบจะถามนางพร้อม ๆ กัน “เจ้าไปที่ใดมา”
ซ่งชิงหลันยิ้ม ปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไป “ชิงซีกลับมาแล้ว ข้าเลยทำอาหารค่ำให้เขา แล้วถือโอกาสคุยกับเขาครู่หนึ่ง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ทางด้านกองทัพไม่มีเรื่องอันใดใช่หรือไม่”
“ไม่มีเรื่องอันใด เพียงแต่พบคนน่าสงสัยสองสามคนมาสอดแนมอยู่ด้านนอกกองทัพ พวกหานเฟยสงสัยว่าจะเป็นสายลับจากอาณาจักรซีหลิง แต่ยังไม่ทันได้สอบสวน พวกเขาก็กินยาฆ่าตัวตายกันไปเสียแล้ว”
กล่าวจบ ไป๋เย่หานก็ขมวดคิ้วอย่างจริงจัง
“อ้อ จริงสิ เมื่อครู่ชิงซีบอกข้าว่าเขาสงสัยว่าแม่นางหงแห่งภัตตาคารอี่หงจะเป็นสายลับของซีหลิง อีกอย่าง ดูเหมือนภัตตาคารอี่หงนี้จะมีความเชื่อมโยงกับลี่อ๋อง”
สีหน้าของไป๋เย่หานยิ่งดูเคร่งขรึมกว่าเดิม “หรือว่าลี่อ๋องมีใจคิดกบฏจริง ๆ”
ก่อนหน้านี้ จิ่งเทียนสิงก็เคยมีความสัมพันธ์กับชาวซีหลิง ตอนนี้ก็เป็นเช่นนี้อีก ดูท่าทางความตั้งใจนี้น่าสงสัยมากเสียจริง
“เช่นนั้นท่านคิดจะทำอย่างไร”
ไป๋เย่หานถอนหายใจเบา ๆ “เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นหนา เราไม่อาจทำอันใดบุ่มบ่ามได้ เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ข้ากลับเป็นห่วงเจ้าเสียมากกว่า”
เขามองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าห่วงใย
หากพวกเขาเป็นคนของซีหลิงจริง ๆ เช่นนั้นแรงจูงใจของคนชุดดำในคืนนั้นจะยิ่งชัดเจนว่าคิดร้ายต่อเขาและซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลันยิ้มบาง ๆ “เหตุใดท่านจึงคิดเหมือนชิงซีเลย ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าปกป้องตนเองได้ อีกอย่างยังช่วยชิงซีสืบจนเข้าใจอีก จริงสิ…”
อยู่ ๆ นางคิดถึงคำที่ซ่งชิงซีเตือนตนเอง จึงได้แสร้งเอ่ยถามอย่างไม่สนใจนัก “หากหนานหยางอ๋องเก่งกาจอย่างที่ท่านว่าจริง ๆ ขอเพียงมีเขาอยู่ คนจากอาณาจักรซีหลิงจะบุกตีเข้ามาไม่ได้ใช่หรือไม่”
“หนานหยางอ๋องมีความสามารถที่เรียกว่า หนึ่งคนเฝ้าด่าน ศัตรูนับหมื่นก็ไม่อาจผ่านไปได้ ขอเพียงมีเขาคอยเฝ้าดูเขตชายแดน ชาวซีหลิงจะไม่อาจทะลวงเข้ามาได้เป็นแน่ แต่ถ้าหากพวกมันใช้วิธีอื่นเข้ามาก็ไม่แน่”
เขามองซ่งชิงหลันอย่างสงสัย “เหตุใดอยู่ ๆ พระชายาจึงสนใจในเรื่องหนานหยางอ๋องเช่นนี้เล่า”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เขาในใจ นางไม่ได้สนใจหนานหยางอ๋องผู้นี้ แต่สนใจในตัวคุณหนูผิงหยางในตำนานต่างหากเล่า
ยิ่งชอบมากเท่าไร ก็ยิ่งใส่ใจมากเท่านั้น
คำพูดที่ซ่งชิงซีบอก นางยังรับฟังอยู่ในใจ
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าได้ยินชิงซีบอกว่าใกล้จะถึงพระราชพิธีหมื่นพรรษาของฝ่าบาทแล้ว ถึงตอนนั้นบุตรสาวของหนานหยางอ๋อง คุณหนูผิงหยางเองก็จะมาถวายความยินดีกับฝ่าบาทที่เมืองหลวงด้วย”
“เรื่องนี้ข้าไม่แน่ใจนัก เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องในการจัดการของสำนักพระราชวัง”
“ข้ายังได้ยินอีกว่าฝ่าบาทยังทรงตั้งใจจะหาสามีให้คุณหนูผิงหยางผู้นี้ ส่วนคนที่เหมาะสมที่สุดก็คือท่าน”
ไป๋เย่หานมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันใด “เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
เขาขมวดคิ้วมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าคงไม่ได้เชื่อจริง ๆ ใช่หรือไม่”
“เชื่อสิ เหตุใดข้าต้องไม่เชื่อด้วย” ซ่งชิงหลันกอดอก อย่างใจเย็นไม่รีบร้อน “ฝ่าบาททรงตั้งพระทัยให้ท่านสืบราชบัลลังก์มาโดยตลอด อีกทั้งการสนับสนุนของคุณหนูผิงหยางผู้นี้ย่อมเป็นประโยชน์กับท่านอย่างแน่นอน ข้าคิดว่าพระสนมเฉินเองก็คงจะพอพระทัยมาก”
ไป๋เย่หานโมโหขึ้นมา กำลังคิดจะใส่อารมณ์ ทว่ากลับมีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เขายื่นแขนออกไปโอบซ่งชิงหลันมาไว้ในอก บีบคางเล็ก ๆ งดงามของนาง ยิ้มบางอย่างร้ายกาจ “พระชายาพูดจาผิดแปลกไปเช่นนี้ คงไม่ใช่ว่าหึงแล้วใช่หรือไม่”
หากแต่ซ่งชิงหลันยังคงปากแข็ง “จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่ได้หึงเสียหน่อย มีอันใดให้หึงด้วย ตลกแล้ว ฮ่า ๆ ๆ…”
ทว่าไป๋เย่หานรู้ดี เขากอดซ่งชิงหลันแน่นขึ้น นำคางวางไว้ตรงคอของนาง พร้อมกล่าวเสียงอ่อนโยน “ข้าไม่มีความสนใจในบัลลังก์เลยแม้แต่น้อย ในโลกใบนี้ สิ่งที่ข้าสนใจที่สุดก็มีเพียงเจ้าและเฉินเฉินกับเยว่เยว่”
ได้ยินเช่นนี้ ซ่งชิงหลันพลันรู้สึกชื่นใจขึ้นมา นางกอดไป๋เย่หานกลับแน่น ตอบเบา ๆ ว่า “อืม” อยู่ในอกของเขา
วันต่อมา
ภัตตาคารอวิ๋นหลายยังคงคับคั่งไปด้วยผู้คน
อาหารจานใหม่ที่ซ่งชิงหลันขายในวันนี้ก็คือเป็ดมะนาว
วัตถุดิบของเป็ดมะนาวนี้ก็พิถีพิถันมาก ต้องเลือกเป็ดดำชั้นดี หั่นเป็นชิ้นแล้วลวกในน้ำร้อน ยามที่เอามาทอดอีกครั้งจะต้องใส่วัตถุดิบอย่างกระเทียมดองที่ทำเอง พริกดอง ขิงดอง เม็ดกระเทียม ขิงแก่ และอื่น ๆ จากนั้นเติมเครื่องปรุงอย่างพวกน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าต้ม น้ำตาลทรายลงไป ที่สำคัญที่สุดก็คือ สุดท้ายก่อนจะยกกระทะออกต้องใส่มะนาวดองทำเองลงไปผัดด้วย
โดยมะนาวจะต้องใส่เป็นอย่างสุดท้าย ไม่อย่างนั้นถ้าผัดนานเกินไปจะมีรสขม จะส่งผลต่อรสชาติอาหารทั้งจาน
เนื้อเป็ดเป็นเนื้อที่คาวง่ายและเหี่ยวง่าย ของอย่างมะนาวดองรวมไปถึงของรสเปรี้ยวต่าง ๆ จะช่วยขจัดความคาวของเนื้อเป็ดได้ดี ขณะเดียวกันก็สามารขจัดความมันส่วนเกินในเนื้อเป็ดได้ด้วย เป็ดมะนาวจานนี้จึงมีทั้งรสเผ็ดและเปรี้ยวชวนรับประทาน โดยที่กลิ่นหอมของมะนาวยังคงอยู่ในนั้น ลูกค้าทุกคนที่ได้กินล้วนออกปากชม
เป็ดมะนาวจานนี้ดึงดูดคนได้ไม่น้อย จนนอกประตูภัตตาคารอวิ๋นหลายมีแถวยาวเหยียด
ซ่งชิงหลันมองแถวยาวนั้น ก็เอ่ยปากออกมา “ลูกค้าเก่าและใหม่ทุกท่าน วันนี้เป็ดมะนาวจะเป็นอาหารจานใหม่จานสุดท้ายที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราจะนำมาขายแล้ว วันพรุ่งนี้จะไม่มีอาหารจานใหม่ให้ทุกคนได้ชิมกัน แต่ขอเพียงเป็นอาหารที่อยู่ในรายการอาหารของเราล้วนเป็นของอร่อยชั้นดี หวังว่าทุกท่านจะยังคงสนับสนุนภัตตาคารอวิ๋นหลายของพวกเราต่อไปนะเจ้าคะ”
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น กลับทำให้ทุกคนสงสัยขึ้นมาทันที
“แม่นางซ่ง นี่เกิดอันใดขึ้นเล่า ก่อนหน้านี้เจ้ายังบอกว่ามีอาหารจานใหม่ให้กินไปอีกสิบวันติดไม่ใช่หรือ”
“นั่นน่ะสิ นี่เพียงไม่กี่วันเอง พวกเรายังกินกันไม่พอเลยนะ!”
“ใช่แล้ว การมากินอาหารจานใหม่ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายทุกวันจนจะกลายเป็นความเคยชินของเราแล้ว นี่อยู่ ๆ จะไม่มี ในใจข้ารู้สึกโหวงเหวงพิกล”
……
เห็นท่าทางผิดหวังของทุกคน ซ่งชิงหลันจึงรีบกล่าวปลอบขวัญ “ทุกท่านอย่าเป็นเช่นนี้เลย ของอร่อย ๆ นี้ พวกเราเองก็ไม่อาจกินหมดในคราวเดียวไม่ใช่หรือเจ้าคะ ต่อไปภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรายังจะมีอาหารจานใหม่ทยอยออกมาอีก เพียงแต่ไม่อาจทำบ่อยเพียงนั้น ต้องขอบคุณทุกท่านมากที่ยอมรับพวกเรา ข้า ซ่งชิงหลันขอรับประกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานใหม่หรือจานเก่า ล้วนอยู่ในระดับดีเลิศเช่นเดียวกันหมด”
“แม่นางซ่งก็พูดถูก อย่างไรเสีย พวกเราขอแค่อร่อยก็พอแล้ว”
“นั่นสิ ภัตตาคารอวิ๋นหลายมีอาหารให้เลือกมากมาย พวกเราเองยังเปลี่ยนบรรยากาศได้”
“ก็จริง ความจริงการมากินอาหารที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายทุกวันก็อาจจะเลี่ยน พวกเราจะได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ภัตตาคารอื่นบ้าง”
……
หลังซ่งชิงหลันกล่าวจบก็ยังจงใจมองไปยังชั้นสองของภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้าม
อย่างไรนางก็ปล่อยสัญญาณออกไปแล้ว เหลือเพียงรอดูว่าพวกเขาจะได้รับหรือไม่