ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 520 ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ามาใหม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 520 ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ามาใหม่
บทที่ 520 ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ามาใหม่
ชายที่แผงน้ำชาหันหน้ามามองซ่งชิงซี ถึงแม้จะดูไม่ออกว่าเขาเป็นคนจากทางการ แต่ก็เป็นคนตามีแววอยู่ เพียงแวบเดียวก็ดูออกว่าฐานะของชายคนนี้ไม่ธรรมดา เป็นคนที่ไม่อาจไปยั่วยุได้
เขาจึงหัวเราะฮิ ๆ แล้วกล่าวอธิบาย “ลูกค้าท่านนี้ เข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแค่ฟังอาหารที่แม่นางผู้นี้กล่าวถึงนั้นภัตตาคารอี่หงล้วนมี อีกทั้งทุกคนล้วนบอกว่าอาหารของภัตตาคารอี่หงอร่อยมาก ข้าจึงได้แนะนำไปเช่นนั้นขอรับ”
ซ่งชิงซีแค่นหัวเราะ “ดูเจ้าเอง คงตั้งแผงขายของในเมืองหลวงมานานแล้ว ไม่รู้หรือว่ามีภัตตาคารอวิ๋นหลายมาก่อนภัตตาคารอี่หง รายการอาหารของภัตตาคารอี่หงก็ลอกเลียนแบบมาจากภัตตาคารอวิ๋นหลาย นี่เจ้ายังจะโกหกได้อีกหรือ”
พ่อค้าแผงชาผู้นั้นรู้ความผิดตน จึงได้ก้มหัวต่ำลงไม่กล้าพูดอันใด
ในตอนนี้ ซ่งชิงซีหันหน้ามา มองหญิงสาวชุดแดงผู้นั้น “ที่ที่แม่นางตามหาก็คือภัตตาคารอวิ๋นหลาย”
“อ๋อ ใช่ ๆ ๆ ข้าคิดออกแล้ว ดูเหมือนจะเป็นชื่อนี้แหละเจ้าค่ะ” หญิงชุดแดงยิ้มอย่างงดงาม
ซ่งชิงซีขมวดคิ้ว “แม่นางคงเพิ่งมาใหม่ อย่าได้ไปเชื่อคนต้อยต่ำเลย เฮ้อ ช่างเถิด ให้ข้าพาท่านไปภัตตาคารอวิ๋นหลายแล้วกัน”
หญิงชุดแดงยิ้มบาง เดินตามซ่งชิงซี พร้อมลอบมองเขาแวบหนึ่ง “คุณชายรู้ได้อย่างไรว่าข้ามาใหม่”
ซ่งชิงซียิ้มมุมปาก “อาหารที่ท่านพูดมาเมื่อครู่เคยเป็นอาหารขึ้นชื่อและอาหารจานหลักของภัตตาคารอวิ๋นหลาย ตอนนี้มีอาหารจารใหม่ออกมามากมายแล้ว เกรงว่าท่านคงจะไม่รู้กระมัง”
“อ้อ… เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
ดูท่าจะเป็นนางที่ความรู้น้อย สอบถามข้อมูลมาไม่ละเอียดพอ
“ถึงแล้ว”
ระหว่างพูดคุย ทั้งสองคนก็เดินมาถึงหน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลาย
หญิงชุดแดงเงยหน้าไปดู เห็นประตูใหญ่อันสง่างามของภัตตาคารอวิ๋นหลาย นางหมุนตัวไปมองภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้าม ก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างขบขัน “อ๋อ ที่แท้ภัตตาคารอวิ๋นหลายก็อยู่ตรงข้ามภัตตาคารอี่หงนี่เอง เพียงแค่ดูประตูนี้ ภัตตาคารอวิ๋นหลายก็ดูเหมือนเป็นที่ไว้กินข้าวเสียมากกว่า”
นางมองเหล่าหญิงสาวที่ใส่เสื้อผ้าเผยเนื้อหนังที่ภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้ามกำลังเรียกลูกค้าอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ซ่งชิงซีที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกขบขันกับการตอบสนองที่จริงใจของนาง “แม่นางช่างตามีแววเสียจริง ไปกัน เข้าไปเถิด”
หลิวกุ้ยเสียเห็นชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสองคนเดินเข้ามา ก็เดินหน้ามารับอย่างสนอกสนใจในทันใด “นี่ ชิงซี เหตุใดวันนี้เจ้าจึงมีเวลาว่างมาด้วยเล่า แล้วผู้นี้คือ…”
ขณะกล่าว นางใช้สายตาคลุมเครือมองไปยังหญิงสาวชุดแดงข้างกายเขา
ซ่งชิงซีย่อมรู้ถึงความหมายจากสายตาของนาง จึงรีบกล่าวอธิบาย “ท่านอาสะใภ้ คนผู้นี้คือเพื่อนของข้าขอรับ”
“อ้อ เพื่อนหรอกหรือ” หลิวกุ้ยเสียยิ้ม กล่าวอย่างทีเล่นทีจริง “อาสะใภ้อย่างข้ายังไม่เคยเห็นเจ้าพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วยมาก่อนเลย เอาเถิด ในเมื่อเป็นเพื่อนของชิงซี เช่นนั้นข้าจะพาพวกเจ้าขึ้นไปยังห้องส่วนตัวที่ชั้นสองแล้วกัน ที่นั่นจะเงียบหน่อย ให้พวกเจ้าคุยกันได้สะดวก”
กล่าวจบ นางยังเลิกคิ้วให้ซ่งชิงซีอย่างมีนัย
ซ่งชิงซีหมดคำจะกล่าวโดยพลัน ทำได้เพียงเงยหน้ากลอกตามองเพดาน
หญิงชุดแดงอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ หันหน้ามามองซ่งชิงซีแล้วกะพริบตาอย่างซุกซน “ท่านอาสะใภ้ของท่าน ดูเหมือนจะเข้าใจความสัมพันธ์ของเราสองคนผิดไปนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงซีหน้าแดง “ขอโทษแม่นางด้วย ข้าจะบอกกับนางให้ชัดเจน”
หญิงสาวชุดแดงมองท่าทางเขินอายของชายหนุ่ม ก็รู้สึกสนใจมาก จึงหัวเราะแล้วกล่าวต่อ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ถ้าหากท่านอยากขอโทษจริง ๆ ในเมื่อร้านนี้เป็นร้านของบ้านท่าน ก็เลี้ยงของอร่อยข้าสักมื้อเถิด”
“หา” ซ่งชิงซีผงะไป
ไม่รอให้เขาตอบสนอง หลิวกุ้ยเสียที่เดินอยู่ข้างหน้าอดไม่ได้ที่จะเร่งเร้า “ชิงซี เจ้ารีบหน่อยสิ รีบพาแม่นางขึ้นมา”
หลิวกุ้ยเสียจัดหาห้องส่วนตัวแบบพิเศษให้ทั้งสองคน หญิงชุดแดงมองชื่ออาหารบนใบรายการอาหาร ก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ไอ้หยา ที่นี่มีของอร่อย ๆ มากเสียจริง อีกอย่างอาหารทุกจานดูน่ากินมาก ข้าไม่รู้เลยว่าจะเลือกอย่างไร”
หลิวกุ้ยเสียยิ้ม มองซ่งชิงซีและกล่าวเบา ๆ “เพื่อนของเจ้าผู้นี้เป็นคนต่างถิ่นหรือ”
พวกเขาใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกัน เหตุใดจึงไม่รู้ว่าเจ้าเด็กซ่งชิงซีผู้นี้ไปมีเพื่อนต่างถิ่นตั้งแต่เมื่อใด
หญิงชุดแดงดันรายการอาหารไปให้ซ่งชิงซี “วันนี้ท่านเป็นเจ้ามือ ข้าให้ท่านสั่งอาหารดีกว่า”
“ได้สิ” จากนั้น ซ่งชิงซีก็มองหลิวกุ้ยเสีย “ท่านอาสะใภ้ ขอต้มจืดฟักหมูสับ ปลาทอดตุ๋นสุราหมัก เป็ดมะนาว หมูแดงอบน้ำผึ้ง สามสมบัติยัดไส้มาหนึ่งขอรับ แล้วก็ขอเต้าหู้น้ำแดง และกวางตุ้งผัดกระเทียมอย่างละหนึ่งขอรับ”
กล่าวจบ เขามองหญิงชุดแดงชั่วสายตาหนึ่ง “เท่านี้พอหรือไม่”
“พอแล้ว ๆ”
ทว่าหลิวกุ้ยเสียมองทั้งสองอย่างมีเลศนัย “เอาเถิด เช่นนั้นพวกเจ้ารอก่อน ข้าจะไปบอกให้ทางครัวเตรียมอาหารให้”
หลังหลิวกุ้ยเสียจากไป ซ่งชิงซีก็ยืนขึ้น “แม่นาง ข้าจะไปบอกทางโต๊ะคิดเงินว่าไม่ต้องคิดเงิน ท่านกินให้อร่อยเถิด”
หญิงชุดแดงตกใจในทันที “ท่านจะไปแล้วหรือเจ้าคะ”
ได้ยินคำเช่นนั้น ซ่งชิงซีพลันมีสีหน้าไม่เข้าใจ เอ่ยถามไปตามตรง “ข้าพาท่านมากินของที่ท่านอยากกินแล้ว แม่นางยังมีเรื่องอันใดอยากพูดอีกหรือ”
เขาเป็นคนที่ไม่ชอบพบเจอเรื่องยุ่งยาก การกระทำในวันนี้ สำหรับเขานั้นก็ถือเป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว
หญิงชุดแดงยิ้มอย่างพึงใจ “วันนี้คุณชายออกหน้าช่วยเหลือข้ามามากมาย ข้ายังไม่รู้จักชื่อของท่านเลย”
“ข้าชื่อซ่งชิงซี”
“ซ่งชิงซี…” หญิงสาวพึมพำชื่อเขาเบา ๆ จากนั้นมองชายหนุ่มแล้วเผยรอยยิ้มงดงามสดใส “ข้าชื่อซูอินเจ้าค่ะ”
ยามที่ซ่งชิงซีลงมาจากชั้นบน เขาเห็นหลิวกุ้ยเสียจับซ่งชิงหลันมาพึมพำบางอย่างอยู่ด้านหลังโต๊ะ
ดูจากท่าทางพูดไปยิ้มไปของนาง ซ่งชิงซีไม่ต้องเดาก็รู้ว่านางกำลังพูดเรื่องอันใด
เมื่อเห็นซ่งชิงซีเดินมาถึงตรงหน้า หลิวกุ้ยเสียก็หยุดพูดทันที และเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย “ชิงซี เหตุใดเจ้าจึงลงมาแล้วเล่า นี่เจ้าทิ้งหญิงสาวเอาไว้ข้างบนอย่างนั้นหรือ”
เป็นอย่างที่เขาคิด ท่านอาสะใภ้เข้าใจเขาผิดเสียแล้ว
“ท่านอาสะใภ้ ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ ข้ากับแม่นางซูอินเพิ่งจะรู้จักกันเพียงเท่านั้น”
เพียงหลิวกุ้ยเสียได้ฟังก็ยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม “เพิ่งรู้จักกัน เจ้าก็พานางมาที่บ้านเสียแล้ว เจ้าเด็กคนนี้นี่ รู้จักเปิดหูเปิดตาแล้วหรือ”
ซ่งชิงซีปวดหัวขึ้นมา “ไม่ใช่ขอรับ ท่านอาสะใภ้ ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิด…”
ทว่าซ่งชิงหลันที่มีสติมากกว่า ดึงหลิวกุ้ยเสียที่ตื่นเต้นเอาไว้ “ท่านอาสะใภ้ พวกเราฟังชิงซีเล่าเรื่องให้เข้าใจก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
จากนั้น ซ่งชิงซีก็นำเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นบอกกล่าวกับพวกนางอย่างละเอียด
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง…” หลิวกุ้ยเสียตอบสนองในทันที เมื่อครู่ตนเองดีใจเสียเปล่าเสียแล้ว “เช่นนั้น แม่นางซูอินผู้นี้ก็ตามหาจนมาเจอพวกเราที่นี่ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อาหารมื้อนี้เราเลี้ยงนางก็ถือว่าสมเหตุสมผล ใช่หรือไม่ หลันหลัน”
“อืม แน่นอนเจ้าค่ะ” กล่าวจบ นางมองซ่งชิงซีอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง “เจ้ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ ไปทำเสียก่อนเถิด แม่นางซูอินผู้นี้ พวกข้าจะดูแลอย่างดี”