ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 68 ป่วยเป็นไข้หวัด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 68 ป่วยเป็นไข้หวัด
บทที่ 68 ป่วยเป็นไข้หวัด
หลิวกุ้ยเสียทำงานอย่างหนักจนอ่อนเพลียและยังเป็นไข้หวัด ซ้ำร้ายวันนี้อากาศหนาวเย็นส่งผลให้นางล้มป่วยจนเป็นไข้สูง
เสียงแหบแห้งเอ่ยอย่างสับสน “ซ่งชิงหลัน… เจ้า… เจ้าจะทำอันใดข้า… ข้าไม่ได้…”
ซ่งชิงหลันสอดมือคนป่วยกลับเข้าไปในผ้านวมแล้วเอ่ยกับนาง “ไม่ต้องห่วงไปเจ้าค่ะ ท่านยังไม่ตายตอนนี้เป็นแน่”
“อย่างนั้นหรือ…” หลังจากที่หลิวกุ้ยเสียตอบอย่างแผ่วเบาเช่นนั้นนางก็หมดแรงลง แล้วหลับไปเพราะพิษไข้
ซ่งชิงหลินรีบก้าวเข้ามาถามอย่างกระวนกระวายใจ “ท่านพี่ชิงหลัน ท่านแม่เป็นอย่างไรขอรับ”
“นางไม่ได้เป็นอันใดมาก เพียงแค่เป็นไข้หวัด ประเดี๋ยวข้าจะสั่งยาให้ เจ้าไปเอากระดาษกับพู่กันมาที”
“ขอรับ”
ซ่งชิงหลินรีบออกจากห้อง ไปเอากระดาษกับพู่กันมาจากห้องตัวเองส่งให้ท่านพี่ใหญ่
หญิงสาวรีบเขียนใบสั่งยา ยื่นให้น้องชายแล้วกำชับกับเขา “ไปที่ร้านขายยา แล้วเอาใบสั่งยานี้ไปซื้อยามาสองชุด ต้มให้แม่ของเจ้าดื่มทันที ประเดี๋ยววันพรุ่งก็จะดีขึ้นแล้ว”
ซ่งชิงหลินรีบพับใบสั่งยาเก็บไว้ในแขนเสื้อ แล้วพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง “ข้าจะไปซื้อยาประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
ด้านซ่งชิงหยวนก็จุดไฟตามคำสั่งของท่านพี่ ห้องทั้งห้องก็เริ่มอุ่นขึ้น
หลังจากได้เห็นว่าท่านพี่เข้ามาช่วยเหลือแล้ว เด็กชายก็รู้สึกเบาใจลงไปมาก ซ่งชิงหยวนคลายอาการตื่นตระหนกในตอนแรกลงไปในที่สุด “ท่านพี่ชิงหลัน ต้องขอบคุณท่านมากจริง ๆ ขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “เราพี่น้องกัน อย่าพูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลกัน วันนี้ข้าอยู่บ้านทั้งวัน หากแม่เจ้าเป็นอันใดขึ้นมาอีกก็ไปเรียกข้าที่บ้านได้เลย ข้าจะกลับแล้ว ต้องทำมื้อเช้าให้ท่านย่ากับเฉินเฉินเยว่เยว่”
ซ่งชิงหยวนตอบ “ขอรับท่านพี่”
หญิงสาวกลับมาที่บ้าน เข้าครัวไปจุดไฟ เอาหมั่นโถวสองลูกกับไข่เค็มสองฟองลงไปนึ่ง
จากนั้นก็ไปรีดนมแพะให้เด็กน้อยทั้งสอง และไม่ลืมที่จะอุ่นมันก่อนด้วย
ซ่งชิงหลันเอาอาหารเช้าทั้งหมดกลับเข้ามาในบ้าน บอกให้ท่านย่ากินไปก่อนได้เลย ระหว่างที่ตนเองกำลังป้อนนมให้ลูก
ท่านย่าเอ่ยถามขึ้นมา “อาสะใภ้ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่สบายหนักหรือไม่”
“นางไม่ได้เป็นอันใดมากเจ้าค่ะ เพียงป่วยเป็นไข้หวัด อีกทั้งวันนี้อากาศยังหนาวเย็นมาก หากกินยาแล้วก็คงดีขึ้น”
แม่เฒ่าซ่งพยักหน้าตามแล้วพูดเสียงเบา “หลันหลัน ย่าต้องขอโทษเจ้าจริง ๆ”
หลานสาวรู้ทันทีว่าหญิงชรากำลังหมายถึงเรื่องอะไร จึงยิ้มอย่างผ่อนคลายแล้วตอบออกไป “ท่านย่า อย่างไรเสียนางก็เป็นอาสะใภ้ของข้า ท่านอาเล็กก็ใจดีกับพวกเรา ไม่มีทางที่ข้าจะปล่อยให้นางป่วยโดยไม่ทำอันใดหรอกเจ้าค่ะ”
แม้ว่านางจะไม่ได้เป็นเด็กสาวแสนดีไร้เดียงสา หากแต่ก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำถึงเพียงนั้นเช่นกัน
แม่เฒ่าซ่งพรั่งพรูลมหายใจออกมา “ใช่แล้ว ถึงอย่างไรเราก็ครอบครัวเดียวกัน ข้าก็ได้แต่หวังว่าคราวนี้นางจะสำนึกถึงความดีของเจ้าสักที”
ซ่งชิงหลันกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่จำเป็นว่านางจะสำนึกได้หรือไม่ อย่างไรเสีย ข้าก็จะทำเช่นนี้อยู่ดีเจ้าค่ะ”
หลังอาหารเช้า ซ่งชิงหลันก็เข้าไปทำความสะอาดห้องของบรรดาน้องชาย
เมื่อเข้าไปก็พบว่าฟูกของพวกเขาทั้งเก่าและบางมาก
หัวใจของผู้เป็นพี่พลันเจ็บปวด นางจำได้ดีว่าน้อง ๆ ตื่นเช้าอยู่เสมอ พวกเขาก็คงถูกปลุกให้ตื่นเพราะความหนาวเย็นไม่ต่างจากตนเอง
ซ่งชิงหลันจึงไม่ลังเลที่จะเอาผ้าฝ้ายซึ่งซื้อมาไม่นานออกมาแล้วเย็บผ้านวมผืนใหม่
เพียงชั่วอึดใจ ช่วงเช้าก็ผ่านพ้นไป
ซ่งชิงหลันเย็บผ้านวมขึ้นมาสามผืนเพื่อให้น้องชายได้ใช้กันคนละผืน
หลังจากลงมือปูผ้านวมผืนใหม่เพิ่มที่เตียงของน้อง ๆ แล้ว นางก็ตรงเข้าห้องครัวไปทำอาหารกลางวัน
วันนี้หญิงสาวทำแกงง่าย ๆ หม้อใหญ่เป็นมื้อเที่ยง ใส่หมูสามชั้น ผักกาดขาว วุ้นเส้น และลูกชิ้นทอดลงไปตุ๋นในหม้อร้อน ๆ จนได้เป็นอาหารเพิ่มความอบอุ่นสำหรับทุกคน
อาหารเสร็จพอดีกับที่สามพี่น้องมาถึง
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ซ่งชิงเป่ยก็ได้กลิ่นหอมของน้ำแกง เด็กชายแทบรอไม่ไหวที่จะวิ่งมาให้ถึงครัว “ไอ๊หยา กลิ่นหอมมากเลยขอรับท่านพี่ กลิ่นน้ำแกงนี่ทำให้ข้าท้องร้องแล้วขอรับ”
ท่านพี่ยิ้มตอบ “หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็รีบไปล้างมือเสีย จะได้กินพร้อมกันตอนยังร้อน ๆ”
เมื่อเห็นว่ามือและใบหน้าของน้องชายแดงเพราะความหนาวเย็น นางก็รู้สึกทุกข์ใจขึ้นมา “พวกเจ้าต้องหนาวมากเป็นแน่ อากาศเย็นเช่นนี้”
ซ่งชิงตงส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไรขอรับ ถึงอากาศจะหยาว พอได้เงินเยอะ ๆ ใจข้าก็อบอุ่นขึ้นมาเองแล้ว”
ซ่งชิงซีเองก็เงยหน้าขึ้นมาตอบว่า “ใช่ขอรับ ท่านพี่ วันนี้ถึงจะขายได้ไม่เยอะเท่าวันอื่น ๆ แต่ก็ยังได้กำไรมากอยู่ดี”
“ฮัดชิ่ว!” น้องเล็กซ่งชิงเป่ยจามออกมากะทันหัน
นั่นทำให้ท่านย่าเป็นกังวล “พวกเจ้าต้องใส่เสื้อผ้าให้หนากว่านี้ ข้างนอกมันหนาว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้”
ซ่งชิงหลันเองก็คิดเช่นนั้น เมื่อมองดูเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเก่า ๆ ของพวกเขาก็พูดขึ้น “ข้าจะออกไปตลาด ซื้อผ้าฝ้ายผืนใหม่มาเย็บเสื้อให้พวกเจ้าทุกคนเอง”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มอย่างมีความสุข “มีเสื้อบุนวมหนา ๆ ใส่ก่อนวันปีใหม่ ช่างดีกระไรเช่นนี้”
พี่ชายอย่างซ่งชิงซีที่ได้ยินก็หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “รีบกินข้าวเข้าเถิด อีกประเดี๋ยวเราต้องไปสำนักศึกษากัน”
หลังมื้อเที่ยง น้องชายทั้งสองก็ไปโรงเรียนกันต่อ ซ่งชิงตงกลับไปขายของที่ร้าน ส่วนซ่งชิงหลันเข้าไปงีบสักครู่ก่อนจะตื่นขึ้นมาแล้วไปที่ตลาดอย่างที่วางแผนไว้
เมื่อนางกลับจากซื้อของ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้ว
หลังวางของทั้งหมดลง ซ่งอวิ๋นเฟิงก็เข้ามาที่บ้านระหว่างที่นางกำลังลงมือเตรียมอาหารเย็น
หญิงสาวได้ยินเสียงท่านอาจึงได้หันหน้าไปมองตามต้นเสียงอย่างรวดเร็ว “ท่านอาเล็ก กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ ท่านไปดูอาสะใภ้แล้วหรือยัง นางป่วยเป็นไข้หวัด”
ซ่งอวิ๋นเฟิงพยักหน้ากับหลานสาว “ข้าเพิ่งมาจากที่บ้าน หลันหลัน อาต้องขอบคุณเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้ามาช่วย อาก็ไม่รู้ว่าป่านนี้อาสะใภ้จะเป็นอย่างไร”
เขาไม่คาดคิดว่าหลานสาวคนโตจะเป็นคนใจกว้างได้ถึงเพียงนี้
“ท่านอาเล็ก เราครอบครัวเดียวกัน อย่าพูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลเลยเจ้าค่ะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงถอนหายใจเบา ๆ “เราครอบครัวเดียวกัน หากแต่อาสะใภ้ของเจ้ากลับไม่ได้ปฏิบัติกับพวกเจ้าและท่านย่าอย่างคนในครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าไม่เพียงแค่ดีต่ออาเหมือนคนในครอบครัว แต่ยังช่วยชีวิตอาสะใภ้เอาไว้อีก ไม่รู้ว่าอาจะขอบคุณเจ้าอย่างไรหมด”
ระหว่างที่พูด ดวงตาของซ่งอวิ๋นเฟิงก็แดงก่ำ
ซ่งชิงหลันรีบตรงเข้าไปหาเขา “ท่านอาเล็ก ข้ารู้เสมอว่าท่านใจดีกับเราเพียงใด และอาสะใภ้ก็เป็นคนในครอบครัวของท่าน ดังนั้นนางก็เป็นคนในครอบครัวของข้าด้วย”
ซ่งอวิ๋นฟิงตอบด้วยอารมณ์ “หลันหลัน เจ้าเติบโตมาอย่างดี หากพ่อแม่ของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้รับรู้ พวกเขาคงสบายใจเป็นแน่”
เขาเห็นนางมาแต่อ้อนแต่ออก และตั้งแต่ซ่งชิงหลันแยกขาดจากตระกูลไป๋แล้วกลับมาที่บ้าน นางก็เติบโตขึ้นมากจริง ๆ
ทั้งฉลาดเฉลียวและมีความเป็นผู้ใหญ่
เขาเคยกังวลว่านางจะถูกรังแก แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว
หญิงสาวยิ้มแล้วพูดกับท่านอา “เอาเถิด ท่านอา ท่านกลับดูแลอาสะใภ้เถิดเจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น อากลับก่อนนะ”
หลังจากซ่งอวิ๋นเฟิงกลับไป แม่เฒ่าซ่งก็เข้ามาช่วยทำอาหาร “เมื่อครู่อาเล็กของเจ้ามาที่นี่อย่างนั้นหรือ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “เจ้าค่ะ เขาเพิ่งจะกลับไปเอง”
หญิงชราถอนหายใจ “อาเล็กของเจ้าเป็นคนนิ่งเงียบ ไม่มีปากมีเสียง ถึงได้ทนกับภรรยาปากร้ายเช่นนั้นได้”
หลานสาวเพียงยิ้มตอบ “หากแต่ในตอนนี้ทุกอย่างสงบสุขดีมาก บางทีนางอาจจะกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้เจ้าค่ะ”
ท่านย่าหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ “ย่าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
Pandaa
หนาวขนาดนี้ฝ้ายถ้าไม่ขาดแคลนก็แพงจนหูฉี่