ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 89 เจ้าชอบนางหรือไม่?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 89 เจ้าชอบนางหรือไม่?
บทที่ 89 เจ้าชอบนางหรือไม่?
ซ่งชิงตงชะงักไปในทันที แก้มสองข้างพลันเห่อร้อนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างน่าสงสัย
เขารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ท่านพี่ ท่านอย่าตำหนิซิ่วซิ่วเลยขอรับ นางเพียงเล่าให้ข้าฟังด้วยความเป็นห่วง อย่าไปโกรธนางเลย”
ท่าทางประหม่าของน้องชายทำเอาซ่งชิงหลันหัวเราะออกมา
นางเอ่ยอย่างติดตลก “เหตุใดเจ้าถึงได้ประหม่าเพียงนี้ เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ว่าซิ่วซิ่วหรอก อีกไม่นานนางอาจจะกลายมาเป็นน้องสาวข้าอีกคน ข้าย่อมต้องเอ็นดูนางเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”
ซ่งชิงตงดูประหม่ายิ่งกว่าเดิม “ท่านพี่ ท่านอย่าพูดเช่นนั้น มันไม่มีอันใดขอรับ ท่านอย่าเข้าใจผิด”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “ข้าคิดอย่างไรสำคัญที่ไหนกัน ที่สำคัญคือเจ้าต่างหากคิดอย่างไร ชิงตง บอกข้ามาเถิด เจ้าชอบซิ่วซิ่วเข้าแล้วใช่หรือไม่?”
ซ่งชิงตงอ้าปากพะงาบ ๆ แต่สุดท้ายก็หุบปากโดยพลัน เปลี่ยนเป็นพยักหน้าขึ้นลงอย่างเขินอาย
ซ่งชิงหลันเพียงยิ้มแล้วตบไหล่น้องชาย “ดีมาก เช่นนี้สิลูกผู้ชาย”
น้องชายคนโตวัยสิบสี่ปีของนาง สำหรับในยุคนี้ก็โตพอจะมีคู่ครองแล้ว
จากนั้นซ่งชิงตงก็พูดอย่างจริงจัง “ถึงอย่างนั้น ข้าไม่ต้องการให้นางมาลำบากกับข้า ดังนั้นข้าตั้งใจจะดูแลการค้าขายของเราให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยบอกความในใจกับนางขอรับ”
ท่านพี่พยักหน้าตามความคิดของเขา “ซิ่วซิ่วเป็นสตรีที่ดี ข้าเชื่อว่านางจะเข้าใจ และชื่นชมในความรับผิดชอบของเจ้า”
“ท่านพี่ อย่าเพิ่งคุยเรื่องข้าตอนนี้เลย ท่านจะจัดการเรื่องคนตระกูลไป๋อย่างไรขอรับ พวกนั้นไม่มีทางรามือง่าย ๆ แน่”
ซ่งชิงหลันตบไหล่น้องชายอีกครั้งแล้วตอบขึ้น “เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ามีแผนรับมือ นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้าไปนอนเถิดวันพรุ่งจะได้ตื่นแต่เช้า”
ซ่งชิงตงรับคำอย่างเสียไม่ได้ “ขอรับ” จากนั้นก็ลุกขึ้นกลับไปที่ห้องตนเอง
…
ในที่สุดร้านเสื้อผ้าชิงเยว่ของซ่งชิงหลันก็เปิดทำการ
มีคนกลุ่มใหญ่มารอที่หน้าร้านตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อร่วมแสดงความยินดี บ้างก็เข้ามารอดูด้วยความสนใจ
เดิมทีร้านนี้เป็นร้านที่ถูกทิ้งร้าง พื้นที่ด้านหน้ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพียงน้อยนิด เถ้าแก่เนี้ยสาวจึงวางแผนดึงดูดความสนใจจากลูกค้าด้วยการนำหุ่นไม้สวมเสื้อผ้าของร้านมาตั้งอวดโฉม ทั้งช่วยเพิ่มความน่าสนใจและได้แสดงแบบเสื้อผ้าของร้านไปพร้อมกัน
ผู้คนในเมืองไม่เคยเห็นทั้งการนำเสนอและรูปแบบเสื้อผ้าที่แปลกใหม่เช่นนี้ จึงเริ่มพากันกระจายข่าวแบบปากต่อปาก จากสิบไปร้อย ทำให้ท้ายที่สุดถนนหน้าร้านก็แน่นขนัด คึกคักต่างจากเดิมมาก
เหล่าชาวเมืองที่มารออยู่หน้าร้านเสื้อชิงเยว่ต่างมีท่าทางสนอกสนใจและตื่นเต้น
ด้านอู่เชียนเชียนก็รีบลากอู่ต้าหย่งมาที่ร้านอย่างเร่งรีบ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ทั้งคู่จะสายแล้ว
เมื่อเด็กสาวมองเห็นฝูงชนที่แน่นขนัดด้านหน้า อู่เชียนเชียนก็ท้อแท้ใจแล้วหันไปมองอู่ต้าหย่งอย่างเอือม ๆ
แล้วเริ่มบ่นขึ้น “พี่ต้าหย่ง เพราะท่านแท้ ๆ เห็นหรือไม่สายแค่ครู่เดียวคนมาแออัดเต็มหน้าร้านไปหมดแล้ว”
อู่ต้าหย่งเองก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้าเช่นกัน ชายหนุ่มพึมพำในลำคอกับตัวเองขึ้นมา “ไอ๊หยา ข้าไม่เคยเห็นคนมารอซื้อเสื้อผ้าเยอะเพียงนี้มาก่อนเลย”
อู่เชียนเชียนยิ้ม “คิดว่าพวกเขาแค่มาซื้อเสื้อผ้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ เขามารอดูสิ่งน่าตื่นเต้นต่างหากเล่า พวกเราก็เข้าไปดูในนั้นกันเถิด”
ชายหนุ่มไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน จึงเริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาและพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา “เชียนเชียน เช่นนี้ไม่ได้นะ มีคนอื่นที่เขามาก่อนเรา เราดูอยู่ตรงนี้เถิด”
เด็กสาวหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ “ท่านจะให้ข้าดูอันใดจากตรงนี้กันเจ้าคะ มองหัวคนอย่างนั้นหรือ รีบมาเถิด”
ไม่ว่าเปล่า มือเรียวของอู่เชียนเชียนก็ลากแขนเจ้าหน้าที่หนุ่มให้เข้าไปในฝูงชน และเอ่ยเร่งให้เขาตามไป “ตามข้ามาเร็ว ๆ เจ้าค่ะ”
ในที่สุดทั้งสองก็เบียดเข้ามาถึงด้านหน้าได้สำเร็จ
เมื่ออู่เชียนเชียนเห็นหุ่นไม้ที่สวมเสื้อผ้าตั้งอยู่ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก นางเอ่ยชื่นชมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแห่งความตื่นเต้น “พี่ชิงหลัน ท่านนี่สุดยอดจริง ๆ เลย”
อู่ต้าหย่งอดไม่ได้ที่จะทอดถอนหายใจ “ไปหาหุ่นไม้จำนวนมากขนาดนี้มาได้อย่างไรกัน”
มุมปากของอู่เชียนเชียนกระตุกทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “พี่ต้าหย่ง นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย ที่ท่านต้องสนใจคือเสื้อผ้าพวกนี้ต่างหากเล่า พี่ชิงหลันออกแบบเสื้อผ้าได้สวยมาก ตัดเย็บได้ดีเหมือนที่นางวาดไว้ในกระดาษเลย”
ในตอนนี้ นอกจากทั้งคู่แล้วก็ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่กำลังพูดคุยกันจอแจด้วยความตื่นเต้นรอบ ๆ ตัวพวกเขา
“ไอ๊หยา เสื้อผ้าร้านชิงเยว่นี่สวยมากจริง ๆ “
“เถ้าแก่เนี้ยก็ช่างคิดนักที่เอาเสื้อผ้ามาแสดงบนหุ่นไม้เช่นนี้”
“หุ่นพวกนี้ทำออกมาให้เหมือนคน มองเช่นนี้แล้วก็รู้เลยว่าเวลาสวมใส่จะเป็นอย่างไร เป็นวิธีที่น่าทึ่งเสียจริง”
“เสื้อผ้าของร้านออกแบบมาแปลกตาแต่ก็สวยงาม ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน”
“ใช่ เห็นแล้วอยากจะลองซื้อมาใส่บ้าง”
“ข้าก็เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ราคาแพงเกินไป ต้องใช้เงินกี่ตำลึงกัน”
“มันแพงมากจริง ๆ เสื้อผ้าของหมิงซิ่วฟางราคาตัวละแค่ร้อยกว่าเหรียญ ก็ถือว่าสวยใช้ได้”
ทันใดนั้น เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงก็สวมเสื้อผ้าของร้านออกมาด้านหน้า
เหอไห่หลิงถือฆ้องเล็ก ๆ ในมือ นางตีฆ้องเสียงดังและเริ่มพูดขึ้น “วันนี้เราเปิดร้านวันแรก เชิญทุกท่านมาดูสินค้าได้”
เหวยหมิ่นจือก้าวมาข้างกัน “วันนี้ร้านเสื้อชิงเยว่ของเราเพิ่งเปิดทำการวันแรก ต้องฝากทุกท่านมาอุดหนุนด้วย สามวันแรกเราจะลดราคาเสื้อผ้าพิเศษ จ่ายเพียงแปดส่วนของราคาเต็มเท่านั้น ท่านชอบตัวใดสามารถมาลองดูก่อนได้เลยทุกตัว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มีหลายคนที่สนใจมากขึ้น
“ลดราคาจ่ายแค่แปดส่วน ไม่น่าแพงเท่าไรนะ”
“ใช่ ๆ เข้าไปดูกันเถิด”
“ถูกต้อง ไปลองดูก่อนก็ได้ ไม่ได้จะซื้อตอนนี้เสียหน่อย ไปดูสนุก ๆ”
ขณะที่สาว ๆ หลายคนกำลังจะเข้าไปในร้าน ก็มีเสียงตะโกนก่นด่าดังขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน
“พวกขี้โกง อย่าไปหลงเชื่อพวกมัน ร้านนี้มันขี้โกง”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น เหอไห่หลิงกับเหวยหมิ่นจือก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง
ทุกคนมองไปทางทั้งสองเป็นตาเดียว
ใบหน้าของเหอไห่หลิงดูไม่พอใจ นางมองไปที่ต้นเสียงนั้น “ผู้ที่พูดพล่อย ๆ ออกมา ต้องเตรียมใจรับผิดชอบกับคำพูดของเจ้าด้วยนะ อย่ามัวแต่หลบอยู่ แน่จริงก็แสดงตัวออกมา”
“เหตุใดข้าต้องกลัวคนอย่างเจ้า”
ร่าอวบของคนพูดก้าวออกมาท่ามกลางฝูงชนด้วยสีหน้าหาเรื่อง
เหอไห่หลิงยิ้มอย่างเย็นชา “คิดแล้วว่าคงเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากเจ้า ไป๋ชุนเฟิน”
ไป๋ชุนเฟินหัวเราะเสียงแหลม “แล้วเป็นอย่างไร เห็นว่าเป็นข้าแล้วกลัวขึ้นมาอย่างนั้นหรือ”
เหวยหมิ่นจือมองอย่างเหยียดหยาม “มีอันใดให้เราต้องกลัวเจ้ากัน เราทำธุรกิจอย่างถูกต้องไม่ได้คดโกงผู้ใด เจ้าต่างหากเล่าที่มาพูดเรื่องไร้สาระที่นี่ จะหาเรื่องใส่ร้ายร้านข้าระวังจะถูกรายงานกับทางการ”
“เหอะ” ไป๋ชุนเฟินถ่มน้ำลายลงพื้น “อย่างไรเล่า ในเมื่อเจ้าขายของ แล้วลูกค้าจะตำหนิบ้างไม่ได้หรือ”
เหอไห่หลิงเย้ยหยัน “แล้วที่เจ้าพูดมันเป็นความจริงที่ใด มาหาว่าร้านเราโกง มีหลักฐานหรือ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ไป๋ชุนเฟินระเบิดเสียงหัวเราะในทันใด “ยังจะต้องมีหลักฐานอันใดอีกเล่า ก็พวกเจ้าขายเศษผ้าพวกนี้ในราคาหลายตำลึง ขูดรีดลูกค้าถึงเพียงนี้ ไม่เรียกว่าโกงจะให้เรียกว่าอย่างไร พวกเจ้าไม่คิดอย่างนั้นหรือ?”