ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด - บทที่ 483 คุณชอบฟัง
[ฉันเห็นว่าเจียงเจินไม่ได้ลังเลหรือกังวลอะไรเลยนี่…]
…
แฟนคลับทั้งหลายต่างพากันเงียบงันไปชั่วขณะ
ในช่องแชต ไม่มีแฟนคลับคนไหนพูดอะไรเป็นเวลานาน มีแต่เครื่องหมายจุดไข่ปลาต่อเนื่องกันเป็นทางยาว
เหลียงชิงฮวนตะโกนดัง “เจียงเจิน! เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!”
เจียงเจินก็รู้สึกเครียดเช่นกัน “หุบปากซะ ฉันจะทำอย่างไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่เลือกฉัน ฉันก็จะตายเองอยู่ดี!”
สิ่งที่เธอพูดก็ไม่ผิด แต่สิ่งที่เหลียงชิงฮวนยากจะเชื่อคือ
การที่เมื่อสักครู่นี้ เจียงเจินตัดสินใจเลือกให้เธอเป็นฝ่ายตายโดยไม่เสียเวลาคิดเลยสักนิด
ตอนนี้แฟน ๆ ในคอมเมนต์ก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว
[เจินเจินทำแบบนี้ก็ไม่ผิด ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่]
[ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่การเล่นเกมแบบเด็ก ๆ ถ้าไม่เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ ก็จะตายจริง ๆ]
[เจินเจินเลือกแบบนี้ก็อยู่ในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เป็นเรื่องปกติ]
[แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันแค่กลัวว่าเธอจะใจอ่อนเกินไป จนกลัวที่จะทำ]
[เกมแบบนี้ แข่งกันที่ความใจแข็ง มีแต่คนใจแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้]
[ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่เธอถึงกับไม่อยากให้คนอื่นมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแม้แต่ห้านาที นี่มันไม่เกี่ยวกับความใจแข็งแล้วนะ?]
[อืม คนที่ปกติแล้วแม้แต่จะเหยียบมดตายยังทำใจไม่ลง แต่ตอนตัดสินชีวิตคนอื่นกลับไม่ยอมรอแม้แต่ห้านาที]
[แฟนคลับพอใจหรือยังล่ะ เจินเจินของพวกคุณตอนนี้เห็นแก่ตัวมาก ๆ เลยนะ เธอไม่ยอมให้คนอื่นมีชีวิตอยู่แม้แต่ห้านาที]
[คงกลัวว่าขงชิวจะเปลี่ยนใจมั้ง เลยอยากรีบส่งเหลียงชิงฮวนไปพบยมบาลเร็ว ๆ เสียไม่ได้]
[เหลียงชิงฮวนนี่ยังเป็นเพื่อนสนิทของเธอด้วยนะ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะ จุ๊ ๆ นึกไม่ออกเลย]
[อ๋า ความใจดีนี่ก็แค่ตัวละครในบท อะไรคือใจดีหรือไม่ใจดี เห็นไหมว่าคำพูดของดาราไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย]
[ต่อไปนี้ฉันขอรบกวนเจียงเจินอย่าสร้างภาพลักษณ์ของคนใจดีอีกเลย มันดูน่าอึดอัดมาก]
[เจียงเจินควรจะห่วงว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไหมก่อนดีกว่า]
[บางทีเธออาจจะรอดจริง ๆ ก็ได้นะ เพราะตอนนี้คนที่ใจร้ายที่สุดคือคนที่จะรอดชีวิต]
แฟนคลับถูกโต้กลับจนพูดไม่ออก
เพราะว่าท่าทีของเจียงเจินที่รีบร้อนอยากจะส่งเหลียงชิงฮวนไปตาย มันไม่มีเหตุผลที่จะแก้ตัวได้จริง ๆ
เหลียงชิงฮวนโกรธจนตัวสั่น เธอกลั้นความโกรธแล้วถามเสียงเครียด “แกไม่ลังเลเลยเหรอ? ยังเหลืออีกสี่นาที แกไม่ยอมรออีกแค่นี้เลยเหรอ?”
เจียงเจินพูดไม่ออก ได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดพลางขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ขอโทษ ชิงฮวน ฉันไม่อยากตายจริง ๆ ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว”
เหลียงชิงฮวนตะโกนเสียงดัง “พอได้แล้ว ตอนนี้ไลฟ์สดก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว อย่ามาทำเป็นน่าสงสารอีกเลย แกเป็นคนยังไง คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง? แกจะไปหลอกชาวเน็ตก็เรื่องของแก แต่ทำไมต้องมาหลอกฉันด้วย?”
เหลียงชิงฮวนโกรธจนหัวเราะ ถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาแสดงอีก
ผู้หญิงคนนี้ จริง ๆ แล้วทุกเวลาทุกขณะ ได้สลักการแสดงลงไปในกระดูกของเธอแล้ว
“ฉันคิดว่าแฟนคลับที่เกลียดเธอพูดถูก ถ้าเธอเอาความพยายามที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปใช้กับการแสดงบ้าง ฝีมือการแสดงของเธอก็คงไม่ห่วยแตกขนาดนี้”
เจียงเจินฟังจบแล้วหยุดร้องไห้ ตอนนี้เธอสงบลงแล้ว
“ขอโทษนะ” เธอพูด
เหลียงชิงฮวนหน้าตาเย็นชา ในยามเป็นตาย เธอก็ขี้เกียจแกล้งทำแล้วเหมือนกัน
“เจียงเจิน ฉันทำงานหนักเพื่อเธอมาตลอด อดทนกับนิสัยคุณหนูของเธอมานานแล้ว แต่เธอคงไม่เห็นหัวกันเลยสินะ แม้แต่คนที่ฆ่าหมายังลังเลสักหน่อย แต่เธอนี่ไม่ลังเลเลยสักนิด รีบส่งฉันไปตายทันทีเลยงั้นเหรอ”
เจียงเจิน “เธอไม่จำเป็นต้องพูดถึงตัวเองแบบนั้น เธอเป็นคนไม่ใช่หมานี่”
เหลียงชิงฮวนหัวเราะเย็นชา “ฮึ ยังจะเสแสร้งอีกเหรอ เธอเอาการเสแสร้งจารึกลงในกระดูกจริง ๆ นะ ตอนนี้ยังอยากถือว่าฉันเป็นคนอยู่อีกเหรอ”
[เอ่อ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น พี่น้องกลายเป็นศัตรูกันหรือ?]
[จากบทสนทนาของพวกเขา คุณคิดว่าความเป็นไปได้ที่พวกเขาเป็นพี่น้องกันมีมากแค่ไหน]
เจียงเจิน “พูดว่าฉันไม่ได้มองเธอเป็นคน แล้วฉันเคยปฏิบัติต่อเธอไม่ดียังไง? ทรัพยากรอะไรที่เธอต้องการ ฉันก็ให้เธอทั้งนั้น ถ้าไม่มีฉัน เธอจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้เหรอ?”
เหลียงชิงฮวนโต้กลับทันที “พูดเหมือนกับว่าเธอเต็มใจให้ฉันอย่างนั้นแหละ ที่ฉันได้รับทรัพยากรจากมือเธอ นั่นก็เพราะความสามารถของฉันเอง ฉันต้องคอยสังเกตคำพูดและท่าทางทุกวัน ต้องเดาความคิดของเธอเจ้าหญิงน้อย ต้องทำให้เธอพอใจ ฉันต้องเสียเซลล์สมองไปมากแค่ไหน”
“พูดตามตรงนะ เธอนี่ช่างรับใช้ยากจริง ๆ ฉันอดไม่ได้ที่จะชื่นชมทีมงานของพวกเธอเลย ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ดวงอาทิตย์น้อยให้เธอได้ ใครจะคิดล่ะว่า ดวงอาทิตย์น้อยที่แท้จริงลับหลังคนเป็นคนที่อารมณ์ไม่แน่นอน ชอบอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา และต้องการให้ทุกคนคอยเอาใจประหนึ่งเจ้าหญิงน้อยน่ะ”
[โอ้โฮ ทำไมถึงเปิดเผยความจริงออกมาแบบนี้ ตื่นเต้นจัง?]
[จริงเหรอเนี่ย เจียงเจินลับหลังคนเป็นแบบนี้เหรอ?]
[แต่ข่าวส่วนใหญ่เกี่ยวกับเจียงเจิน ไม่ได้บอกว่าเธอมีชื่อเสียงดีและรุ่นพี่ล้วนชื่นชมเธอหรอกหรือ?]
[ฮ่า ๆ ๆ นั่นเป็นแค่ข่าวที่ถูกเขียนขึ้นมา แล้วแต่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่]
[คุณจะเชื่อข่าวที่เขียนขึ้น หรือจะเชื่อคำพูดจริง ๆ ในยามคับขันล่ะ]
[แสดงว่าสิ่งที่เหลียงชิงฮวนพูดเป็นความจริงทั้งหมดเหรอ? โอ้แย่เลย เจียงเจินปกติยิ้มหวานตลอดเวลา ดูไม่ออกเลยนะ]
[ถ้าสิ่งที่เหลียงชิงฮวนพูดเป็นความจริงทั้งหมด งั้นเจียงเจินก็มีฝีมือด้านการแสดงจริง ๆ นะ]
[ต่อไปใครกล้าพูดว่าเจียงเจินแสดงไม่ดี ฉันจะเถียงกับคนนั้นเอง]
[พวกคุณทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ แค่อาศัยคำพูดหนึ่งสองประโยคของเหลียงชิงฮวนก็ตัดสินว่าเจินเจินเป็นคนแบบนั้น พวกคุณมีหลักฐานไหม?]
[ไม่มีหรอก นี่ก็เรียนรู้มาจากพวกคุณนั่นแหละ ตอนที่พวกคุณใส่ร้ายป้ายสีหนิงหนิง แม้แต่คำพูดประเภทของเหลียงชิงฮวนยังไม่มีเลยนะ]
[ถึงเวลาแบบนี้แล้ว อย่าทะเลาะกันเลยนะ… ทุกคนรอดชีวิตกันก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ…]
[ชิ ไม่น่าแปลกใจที่ขงชิวบอกว่ายังชอบเล่นเกมกับคน เมื่อเทียบกับสัตว์ที่คิดแต่จะมีชีวิตรอดอย่างเดียว การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างมนุษย์ ก็สนุกกว่าจริง ๆ นั่นแหละ]
เจียงเจินนั่งฟังคำตำหนิของเหลียงชิงฮวนอย่างเงียบงัน ไม่ได้โต้แย้งและก็ไม่ได้ยอมรับ
เพียงแต่หลังจากที่เหลียงชิงฮวนพูดจบด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล เธอก็ถามอย่างสงบนิ่ง “งั้นเธอบอกมาสิ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีตอนนี้ ไม่ได้มาจากฉันหรอกเหรอ?”
เหลียงชิงฮวนเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอแล้วก็โมโห
เจียงเจินก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน เธอเป็นแบบนี้ตลอด ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เธอก็มักจะมีท่าทีเหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ
จากเดิมที่ไม่เคยสนใจผู้อื่นเลย
เหลียงชิงฮวนรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นตัวตลก
จริง ๆ แล้วมันทำให้คนโกรธมาก
ความจริงได้พิสูจน์ว่า ในสายตาของเจียงเจิน เธอก็เป็นเพียงตัวตลกจริง ๆ
เธอยิ้ม “ใช่ เป็นสิ่งที่เธอให้ฉัน แล้วยังไงล่ะ? เธอให้ทรัพยากรกับฉัน ทำให้ฉันได้ยืนอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันนี้ เพราะเธอต้องการคนที่จะพูดแทนในสิ่งที่เธอพูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ และฉันเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด”
จากนั้นเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มเย็นชา “ไม่สิ ตรงไปตรงมาเหรอ พูดให้ดูดีก็เรียกว่าตรงไปตรงมา แต่พูดให้ไม่ดีก็คือไร้มารยาทนั่นแหละ”
[อ๋อ เธอรู้ตัวเองด้วยนี่นา…]
[บางครั้งฉันรู้สึกว่าเหลียงชิงฮวนค่อนข้างไม่ให้เกียรติคนอื่นเลย]
[ใช่ไหมล่ะ หลายครั้งที่การตรงเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนะ มันจะทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด]
[เดี๋ยวนะ เหลียงชิงฮวนพูดแบบนี้หมายความว่าไง ที่บอกว่าสิ่งที่เจียงเจินพูดไม่ได้น่ะ เจียงเจินมีอะไรที่พูดไม่ได้ด้วยเหรอ?]
เจียงเจินไม่ได้สะทกสะท้านกับเรื่องนั้น “แต่ถ้าตัวเธอเองเป็นคนที่มีนิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว มันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
เหลียงชิงฮวน “ใครบอกเธอว่าฉันมีนิสัยแบบนั้นล่ะ? ถ้าเธอหมายถึงที่ฉันชอบพูดถึงเรื่องแย่ ๆ ของหนิงหนิงต่อหน้าเธอ แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอชอบฟังไง”