ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 1 ฉันจะแต่งงานกับเขา!
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 1 ฉันจะแต่งงานกับเขา!
บทที่ 1 ฉันจะแต่งงานกับเขา!
ประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวรูปร่างสง่า ใบหน้าสวยคม ดวงตาคมกริบสะท้อนแววเด็ดเดี่ยว เธอสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวราวหิมะ
เบื้องหลังของหญิงสาวคือบรรดาคณะกรรมการและหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ที่เพิ่งผ่านการประชุมอันเข้มข้นมา ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อย
อันจิ่วเม่ย นักธุรกิจสาวไฟแรงวัย 28 ปี ผู้กุมบังเหียนบริษัทขนาดกลาง อย่าง ‘เอรอนไลน์’ ไว้ในกำมือ หลังจากการประชุมที่กินเวลายาวนาน เธอก็รีบตรงดิ่งไปยังลิฟต์ส่วนตัว เพื่อกลับไปยังห้องทำงานอันกว้างใหญ่
ทันทีที่ประตูห้องทำงานเปิดออก กลิ่นกาแฟอาราบิก้าหอมกรุ่น ผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ก็โอบล้อมเธอราวกับกำลังปลอบประโลม
“บอสประชุมเรื่องโปรเจกต์ติดต่อกันไม่พักเลย ไหนจะแก้ไขงานด่วนที่เข้ามาเรื่อย ๆ อีก” เสียงเลขาสาวเอ่ยขึ้นอย่างห่วงใยประธานบริษัทผู้เป็นเสาหลักขององค์กร
“เฮ้อ… ช่วงนี้ปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุดเลยจริง ๆ วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร ฉันจะกลับพักไปสักหน่อย ช่วยจัดการงานที่เหลือให้ด้วย” อันจิ่วเม่ยเอ่ยตอบเสียงเรียบ ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณความเหนื่อยล้า
รถหรูพาเธอมายังห้องพักสุดหรู บรรยากาศเงียบสงบช่วยให้เธอผ่อนคลายได้เล็กน้อย อันจิ่วเม่ยทิ้งตัวลงบนโซฟาสีครีมเนื้อนุ่มอย่างอ่อนล้า
“เฮ้อ… เหนื่อยจริง ๆ ได้พักสักที”
หญิงบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา กดนิ้วเรียวเรียวยาวไปที่แอปพลิเคชัน ‘นิยายของฉัน’ เพื่อคลายเครียดด้วยการอ่านนิยายที่อ่านค้างไว้อยู่
เวลาล่วงเลยไปถึงสองชั่วโมง อันจิ่วเม่ยค่อนข้างจะสนใจเรื่องราวของตัวละครหญิงในนิยายที่มีชื่อเหมือนกับเธอ ถูกแม่เลี้ยงขายให้แต่งงานกับชายสติไม่ดี ต้องดิ้นรนทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมารักษาสามี
พอสามีหายดีกลับมาเป็นคนปกติ เพื่อนสนิทของเธอก็แย่งสามีไปชะตากรรมของตัวละครนั้นช่างโหดร้ายและน่าเวทนา
“เฮ้อ…ชีวิตตัวประกอบ”
ท่ามกลางความเงียบงันและร่างกายที่อ่อนล้า สติสัมปชัญญะของอันจิ่วเม่ยก็ค่อย ๆ เลือนราง ก่อนจะดับวูบเข้าสู่โลกแห่งนิทราตลอดกาลอย่างไม่มีวันหวนกลับ…
ในเวลานี้มีเสียงแปลกประหลาดดังแว่วเข้าหูของอันจิ่วเม่ย
ปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากความหลับใหล พร้อมความรู้สึกมึนงง เมื่อหันไปมองรอบข้างภาพที่เห็นก็ดูพร่ามั่วไปหมด
ขณะเดียวกันเธอก็ได้ยินเสียงสนทนาที่ฟังดูไม่คุ้นเคย คล้ายกับภาษาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เธอสามารถเข้าใจความหมายบทสนทนานั้นได้อย่างชัดเจน
“ฉันต้องการคนที่มีชีวิต แต่เธอส่งคนที่ใกล้ตายมาให้ฉัน มันหมายความว่ายังไง?” เสียงแหลมสูงเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“สหายลี่เฟยใจเย็น ๆ ฉันทำแบบนี้ เพื่อให้แผนมันสำเร็จนะ ถ้าเด็กคนนี้ตื่นอยู่ เธอจะยอมมาแต่โดยดีงั้นเหรอ?” เสียงแหลมสูงอีกเสียงหนึ่งตอบกลับไป
“เลือดเต็มหัวแบบนี้ยังจะมีชีวิตอยู่อีกเหรอ?”
“สหายล้อเล่นเกินไปแล้ว เธอยังมีชีวิตอยู่ ดูสิ! เธอยังหายใจอยู่เลย อีกอย่างฉันเตรียมของมาแล้ว ดูนี่สิ…”
“นี่มันคือยาปลุกกำหนัดไม่ใช่หรอ?”
“ฉันให้เด็กคนนี้กินไปครึ่งหนึ่งแล้ว เดี๋ยวคุณก็ให้อีกครึ่งที่เหลือกับหลี่ถังลูกชายของคุณ พอทั้งสองขึ้นเตียงก็จะให้กำเนิดหลานชายตัวอ้วนให้คุณ แค่นี้สหายลี่เฟยก็จะได้เป็นคุณย่าแล้ว”
“มันจะใช้ได้ผลจริงหรอ?”
“ทำไมจะใช้ไม่ได้ล่ะ? ปีที่แล้วแม่หมูที่บ้านฉันใช้มันแล้วออกลูกมาตั้ง 20 ตัวเชียวนะ ตอนที่ส่งให้กองผลิต หัวหน้าหน่วยยังชมเลย! อีกอย่างลูกชายของสหายอยู่ในสภาพแบบนั้น ถ้าไม่ให้กินของพวกนี้ก็ทำไม่ไหวหรอก สหายยังอยากอุ้มหลานชายไหมล่ะ?”
บทสนทนาที่น่าหวาดกลัวเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวของอันจิ่วเม่ยทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็ดันทะลักเข้ามาในสมองอย่างรุนแรง…
อันจิ่วเม่ยพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวประกอบหญิงสาวผู้โชคร้ายในนิยายยุคเก่า ชีวิตของหญิงสาวผู้นี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ถูกแม่เลี้ยงรังแกตั้งแต่เด็ก มีเพียงคุณย่าเท่านั้นที่คอยปกป้องเธอ
นอกจากนี้ ในนิยายยังเขียนให้แม่เลี้ยงของอันจิ่วเม่ยแอบขายเธอให้กับแม่ของชายสติไม่ดีในหมู่บ้านเพื่อแลกกับเงินเพียงสามสิบหยวน
จากนั้นอันจิ่วเม่ยต้องทำงานหนักในบ้านสามี ใช้เงินเก็บทั้งหมดรักษาอาการป่วยของเขาจนหายดี สุดท้ายกลับถูกทิ้งขว้างและจบชีวิตอย่างน่าอนาถ
ตอนนี้ อันจิ่วเม่ยมาอยู่ในร่างของตัวประกอบในช่วงที่จะถูกบังคับให้แต่งงานกับชายสติไม่ดีคนนั้น แม่เลี้ยงใจร้ายทุบตีเธอจนสลบ ก่อนจะป้อนยาและส่งตัวเธอไปยังบ้านของชายหนุ่มเพื่อบังคับให้เธอแต่งงาน
ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านอยู่ในใจของอันจิ่วเม่ย เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมที่จะยอมถูกคนอื่นกำหนดชีวิตอีกต่อไป เธอจะไม่มีวันแต่งงานกับชายสติไม่ดีคนนั้นเด็ดขาด
แต่เธอจะหนีจากสถานการณ์นี้ยังไงดี ทั้งอาการบาดเจ็บและถูกวางยาทำให้ตอนนี้เธอแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
อันจิ่วเม่ยพยายามรวบรวมสติทั้งหมดของตัวเอง เพื่อหาหนทางรอดจากสถานการณ์นี้ ทันใดนั้นชื่อของ ‘หลี่เจียเฟิ่ง’ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
ทหารหนุ่มผู้เป็นความหวังของตระกูลหลี่ เป็นคนดี มีอุดมการณ์และดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดในบรรดาคนในตระกูลหลี่ และเขาคือจุดเปลี่ยนของนิยายเรื่องนี้!
หากเป็นไปตามเนื้อหานิยาย วันนี้น่าจะเป็นวันที่หลี่เจียเฟิ่งกลับบ้าน หลังจากที่ได้เข้ากองทัพ เธอจะต้องคว้าโอกาสนี้เพื่อเปลี่ยนชะตากรรมเดิมของตัวประกอบนี้ให้ได้
…
ในยามค่ำคืนอันมืดมิดหญิงสาวร่างบางปรากฎตัวพร้อมกับเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้า สร้างความหวาดหวั่นแก่ซื่อหงแม่เลี้ยงของอันจิ่วเม่ยและลี่เฟยเป็นอย่างยิ่ง
ในมือของอันจิ่วเม่ยถือถ้วยยาที่แย่งชิงมาจากลี่เฟยแม่ของชายสติไม่ดี ซึ่งมีแผนจะนำยานี้ไปให้ลูกชายของตนเองดื่ม
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ซื่อหงกับลี่เฟยได้ร่วมมือกันปรุงยาขึ้น โดยลี่เฟยได้ให้เงินจำนวนยี่สิบหยวนแก่แม่เลี้ยงอันจิ่วเม่ย เพื่อเป็นค่าจ้างในการช่วยเหลือครั้งนี้
ซื่อหงรับเงินมาด้วยความยินดี ตาเป็นประกายวาววับราวกับเจอทองคำ พร้อมทั้งยุยงลี่เฟยให้ลูกชายของเธอดื่มยาปลุกกำหนัดนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ลี่เฟย ยาดี ๆ อย่างนี้ให้ลูกชายของเธอดื่มเข้าไปให้หมดเลยนะ ยิ่งดื่มยิ่งดี จะได้แข็งแรงสมชายชาตรี รับรองว่า…คืนนี้…ต้องมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน!”
ลี่เฟยหลงเชื่อในคำพูดของซื่อหงจึงเตรียมนำยาไปให้ลูกชายของตนดื่ม แต่ถูกอันจิ่วเม่ยแย่งถ้วยยาไป
อันจิ่วเม่ยยืนถือถ้วยยาจ้องมองไปยังซื่อหงและลี่เฟย “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ว่าพวกคุณคิดจะทำอะไร!”
อันจิ่วเม่ยรู้ทันแผนสกปรกของซื่อหง ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของทั้งสองคนเด็ดขาด!
ขณะที่สถานการณ์โกลาหลอยู่นั่น จู่ ๆ ร่างสูงโปร่งเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็มายืนอยู่หน้าประตู สายตาทุกคู่มองเขาด้วยความตะลึงงัน
ทันใดนั้นดวงตาของอันจิ่วเม่ยเบิกกว้างขึ้นด้วยประกายแห่งความหวัง ราวกับแสงสว่างสาดส่องในความมืดมิด ร่างสูงสง่าของคนที่เธอรอคอยซึ่งก็คือ หลี่เจียเฟิ่งนั่นเอง!
ไหน ๆ เรื่องราวมันก็เลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเธอต้องถูกรวบหัวรวบหางเป็นสะใภ้ตระกูลหลี่แล้วล่ะก็… ถ้าอย่างนั้น เธอขอเลือกหลี่เจียเฟิ่งยังจะดีเสียกว่า!
สีหน้าของคนที่เพิ่งเข้ามาเต็มไปด้วยความสงสัย เขาทำท่าเหมือนกับจะเอ่ยถามบางอย่างออกมา แต่แล้ว… อันจิ่วเม่ยก็ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
หญิงสาวยกถ้วยยาขึ้นดื่มทั้งหมดในคราวเดียว แล้วพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มให้โน้มศีรษะลงมา มือเรียวทั้งสองข้างตรึงใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ขยับหนีไปได้
ริมฝีปากบางของอันจิ่วเม่ยประกบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เขารู้สึกถึงของเหลวรสชาติขมกำลังไหลลงสู่ลำคอของตนเอง เมื่อได้สติมือหนาก็ผลักเธอออกอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ราวห้านาที หลี่เจียเฟิ่งกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านใน คล้ายว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจึงรีบเปิดประตูเข้ามาดู แต่ไม่คาดคิดเลยตนเองจะถูกหญิงแปลกหน้าจู่โจมอย่างอุกอาจโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
ความสับสนและความโกรธแล่นเข้ามาในหัวของหลี่เจียเฟิ่ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยถาม สถานการณ์ตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขาตกตะลึงขึ้นไปอีก
“ฉันจะแต่งงานกับเขา!” อันจิ่วเม่ยประกาศกร้าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“หา!?”
ทั้งซื่อหง ลี่เฟย กระทั่งหลี่เจียเฟิ่งต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
เธอจะแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่ง?
“กะ… แก… แกว่ายังไงนะ?” ซื่อหงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแลดูสับสน
“ฉันบอกว่าฉันจะแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่ง”
หญิงวัยกลางคนหัวเราะเยาะเย้ยออกมา “ฮึฮึฮึ! คนอย่างแกน่ะเหรอ จะแต่งงานเจียเฟิ่ง?”
อันจิ่วเม่ยกระตุกรอยยิ้มท้าทาย “เฮอะ! คนอย่างฉันนี่แหละจะเป็นภรรยาของหลี่เจียเฟิ่ง!” ก่อนจะพูดต่อ “นับจากนี้ฉันจะไม่ยอมให้พวกคุณทำเรื่องชั่ว ๆ แบบนี้กับฉันอีกแล้ว! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกคุณให้หมด”
ซื่อหงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เธอไม่คิดว่าอันจิ่วเม่ยจะกล้าประกาศแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่ง หนำซ้ำยังกล้าข่มขู่ว่าจะแจ้งความจับพวกเธออีกต่างหาก
ส่วนลี่เฟยนั้นได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ใบหน้าซีดเผือดหัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะกลัวความผิด แต่เป็นเพราะกังวลถึงผลกระทบจากยาที่หลี่เจียเฟิ่งถูกกรอกใส่ปากเมื่อครู่
จากนั้นอันจิ่วเม่ยหันไปพูดกับหลี่เจียเฟิ่งต่อ “ถ้าคุณไม่ยอมแต่งงานกับฉัน ฉันจะไปแจ้งความว่าถูกคุณลวนลาม!” อันจิ่วเม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
เธอรู้ดีว่า การถูกกล่าวหาว่าลวนลามหญิงสาว ย่อมสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของทหารอย่างหลี่เจียเฟิ่งเป็นอย่างมาก
ในที่สุดหลี่เจียเฟิ่งก็ได้เห็นหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งล่วงเกินเขาได้อย่างชัดเจน
เขาจำเธอได้… เด็กสาวกำพร้าท้ายหมู่บ้านผู้ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา แลดูไม่ประสีประสา มักจะเดินผ่านหน้าบ้านเขาเพื่อไปทำงานที่กองผลิตอยู่เป็นประจำ
ในสายตาเขาเธอไม่ใช่ผู้หญิงหน้าไม่อายเช่นนี้ แต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะใจกล้าถึงขั้นบังคับให้เขาแต่งงานด้วย!
ดวงตาคมของหลี่เจียเฟิ่งหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องมองอันจิ่วเม่ย ภายในใจคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยถูกคุกคามแบบนี้มาก่อน…
Pchaya
ขอบคุณค่ะ