ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 2 ทำข้อตกลง
บทที่ 2 ทำข้อตกลง
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่นั่น เสียงร้องไห้ของชายสติไม่ดีก็ดังออกมาจากห้อง ทำให้ลี่เฟยที่กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าอันจิ่วเม่ยต่อ ต้องหยุดชะงักแล้วรีบผละจากตรงนั้น วิ่งเข้าไปดูแลลูกชายทันที
หลังจากที่ลี่เฟยเข้าห้องไป ซื่อหงก็รีบคว้ามืออันจิ่วเม่ยไว้ทันที “กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!”
อันจิ่วเม่ยสะบัดมือออก เมินเฉยต่อคำพูดของซื่อหง เธอหันไปยิ้มให้หลี่เจียเฟิงพร้อมกับพูดว่า “ไปกันเถอะ ฉันจะพาคุณไปถอนพิษ”
พูดจบอันจิ่วเม่ยก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ซื่อหงยืนอึ้งกับการกระทำของอันจิ่วเม่ย
“เธอคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งจะทำตาม…” ซื่อหงยังไม่ทันพูดจบหลี่เจียเฟิ่งก็ทำท่าจะเดินตามหญิงสาวออกไปจริง ๆ
ซื่อหงได้แต่อ้าปากค้าง เธอไม่อยากจะเชื่อว่าหลี่เจียเฟิ่งจะตามอันจิ่วเม่ย
“สหายหลี่! คุณจะทำตามที่เด็กนั่นบอกจริง ๆ งั้นเหรอ?”
หลี่เจียเฟิ่งหยุดฝีเท้าแล้วปรายตามองซื่อหงด้วยแววตาเย็นชาครู่หนึ่ง แล้วเดินตามอันจิ่วเม่ยออกไป
ซื่อหงรู้สึกตัวชาวาบไปทั่วทั้งร่าง ใจเธออยากจะตามทั้งสองคนออกไป แต่เธอก็หวั่นเกรงกับสายตาของหลี่เจียเฟิ่งเหลือเกิน
อันจิ่วเม่ยกระโดดลงไปในแม่น้ำนอกหมู่บ้าน แช่ตัวลงไปทั้งร่างปล่อยให้ความเย็นของน้ำช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในกาย
ไม่ไกลออกไป หลี่เจียเฟิ่งในเสื้อเชิ้ตสีเขียวทหารก็แช่น้ำอยู่เช่นกัน ภายใต้แสงจันทร์สีหน้าของชายหนุ่มจะเรียบเฉยราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
อันจิ่วเม่ยไม่รู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังคิดอะไร บางทีเขาอาจจะยังตั้งตัวกับเหตุการที่เกิดขึ้นกะทันหันก่อนหน้านี้ไม่ได้ อันจิ่วเม่ยเลิกสนใจชายหนุ่มชั่วคราว เธอเพียงปล่อยให้ความเย็นของน้ำช่วยดับอาการร้อนรุ่มภายในกายให้ทุเลาลง
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็หลุดพ้นจากแผนร้ายของซื่อหงกับลี่เฟยได้ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะพวกเขากลัวอิทธิพลของหลี่เจียเฟิ่งแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
ชาติก่อนเธอไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอสามารถบุกเบิกธุรกิจจนประสบความสำเร็จในต่างแดน ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านผู้คนมากหน้าหลายตามาแล้ว การรับมือกับแม่เลี้ยงของเธอไม่ใช่เรื่องยาก
ตอนนี้สิ่งที่ต้องจัดการคือผู้ชายตรงหน้าเธอต่างหาก อันจิ่วเม่ยเห็นว่าสีหน้าหลี่เจียเฟิ่งดีขึ้นมากแล้ว อาจเป็นเพราะเขาได้รับยาในปริมาณที่น้อยกว่า จึงฟื้นตัวได้เร็วกว่า
อันจิ่วเม่ยนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองมัดมือชกหลี่เจียเฟิ่งเมื่อครู่นี้ ก็รู้สึกผิดขึ้นมาถึงแม้ว่ามันจะเป็นแผนของเธอก็เถอะ
อันจิ่วเม่ยรู้สึกอยากจะขอโทษเขาอย่างจริงจัง “เรื่องคืนนี้ ฉันต้องขอโทษด้วย ในสถานการณ์แบบนั้น…”
แต่ทว่า ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ หลี่เจียเฟิ่งก็พูดแทรกขึ้นมา
“ไม่เป็นไร”
อันจิ่วเม่ยเงียบไปครู่หนึ่ง เธอตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา “จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ฉันพูดคุณอาจจะลองคิดทบทวนอีกรอบ การแต่งงานกับฉัน อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด…คุณเองก็อยากจะแยกออกจากครอบครัวมาตลอดไม่ใช่เหรอ? ”
หลี่เจียเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ได้อย่างไงว่าเขาคิดจะแยกตัวออกจากครอบครัว ความคิดนี้เขาคิดอยู่ตลอด แต่ยังไม่มีโอกาสทำมันสักที
อันจิ่วเม่ยเห็นท่าทีของหลี่เจียเฟิ่ง จึงพูดต่อ “คุณวางใจได้ พอเราจัดการเรื่องแต่งงานเสร็จ ฉันจะหาทางหาเงิน เลี้ยงตัวเองส่วนคุณก็ทำงานข้างนอกไปตามปกติ ไม่ต้องสนใจฉัน”
“ฉันจะอยู่ในหมู่บ้านอย่างสงบเสงี่ยม ไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่เป็นภาระให้คุณ คุณคิดว่าไง?”
เธอรู้ดีว่าตอนนี้เป็นปี1974 ยังอีกสองปีกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมา อีกทั้งตอนนี้ยังไม่สามารถทำธุรกิจอย่างเปิดเผยได้
ในยุคนี้โอกาสไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่าย ๆ ด้านได้อายอด เธอขอเป็นคนหน้าด้าน เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
หลี่เจียเฟิ่งมองหญิงสาวด้วยสายตาดูแคลน “เธอแน่ใจนะ ว่าสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งฉัน?”
เขายังจำได้ดีว่าเธอถูกแม่เลี้ยงตัวเองขายเข้าเขาอย่างง่ายดาย ทำให้เขาเชื่อไปแล้วว่าคำพูดของเธอในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้าง ของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ต้องการให้เขาใจอ่อนและยอมทำตามข้อเรียกร้องของเธอ
แต่หญิงสาวกลับพยักหน้ารัว ๆ รีบพูดขึ้นว่า “แน่นอน! ฉันสามารถหาวิธีเลี้ยงดูตัวเองได้ เหตุการณ์คืนนี้เป็นเหตุสุดวิสัย ฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ”
แม้คำพูดของเธอจะดูร้อนรน แต่ท่าทางจริงจังของเธอก็ทำให้คิ้วที่ขมวดมุ่นของชายหนุ่มคลายลงเล็กน้อย
หลี่เจียเฟิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จริง ๆ แล้วเขายอมรับว่าการกระทำของเธอในคืนนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเอง แม้เขาจะเป็นคนที่ต้องรับเคราะห์ก็ตาม
แต่เมื่อนึกถึงภาพที่เธอใช้เขาเพื่อบังคับให้แต่งงาน เขาก็รู้สึกหงุดหงิด
ตัวเขาเพิ่งกลับมาบ้านเกิดหลังจากปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างถิ่นเป็นเวลาสองปี การกลับมาครั้งนี้เป็นวันหยุดพิเศษที่เขาได้รับหลังจากได้เลื่อนตำแหน่ง ผู้บังคับบัญชาหวังดีจึงแนะนำให้เขากลับมาเยี่ยมบ้านและจัดการเรื่องสำคัญในชีวิตเสียเลย โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงาน
ถึงแม้จะอายุไม่น้อยแล้ว แต่หลี่เจียเฟิ่งไม่เคยสนใจเรื่องนี้เขาไม่เคยคิดจะมีภรรยา
การที่เขาเขากลับบ้านมาครั้งนี้ ก็เพียงเพื่อเอาใจผู้บังคับบัญชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่กลับมาถึงบ้านก็มีคนมาเสนอตัวเป็นภรรยาให้เขาเสียแล้ว
แม้จะไม่เต็มใจในตอนแรก แต่เมื่อคิดทบทวนถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การมีภรรยาคงทำให้ผู้บังคับบัญชาสบายใจไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องแต่งงานกับเขาอีก
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว หลี่เจียเฟิ่งจึงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว “ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าเราไปจดทะเบียนกันที่สำนักงานเขตเลย”
“หา? พรุ่งนี้เลยเหรอ?” อันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจเร็วขนาดนี้! แต่เป็นเรื่องที่ดีเพราะมันคือสิ่งที่เธอต้องการ!
อันจิ่วเม่ยรีบพยักหน้ารับทันที หลัวว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจ “ตกลงค่ะ คุณวางใจได้ หลังแต่งงานแล้ว ฉันจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนแน่นอน ขอบคุณมากค่ะ!”
อันจิ่วเม่ยยืนยิ้มอย่างมีความสุข แม้เธอจะแอบหวั่นใจว่าเขาอาจจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ หรือแม้แต่ใช้เส้นสายกดดันเธอจนอาจถึงขั้นทำให้เธอตกที่นั่งลำบากได้ แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น
รอยยิ้มของเด็กสาวเบื้องหน้าทำให้หลี่เจียเฟิงรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก เขาคาดว่าฤทธิ์ยาคงจะจางหายไปมากแล้ว จึงตัดสินใจก้าวขึ้นจากน้ำพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบ “ขึ้นมาได้แล้ว ฉันจะไปส่ง”
แม้จะไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อเขาตัดสินใจที่จะรับผิดชอบเธอแล้ว เขาก็จะทำมันอย่างเต็มที่
อันจิ่วเม่ยลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ทว่าเมื่อนึกถึงความปลอดภัยของตนเองในยามวิกาลเช่นนี้ เธอจึงตัดสินใจยอมให้เขาไปส่ง
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามทางดินในหมู่บ้าน ยามดึกสงัดเช่นนี้ แม้แต่เสียงหมาเห่ายังเงียบหาย อากาศต้นฤดูร้อนที่แม้จะยังไม่ร้อนจัดแต่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นของทั้งคู่ก็ทำให้รู้สึกหนาวสะท้านเมื่อต้องลมเย็น ๆ
ร่างเดิมของอันจิ่วเม่ยมีชีวิตที่ยากลำบาก ดังนั้นเสื้อผ้าที่สวมใส่จึงบางเบา เธออดไม่ได้ที่จะกอดตัวเองเอาไว้เพื่อบรรเทาความหนาว
ทันใดนั้น ความอบอุ่นก็โอบล้อมร่างกาย เมื่อหันไปมอง อันจิ่วเม่ยก็พบว่าหลี่เจียเฟิ่งได้ถอดเสื้อนอกสีเขียวทหารของเขามาคลุมไหล่ให้เธออย่างเงียบ ๆ
“ขอบคุณค่ะ” อันจิ่วเม่ยพูดอย่างซาบซึ้งใจ
หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ “แปดโมงเช้าพรุ่งนี้ ฉันจะรอเธอที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน”
“ได้ค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบ ในใจคิดจะคืนเสื้อนอกให้เขาแต่หันมาอีกทีชายหนุ่มก็เดินจากไปแล้ว
“นังเด็กเนรคุณ แกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?” เสียงแหลมสูงของซื่อหง เอ่ยถามอันจิ่วเม่ยทันทีที่เธอเดินเข้าบ้านมา
PrettyMe
ทำไมอบอุ่น เสื้อเปียกไม่ใช่อ่อ
Pchaya
ตบแม่เลี้ยงสักทีสองมีสิ