ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 3 คนในบ้านตระกูลหลี่รู้เห็นเป็นใจ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 3 คนในบ้านตระกูลหลี่รู้เห็นเป็นใจ
บทที่ 3 คนในบ้านตระกูลหลี่รู้เห็นเป็นใจ
“นังเด็กเนรคุณ แกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?” เสียงแหลมสูงของซื่อหง เอ่ยถามอันจิ่วเม่ยทันทีที่เธอเดินเข้าบ้านมา
อันจิ่วเม่ยเดินไปตรงไปยังห้องตัวเองทันที โดยไม่สนใจซื่อหงที่ยืนเท้าสะเอวด่าเธออยู่หน้าบ้าน
“นังเด็กบ้า แกหูหนวกหรือไง!” ซื่อหงเห็นว่าอันจิ่วเม่ยไม่สนใจตัวเอง ก็พุ่งเข้าไปหาด้วยความโมโหหวังจะตบสั่งสอนให้หญิงสาวให้หลาบจำ
ทว่าอันจิ่วเม่ยกลับเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว แล้วใช้จังหวะที่ซื่อไม่ทันได้ตั้งตัว ถีบเข้าที่ท้องของซื่อหงอย่างจัง
“โอ้ย!” ซื่อหงล้มลงไปกองกับพื้น พลางร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ก่อนหน้านี้ซื่อหงตั้งใจจะตามทั้งสองคนออกไป แต่สายตาคมกริบของชายหนุ่มที่มองกลับมา ทำให้เธอต้องจำใจอดกลั้นรอจังหวะเล่นงานอันจิ่วเม่ยที่บ้าน
หากแผนส่งตัวอันจิ่วเม่ยให้ชายสติไม่ดีตระกูลหลี่สำเร็จ นอกจากเงิน 30 หยวนที่เธอได้แล้ว เงินค่าเลี้ยงดูคุณย่าจากอันจิ่วเม่ยจะต้องตกมาถึงมือเธอแน่
แต่การปรากฏกะทันหันของหลี่เจียเฟิ่ง ทำให้เธอต้องคว้าน้ำเหลว ดังนั้นซื่อหงเลยคิดจะแฉเรื่องที่หญิงสาวทำกับหลี่เจียเฟิ่งให้ชาวบ้านได้รับรู้แทน
ซื่อหงจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธแค้น เธอสบถเสียงลอดไรฟัน “แก! นังเด็กชั่ว…”
ซื่อหงยังไม่ทันจะพูดจบ เท้าเล็ก ๆ ของอันจิ่วเม่ยก็เหยียบไปที่อกของซื่อหง
อันจิ่วเม่ยโน้มตัวลงกระซิบข้างหูซื่อหงอย่างใจเย็น “ฉันแนะนำให้เธอเบาเสียงลงหน่อย… ถ้าเสียเธอเผลอไปปลุกคนอื่นรอบ ๆ ให้ตื่นขึ้นมา แล้วเรื่องราวมันใหญ่โต…เธอคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งจะปล่อยเธอไหม?”
อันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าไพ่ตายของเธอคือหลี่เจียเฟิ่ง ตราบใดที่เขาไม่เปิดโปงเรื่องที่เธอบังคับให้เขาแต่งงาน เธอก็จะสามารถใช้เขาเป็นเกราะกำบังในบ้านหลังนี้ได้
“เธออย่าคิดว่าได้เกาะหลี่เจียเฟิ่งแล้วจะได้เป็นหงส์จริง ๆ นะ…”
เพียะ!
ซื่อหงยังไม่ทันพูดจบประโยค อันจิ่วเม่ยก็ตบหน้าเธอเข้าเต็มแรง “ต่อให้ฉันไม่ได้เป็นหงส์ ฉันก็จัดการกับไก่ป่าแก่ ๆ อย่างแกได้”
ซื่อหงใบหน้าซีดเผือดในทันที ความประหลาดใจฉายชัดในดวงตา
นังเด็กนี่มันเป็นบ้าอะไร? หรือฉันตีหัวมันจนเสียสติไปแล้ว?
อันจิ่วเม่ยล้วงเข้าไปในกระเป๋าของซื่อหง หยิบเงินสินสอด 30 หยวนที่ลี่เฟยให้ไว้ก่อนหน้านี้ออกมา ก่อนจะพูดอย่างเย็นชาว่า “ฉันขอเงินที่ควรจะเป็นของฉันคืนก็แล้วกัน”
พูดจบ หญิงสาวก็ยกเท้าออกจากอกซื่อหง แล้วเดินกลับเข้าห้องตัวเองไป
ซื่อหงลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาทั้งสองแข็งกร้าวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ “นังจิ่วเม่ย… แกจะจองหองเกินไปแล้ว เด็กไม่มีพ่อแม่อย่างแก ตระกูลหลี่ไม่มีทางแต่งแกไปเป็นสะใภ้หรอก”
“ยังไงซะ หลี่เจียเฟิ่งก็ต้องกลับกองทัพ ไม่มีใครคอยปกป้องแกได้ตลอดหรอก ทั้งแกและเงิน 30 หยวนนั่น ฉันเอาคืนเป็นร้อยเท่า…”
…
ณ บ้านตระกูลหลี่
หลี่เจียเฟิ่งตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้นอกจากจะต้องไปสำนักเขตกับอันจิ่วเม่ยแล้ว เขายังมีอีกเรื่องที่จะต้องทำก่อนคือ ไปขอทะเบียนบ้านจากแม่ เพื่อเอาไปจดทะเบียนสมรส ซึ่งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เขาปวดหัวที่สุดแล้ว
ชิวหรงเห็นลูกชายคนที่สามมาขอสมุดทะเบียนบ้าน ก็แสร้งถามหลี่เจียเฟิ่งด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นี่ลูกจะแต่งงานกับคนตระกูลอันจริง ๆ เหรอ?”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ? ก็พี่สะใภ้ใหญ่ไปทำเรื่องใหญ่ไวจน ผมต้องติดร่างแหไปด้วย”
หลี่เฟิ่งแกล้งพูดเสียงดัง เพราะรู้ว่าลี่เฟยกำลังแอบฟังอยู่หน้าประตู น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความประชดประชันที่ทำให้ลี่เฟยถึงกับหน้าชา
ลี่เฟยที่แอบฟังอยู่หน้าประตูโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ‘จะมาโทษเธอคนเดียวได้ยังไง เขานั้นแหละที่ดันโผล่มาเองและทั้งหมดก็เป็นเพราะนังเด็กนั่น จะมาโทษเธอคนเดียวได้ไง!’
ภายในห้องชิวหรงก็ยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมหลี่เจียเฟิ่ง เธอไม่อยากจะให้หลี่เจียเฟิ่งแต่งงาน เพราะเดิมทีเธอหมายตาอันจิ่วเม่ยไว้ให้หลี่ถัง หลานชายของเธอต่างหาก “แต่… แต่ผู้หญิงคนนั้น แม่เล็งไว้ให้หลี่ถังนะ!”
หลังจากจบคำพูดของแม่ หลี่เฟิ่งก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดกับอันจิ่วเม่ยทุกคนในบ้านรู้เห็นเป็นใจ อีกทั้งยังพากันแกล้งหลับเพื่อเปิดโอกาสให้พี่สะใภ้ใหญ่ลงมือได้สะดวก
หลี่เจียเฟิ่งได้แต่ถอนหายใจ รู้ถึงไหนอายถึงนั้น เป็นถึงครอบครัวของทหารแต่กลับทำตัวราวกับกลุ่มโจรที่ลักลอบค้ามนุษย์ซะงั้น แล้วนี่จะไม่ให้เขารับผิดชอบได้ยังไง?
“งั้นเอาไงดีละครับ ปล่อยให้เธอไปแจ้งความว่าผมลวนลามเลยดีไหม? ” หลี่เจียเฟิ่งสวนกลับทันที
ชิวหรงได้ยินคำพูดลูกชายก็ตะลึงงั้น ก่อนจะตวาดกลับไปทันที “นี่แกพูดเรื่องอะไร!”
หลี่เจียเฟิ่งแสยะยิ้มมุมปาก “ก็ถ้าผมไม่แต่งงานกับเธอ เธอจะไปแจ้งความว่าผมลวนลาม”
“อะไรนะ! เด็กนั่นกล้าขู่กันแบบนี้เลยเหรอ!” ชิวหรงได้ยินถึงกับปรี๊ดแตก
“อ้าว แล้วทำไมจะไม่กล้าล่ะครับ ช่วงนี้ผมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น กำลังโด่งดัง จะให้มาเสียชื่อเพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา ผมคงต้องกลับบ้านนอกไปปลูกผักแน่ ๆ ”
จบคำพูดลูกชายชิวหรงก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เพราะเงินที่หลี่เจียเฟิ่งส่งให้ทุกเดือนคือแหล่งรายได้หลักของครอบครัว แม้เธอจะไม่ได้รักหรือสนใจลูกชายคนนี้มากนัก แต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เธอไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องแน่นอน
ชิวหรงลังเลจึงหันไปพึ่งสามีผู้เงียบขรึมให้ช่วยตัดสินใจ
จากนั้นหลี่เฉินฟู่ก็เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครีย “เอาล่ะ ๆ เถียงกันไปก็เท่านั้น ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ลูกก็ตัดสินใจตามที่สมควรเถอะ ว่าเธอเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้ตระกูลกลี่จริงเหรอ ๆ คืดทบทวนให้ดี ๆล่ะ”
สุดท้ายชิวหรงยอมให้หลี่เจียเฟิ่งแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาเลือกเอง ชิวหรงเลยจำใจมอบทะเบียนบ้านให้
หลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งได้ทะเบียนบ้านแล้วออกจากบ้านไปแล้ว ชิวหรงก็สะกิดสามีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คุณคะ ทำแบบนี้ได้ยังไง คุณอยากจะ.ให้ลูกเราแต่งงาน แล้วมีคนมาร่วมกินสมบัติของเราหรือยังไง?”
“ใจเย็น ๆ น่า… ดู ๆ กันไปก่อน น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง ตามใจหลี่เจียเฟิ่งไปก่อน ยังไงเสียเขาก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของเรา แล้วค่อยปรึกษาหารือกับคนอื่น ๆ ทีหลัง”
ลี่เฟยที่แอบฟังอยู่ข้างประตูกำมือแน่น เธอยอมเสียเงินตั้ง 30 หยวน เพื่อซื้อตัวอันจิ่วเม่ยให้มาแต่งงานกับหลี่ถังแต่สุดท้ายกลับเสียไปให้คนอื่นแบบนี้ เป็นเรื่องงที่น่าโมโหจริง ๆ
“ลี่เฟย เธอจะมาร้องไห้อะไร เธอโง่เอง!” ชิวหรงด่าลูกสะใภ้ที่ทำตัวโง่ นอกจะเสียทั้งเงิน และภรรยาหลานชายไม่พอ ยังทำให้หลี่เจียเฟิ่งมาแต่งงานอีก มันจะโง่เกินไปแล้ว!
ลี่เฟยได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บใจ แม้จะรู้ตัวว่าพลาดที่โดนหลอก แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อลูกสะใภ้ในอนาคตกำลังจะกลายเป็นน้องสะใภ้ซะอย่างนั้น!
“แล้วสินสอดที่หนูจ่ายไปตั้ง 30 หยวนล่ะ! พ่อกับแม่ต้องให้น้องสามีเอาคืนมานะ!” เธอประกาศกร้าว
ชิวหรงมองลี่เฟยตาขวาง “ครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ แต่มาพูดเรื่องเงินทอง! เงินนั่นก็เงินลูกชายฉันส่งมาไม่ใช่รึไง! ห้ามพูดเรื่องนี้อีก ไม่งั้นฉันจะตีเธอให้ตายคามือฉันเอง!”
ลี่เฟยสะดุ้งโหยง ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป
ชิวหรงมองตามอย่างเหยียดหยาม “นังลูกสะใภ้ไม่เอาไหน!”
การแต่งงานสายฟ้าแลบของลูกชายคนที่สามทำเอาคนในตระกูลหลี่วุ่นวายไปหมด
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องทั่วผืนฟ้าในยามเช้าวันใหม่ ท่ามกลางภาพอันจิ่วเม่ยที่วิ่งหน้าตั้งไปที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เสมือนนักวิ่งระยะสั้นกำลังทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าเหรียญทอง
“สายแล้ว ๆ ” อันจิ่วเม่ยร้องเสียงดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก ขณะที่วิ่งมาด้วยความเร็วที่แทบจะหยุดไม่อยู่ เกือบจะพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของหลี่เจียเฟิ่ง ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
Munchkin
เห็นใจพอ. แม้แต่พ่อแม่ยังไม่ค่อยรักขนาดเป็นเลาหลักหาเงินเลี้ยงดูนะนั้น เป็นลูกจริงๆมั้ยนั้น
Pchaya
สมน่ำหน้าลี่เฟย