ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 114 สมบัติล้ำค่า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 114 สมบัติล้ำค่า
บทที่ 114 สมบัติล้ำค่า
พูดถึงเรื่องนี้ก็เตือนความจำถงจื่อหยวนพอดี “เรื่องบ้านของนายฉันได้ยื่นเรื่องไปทางผู้บังคับบัญชาแล้ว เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้คงจะมีข่าว ตอนนั้นนายสามารถกลับบ้านไปรับเธอได้ ฉันจะให้วันหยุดสักสองสามวัน”
หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้า แล้วพูดว่า “ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ เธออาจจะไม่มา ที่บ้านยังมีคุณย่าที่ต้องดูแล”
ถงจื่อหยวนสงสัย “ญาติผู้ใหญ่ในบ้านนายไม่ได้มีแค่พ่อแม่เหรอ?”
“เป็นคุณย่าของเธอครับ คนแก่ไม่มีใครดูแล พวกเราเลยต้องช่วยกันดูแล”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” ถงจื่อหยวนพยักหน้า แล้วพูดต่อว่า “งั้นไม่มีปัญหา ถ้าจะมาจริงๆ ฉันสามารถจัดรถให้นายได้ เพื่อให้คุณย่านั่งสบาย ๆ หน่อย”
สมัยนี้รถไฟแออัดมาก คนหนุ่มสาวนั่งทีเดียวก็ผอมไปตั้งเยอะ คนแก่คงทนไม่ไหวแน่ ๆ
หลี่เจียเฟิ่งรับคำแล้วพูดว่า “ผมจะถามความเห็นเธอดู เธอยังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จ คาดว่าคงยังไม่มาในเร็ว ๆ นี้ครับ”
ความอยากรู้อยากเห็นของถงจื่อหยวนก็ลุกโชนขึ้นมาทันที เขาถามพลางกินไปด้วย “งานอะไรเหรอ? นายหางานให้เธอทำเหรอ?”
“เปล่าครับ” จากนั้นหลี่เจียเฟิ่งเล่าความฝันของอันจิ่งเม่ยที่ต้องการพัฒนาหมู่บ้านให้ฟัง และยังเล่าเรื่องที่ได้ให้หมู่บ้านร่วมมือกับสหกรณ์ไปด้วย
ท่านผู้บังคับการและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ครู่หนึ่งผ่านไปถงจื่อหยวนตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “แต่งงานครั้งนี้ เจ้าหนูนี่ได้กำไรจริง ๆ”
หทารอีกสามนายก็พยักหน้าหงึก ๆ เช่นกัน หญิงสาวที่ทั้งฉลาด กล้าหาญและยังทำอาหารเก่งแบบนี้หาได้ยากนัก!
โจวอี้เฉินดวงตาวาววับ หลัวลี่เซียนสั่งให้เขาสืบข่าวของพี่สะใภ้ให้มากขึ้น เขารู้สึกลำบากใจว่าควรจะเอาข่าวนี้ไปบอกเธอดีหรือไม่
พี่สะใภ้เป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เขารู้สึกไม่อยากให้หลัวลี่เซียนรับรู้
แม้หลัวลี่เซียนะไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ พอจะเดาได้ว่าเธอต้องการทำอะไร
แต่เขาก็รู้สึกว่าหลัวลี่เซียนคงไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น บางทีถ้ารู้ว่าพี่สะใภ้เพียบพร้อมขนาดนี้ เธออาจจะล้มเลิกความคิดก็ได้
ถ้าหลัวลี่เซียนล้มเลิกความคิดกับผู้กองแล้ว เขาจะมีโอกาสบ้างไหม?
คิดมาถึงตรงนี้ ลมหายใจของโจวอี้เฉินก็หนักหน่วงขึ้น
สุดท้าย ผู้บังคับการก็ขอเต้าหู้ยี้กลับอ้างว่าจะเอาไปให้ภรรยาลองชิม เดิมทีหลี่เจียเฟิ่งก็คิดจะส่งให้เขาสักเหมือนกัน จึงยกให้เขาหนึ่งใบไปเลย
ส่วนโจวอี้เฉินแอบออกไปหาหลานผู้บังคับบัญชาการทหารภาคเหนือ และเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้เธอฟัง หลังจากที่หลัวลี่เซียนได้ยินสีหน้าดก็แย่ลงทันที เพราะเธอรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว และยังมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ผู้หญิงคนนั้นด้วย!
ที่น่าโมโหที่สุดคือ คนที่เธอส่งไปกลับมีความประทับใจที่ดีต่อผู้หญิงคนนั้น และยังจะเขียนบทความเผยแพร่อย่างกว้างขวาง เท่ากับว่าเธอเองเป็นคนให้โอกาสผู้หญิงคนนั้นได้มีชื่อเสียง มีอะไรที่จะทำให้เจ็บใจไปกว่านี้อีก?
“มีข่าวอื่นอีกไหม?” หลัวลี่เซียนมองโจวอี้เฉินอย่างคาดหวัง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเพียงส่ายหน้า
หลัวลี่เซียนเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที พูดอย่างไม่พอใจว่า “เวลานานขนาดนี้ คุณสืบมาได้แค่นี้เองเหรอ?”
ท่าทางของเธอเกือบจะเขียนคำว่า ‘ไร้ประโยชน์’ ไว้บนหน้าผากแล้ว
โจวอี้เฉินรู้สึกเสียใจ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงพูดเพิ่มว่า “ดูเหมือนผู้กองอยากให้เธอติดตามกองทัพไปด้วย…”
“ไม่มีทาง!” หลัวลี่เซียนแค่นเสียงอย่างเย็นชา เธอจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมีโอกาสมาที่นี่เด็ดขาด!
โจวอี้เฉินมองดูสีหน้าอาฆาตของหลัวลี่เซียนด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย เพราะในความทรงจำของเขา เธอเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสีหน้าของเธอเช่นนี้
โชคดีที่หลัวลี่เซียนรู้ตัวว่ามีโจวอี้เฉินอยู่ด้วย เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะ ข่าวที่คุณบอกฉันสำคัญจริง ๆ คุณจะช่วยฉันต่อไปใช่ไหม?”
โจวอี้เฉินพยักหน้าตอบอย่างมึนงง
หลัวลี่เซียนกวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ก่อนจะย่างเท้าเข้าไปหาเขาอีกสองก้าว พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณจริง ๆ นะ ถ้ามีโอกาสฉันจะเลี้ยงข้าวตอบแทนคุณ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไว้ในอากาศ โจวอี้เฉินมองตามเธออย่างเหม่อลอย หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
ส่วนอันจิ่วเม่ยที่ไม่รู้เลยว่าตนเป็นที่กล่าวถึงในค่ายทหาร วันนี้ว่างไม่มีอะไรทำ เธอจึงเอากล่องไม้ที่เจอในสถานีจัดการขยะครั้งก่อนออกมาเช็ดทำความสะอาด
มือเรียวเล็กค่อยๆ เช็ดฝุ่นบนกล่องไม้ด้วยผ้านุ่ม สายตาจับจ้องที่ลวดลายแกะสลักอันประณีต จู่ๆ นิ้วของเธอก็สัมผัสถูกจุดหนึ่งที่ดูผิดแปลกไป
“อะไรนะ?” อันจิ่วเม่ยขมวดคิ้ว นิ้วของเธอลูบไล้ไปตามขอบกล่อง พบว่ามีร่องบางๆ ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน เมื่อกดตรงจุดหนึ่ง มีเสียง ‘กึก’ เบา ๆ ดังขึ้น
ด้วยความอยากรู้ อันจิ่วเม่ยค่อย ๆ สำรวจกล่องไม้ต่อไป พบว่ามันมีกลไกโบราณที่ซับซ้อน ซ่อนจุดที่ต้องกดไว้สี่จุดตามลำดับที่ถูกต้อง ซึ่งแต่ละจุดนั้นถูกแฝงอยู่ในลวดลายดอกโบตั๋นที่แกะสลักอย่างวิจิตร หากกดผิดแม้แต่จุดเดียว กลไกทั้งหมดจะรีเซ็ตทันที
“เหมือนกล่องปริศนาในหนังเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่เธอไปพบลูกค้ารายใหญ่ นักสะสมของล้ำค่า ผู้หลงใหลในเครื่องเรือนโบราณ
เขาเคยเล่าให้เธอฟังอย่างภาคภูมิใจถึงกลไกที่ซับซ้อนของเครื่องเรือนสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งเธอเคยได้เห็นกับตา เธอเข้าใจดีว่าการเปิดกล่องเช่นนี้ ต้องอาศัยทั้งความระมัดระวังและการกดจุดตามลำดับที่ถูกต้อง
อันจิ่วเม่ยค่อย ๆ กดจุดต่าง ๆ ตามลำดับที่เธอคาดไว้ว่าน่าจะถูกต้อง จนกระทั่ง… ‘กึก’ เสียงกลไกดังขึ้นในความเงียบ เธอสูดหายใจลึกก่อนจะค่อย ๆ ยกฝาไม้ขึ้นอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก ดวงตาของอันจิ่วเม่ยเบิกกว้าง เธอตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นอยู่ภายใน มันคือชุดถ้วยชากระเบื้องเคลือบอันงดงาม ลวดลายเถาดอกไม้สีครามบนถ้วยบรรจงวาดอย่างประณีต รอบถ้วยมีอักษรจีนโบราณเรียงร้อยอย่างประณีต เธอจำได้ชัดเจนว่านี่คือเอกลักษณ์เฉพาะของเครื่องกระเบื้องชั้นสูงจากราชวงศ์ชิง
“ไม่น่าเชื่อ…” เธอกระซิบกับตัวเอง “นี่มันของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำด้วยซ้ำ”
อันจิ่วเม่ยนั่งครุ่นคิด นิ้วเรียวลูบไปตามผิวกระเบื้องเคลือบอย่างแผ่วเบา ในหัวของเธอเริ่มประกอบภาพเรื่องราวในอดีต
“ถ้วยชาคุณภาพขนาดนี้ กล่องไม้ที่มีกลไกซับซ้อน…” เธอพึมพำ “คงเป็นสมบัติประจำตระกูลใหญ่สักตระกูลแน่ ๆ ”
เธอนึกถึงประวัติศาสตร์ที่เคยศึกษามา ช่วงที่บ้านเมืองเกิดสงคราม ตระกูลใหญ่หลายตระกูลถูกกวาดล้าง ทรัพย์สมบัติถูกริบ บางส่วนถูกทำลาย หลายอย่างสูญหายไปในห้วงเวลาอันวุ่นวาย
เธอไม่รู้วิธีแยกแยะของจริงหรือของปลอมได้ แต่ของสิ่งนี้ถูกซ่อนไว้แน่นหนามาก แสดงว่ามันน่าจะเป็นของแท้ คงไม่มีใครรู้กลไกการเปิดที่ซับซ้อน จนมันถูกมองว่าเป็นของไร้ค่า ผ่านมือผู้คนมากมายจนมาถึงสถานีจัดการขยะ
อีกอย่าง กล่องไม้นี้ก็ดูมีอายุยาวนาน กล่องที่รักษาของข้างในไว้ได้อย่างดีหลายปีแบบนี้ ต้องทำจากไม้คุณภาพเยี่ยมแน่นอน เธอไม่อยากทำให้มันเสียหาย
คิดได้เช่นนั้น อันจิ่วเม่ยค่อย ๆ ปิดฝากล่อง ก่อนใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวไม้ออก
เธอตัดสินใจไม่บอกใคร แอบเก็บกล่องนี้ไว้ในพื้นที่เก็บของในมิติลับ ตั้งใจว่าจะเก็บไว้สักสองสามปีแล้วค่อยนำออกมาประมูล แน่นอนว่าเงินที่ได้คงไม่ใช่น้อย
เมื่อนึกถึงปลาคาร์ฟตัวน้อยในบ่อน้ำวิเศษ หัวใจของเธอก็อ่อนยวบลงทันที คิดว่าพวกมันคงเป็นตัวนำโชคให้เธอ