ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 12 ข้าวของใคร ใครก็หวง!
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 12 ข้าวของใคร ใครก็หวง!
บทที่ 12 ข้าวของใคร ใครก็หวง!
“เลิกพูดจาไร้สาระสักที! ฉันจะตีเธอให้ตายคามือ จิ่วเม่ย!” สิ้นเสียงตวาด เพ่ยอิงก็พุ่งเข้าใส่อันจิ่วเม่ยราวกับสัตว์ร้าย
เพ่ยอิงหมายจะกระชากผมของเด็กสาว แต่อันจิ่วเม่ยกลับหลบได้ทัน ทำให้เพ่ยอิงเสียหลักหน้าคะมำลงไปอย่างน่าอาย
อันจิ่วเม่ยรีบเข้าไปประคอง แต่ถูกเพ่ยอิงผลักออก “อย่ามาแตะตัวฉัน!”
“พอได้แล้ว! เพ่ยอิงอย่าก่อเรื่องวุ่นวาย!”ไป๋ชิงที่แอบฟังอยู่หลังประตูเดินออกมาห้าม เธอได้ยินทุกอย่าง ที่เธอเข้าใจคือเพ่ยอิงกำลังหาเรื่องอันจิ่วเม่ยอย่างไม่มีเหตุผล อันจิ่วเม่ยพูดขนาดนี้แล้ว มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แล้วจิ่วเม่ยจะไปเกี่ยวอะไรด้วย!
เพ่ยอิงหันไปเห็นภรรยาผู้นำหมู่บ้านก็รีบลุกขึ้นปัดฝุ่น ครอบครัวผู้นำหมู่บ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของเธอ เพ่ยอิงหวังว่าภรรยาผู้นำหมู่บ้านจะช่วยพูดให้ความเป็นธรรมกับเธอ
ถ้ามีผู้นำหมู่บ้านออกหน้าเรื่องของบ้านตระกูลหลี่อาจจะพลิกผันได้ ผู้ใหญ่ของฝั่งตระกูลหลี่อาจจะเลิกล้มความคิด
ทว่าเพ่ยอิงยังไม่ทันได้อ้าปากอันจิ่วเม่ยก็รีบวิ่งไปหลบหลังภรรยาผู้นำหมู่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ป้าไป๋ อย่าโกรธเลยค่ะ เพ่ยอิงไม่ได้ตั้งใจแค่เข้าใจผิดนิดหน่อย เดี๋ยวหนูคุยกับเธอเองค่ะ” ไป๋ชิงเห็นอันจิ่วเม่ยถูกรังแก แถมยังพูดแทนเพ่ยอิงยิ่งทำให้ไม่พอใจเพ่ยอิงมากขึ้น
ครอบครัวของเพ่ยอิงฐานะดี ทำให้เธอมีนิสัยเอาแต่ใจและมักสร้างความวุ่นวายเสมอ ตรงกันข้ามกับอันจิ่วเม่ย ที่มีภูมิฐานทางบ้านยากลำบาก แถมยังต้องเผชิญกับการรังแกจากแม่เลี้ยง
ชีวิตของอันจิ่วเม่ยจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอต้องทำหน้าที่ราวกับเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งทำงานในทุ่งนาเพื่อหาคะแนนแรงงาน แล้วยังต้องดูแลย่าที่บ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอีก
หลังจากที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ไป๋ชิงก็เอนเอียงอันจิ่วเม่ยเต็มที่
“จิ่วเม่ยเล่าให้ฟังหน่อยสิ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่” ไป๋ชิงถือถ้วยข้าวในมือ เอ่ยถามอย่างสงสัย ต้องการจะรู้ความจริง
อันจิ่วเม่ยแอบยิ้มในใจ หญิงสาวรีบพูด “เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ เรื่องแต่งงานของหนูกับหลี่เจียเฟิ่ง แม่เลี้ยงของหนูกับพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาเป็นคนคุยกัน คงเข้าใจผิดว่าหนูจะแต่งงานกับหลี่ถัง เธอเลยโกรธแล้วก็มาหาเรื่องหนู”
ไป๋ชิงหลังจากที่ได้ฟังอันจิ่วเม่ยเล่าเรื่องราว เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดตาม เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเพ่ยอิงต้องโกรธทั้ง ๆ ที่เข้าใจผิดว่าอันจิ่วเม่ยจะแต่งงานกับหลี่ถังล่ะ?
จากบทสนทนาเมื่อครู่ก็น่าจะเดาได้เพ่ยอิงต้องมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหลี่ถังแน่ ๆ ถึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
ไป๋ชิงมองเพ่ยอิงด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่าเพ่ยอิงจะมีรสนิยมแบบนี้ คนปกติดี ๆ ไม่ชอบ ดันไปชอบผู้ชายสติได้
หรือว่าเธอคิดว่าอันจิ่วเม่ยจะมาแย่งหลี่ถังไปจากเธองั้นเหรอ?
เพ่ยอิงเห็นอันจิ่วเม่ยพูดกลับดำเป็นขาว ความโกรธในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
“แกยังกล้าใส่ร้ายฉันอีก! วันนี้ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!” เพ่ยอิงไม่รอช้า พุ่งเข้าหาอันจิ่วเม่ยราวกับคนเสียสติ
อันจิ่วเม่ยหลบไปด้านหลังภรรยาผู้นำหมู่บ้านทันที ไป๋ชิงเองก็ไม่รอช้ารีบเอาร่างตนเองบังเด็กสาวไว้
เพล้ง!
ทว่าถ้วยข้าวในมือของไป๋ชิงกลับถูถเพ่ยอิงปัดตกจากมือ
“ไม่นะ! ข้าวฉัน!” ไป๋ชิงเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจ
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงความสำคัญของอาหารไม่อาจประเมินค่าได้ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเกิดภัยแล้ง ผู้คนล้มตายเป็นเบือจนถึงตอนนี้ทุกครัวเรือนยังคงให้ความสำคัญกับอาหารแม้แต่เด็ก ๆ ทำข้าวหกไม่กี่เม็ดก็ต้องเก็บมากิน แต่นี่ข้าวถ้วยใหญ่กลับถูกเททิ้งลงพื้น
ไป๋ชิงมองดูข้าวที่ตกลงแทบใจสลาย ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าใครจะผิดถูก
“เพ่ยอิง! ข้าวของฉัน เธอจะชดใช้ยังไง! นี่มันเท่ากับชีวิตคน ๆ หนึ่ง วันนี้เธอจะต้องชดใช้ให้ฉัน!”
ไป๋ชิงพุ่งเข้าหาเพ่ยอิงทันที อันจิ่วเม่ยแสร้งทำท่าทางจะเข้าไปห้าม แต่สุดท้ายไป๋ชิงก็ลากลูกสะใภ้สองคนรวมทั้งตัวเธอไปบ้านของเพ่ยอิงด้วยกัน
ดูเหมือนช่วงนี้โชคชะตากำลังเล่นตลกกับเพ่ยอิงเรื่องร้าย ๆ เธอมีโชคร้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เข้าหาเธอไม่หยุดหย่อนราวกับโดนพายุซัดเข้าใส่!
แม้จะพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดเต็มที่ แต่เมื่อใกล้ถึงบ้าน เธอก็ยอมแพ้ไม่ขัดขืนอีกพร้อมทั้งเจรจากับไป๋ชิง เพ่ยอิงขอร้องอ้อนวอนไม่ให้ไปสร้างความวุ่นวายที่บ้าน โดยสัญญาว่าจะชดใช้ความผิดทุกอย่าง
แต่ทว่าไป๋ชิงไม่สนใจคำพูดของเพ่ยอิง ยังคงลากเธอมาถึงหน้าบ้านอย่างไม่ใยดี
ณ บ้านตระกูลกวน
ซินอี้กับเจียงอิงลูกสะใภ้รองกำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหาร จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่ลานหน้าบ้าน เจียงอิงผู้ซึ้งคุ้นเคยกับวีรกรรมแสบของน้องสามีเป็นอย่างดี รีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความเคยชิน
เมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวสามี เธอกลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะตะโกนบอกแม่สามีด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
“แม่คะ ออกมาดูหน่อยเร็ว ดูเหมือนน้องเล็กจะก่อเรื่องอีกแล้ว!”
ซินอี้รู้สึกปวดหัวทุกครั้งที่ได้ยินชื่อลูกสาวคนเล็ก ปัญหาของบ้านตระกูลหลี่ที่ลูกสาวไปทำไว้เธอก็แทบจะนั่งไม่ติด
วันนี้เธอเลยให้ลูกสาวคนเล็กอยู่บ้านเพื่อทบทวนตัวเอง ไม่ได้เรียกไปทำงานที่ทุ่งด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่ประโยชน์เลย
ทันทีที่เธอกลับถึงบ้านอกจากจะไม่เห็นแม้แต่เงาของเพ่ยอิง อาหารเย็นก็ยังไม่มีวี่แววอีกต่างหาก แถมตอนนี้ยังมาก่อเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อนอีก
แม้จะรักและตามใจลูกสาวมากแค่ไหน แต่ความอดทนของเธอก็มีขีดจำกัด
ซินอี้แกะผ้ากันเปื้อนออกอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับไป๋ชิงและลูกสะใภ้สองคนของเธอที่กำลังลากตัวเพ่ยอิงเข้ามาในบ้าน
“พี่ไป๋…เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือจ๊ะ ถึงได้โมโหขนาดนี้” ซินอี้เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะรู้ดีว่าเรื่องคราวนี้คงไม่ดีแน่
‘ห้ามตีคนยิ้ม!’ ประโยคฮิตติดปากที่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซินอี้ได้แต่คิดในใจเมื่อเห็นภรรยาผู้นำบ้านยังคงทำหน้าบึ้งตึง แม้เพ่ยอิงจะพยายามยิ้มหวานฉ่ำให้ขนาดไหน
แต่ในที่สุดไป๋ชิงก็ยอมคลายมือที่บีบแขนเพ่ยอิงแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีไป
“ซินอี้ ฉันไม่อยากจะตำหนิเธอหรอกนะ”ไป๋ชิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นช่างขัดแย้งกับสีหน้าอย่างแรง
“แต่นี่ลูกสาวของเธอ ต่อให้เธอยุ่งแค่ไหนก็ควรสั่งสอนบ้าง นี่เล่นจะทำร้ายร่างกายฉัน! ถ้าไม่ใช่ว่าตระกูลเรามีความสัมพันธ์ดีต่อกันอยู่ล่ะก็ วันนี้คงได้เห็นดีกันแน่!”
ไป๋ชิงประณามลูกสาวบ้านตระกูลกวนอย่างเหลืออด ก่อนจะหันไปหาอันจิ่วเม่ยที่ยืนตัวลีบอยู่ด้านหลัง“จิ่วเม่ย เล่าไปสิว่าเกิดอะไรขึ้น”
อันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ก้มหน้าหลบสายตาอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เห็นว่าคนที่หลบอยู่หลังไป๋ชิงคืออันจิ่วเม่ย ใบหน้าของซินอี้ก็บึ้งตึงขึ้นทันที ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
เด็กคนนี้อีกแล้ว!
ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของอันจิ่วเม่ย ซินอี้ก็ยิ่งฉุน “นี่เธอ! ฉันแค่ถามไม่ได้จะกินหัวสักหน่อย! กลัวอะไรนักหนา รีบพูดมา!”
ดวงตาของอันจิ่วเม่ยเริ่มแดงก่ำ น้ำตาคลอหน่วย พยายามกลั้นน้ำตาไว้ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“พะ..เพ่ยอิงเข้าใจหนูผิด เลยไล่ตีหนูจนมาถึงหน้าบ้านผู้นำหมู่บ้าน” เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อย ๆ
“ป้าไป๋เลยพยายามปกป้อง ถ้วยข้าวที่ถืออยู่เลย… เลย…”
“เห็นไหม! เพ่ยอิงนี่เหลือเกินจริง ๆ ไล่ตีคนอื่นเขา แล้วยังทำข้าวฉันหกอีก ซินอี้เธอก็น่าจะรู้ดีว่ากว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดมันยากเย็นแค่ไหน! ฉันไม่เอาเรื่องข้าวก็แล้วกัน” ไป๋ชิงพูดแทรกขึ้นมาทันที
“แต่ที่เพ่ยอิงทำกับจิ่วเม่ยนี่มันเกินไป พรุ่งนี้เขาก็จะแต่งงานอยู่แล้วยังมาทำแบบนี้อีก เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเพ่ยอิงจะแย่งหลี่เจียเฟิ่งหรอก!” ไป๋ชิงพูดจบ ซินอี้ได้แต่อ้าปากค้าง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!