ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 15 ค่าสินเดิม
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 15 ค่าสินเดิม
บทที่ 15 ค่าสินเดิม
ทันใดนั้นเองชายร่างสูงใหญ่และมีสีหน้าดุดัน จ้องมองซื่อหงจนเธอกลัวจนพูดไม่ออก ส่วนอันตงหยางเดิมทีก็เป็นคนขี้ขลาดอยู่แล้ว ก็ได้แต่หลบหลังแม่เหมือนลูกไก่ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ
“เธอจะไปฟ้องเรื่องอะไร? ฉันอยู่ที่นี่แล้ว เธอจะฟ้องอะไรก็ว่ามา!” เสียงดังลั่นของชายคนนั้น ทำให้ซื่อหงหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
ชาวบ้านคนอื่น ๆ เห็นว่าอันจิ่วเม่ยลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตัวเองแล้ว จึงเริ่มกล้าที่จะแสดงตัว พวกเขาออกมายืนข้าง ๆ เธอ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พวกเราเห็นด้วย! จิ่วเม่ยเป็นหลานแท้ ๆ แต่กลับถูกปฏิบัติอย่างแย่มานานหลายปี บ้านหลังนี้ก็มีส่วนของเธอ เธอต้องมีสิทธิ์ดูแลคุณย่า! ถ้าเธอยังกล้าทำอะไรอีก พวกเราจะพากันไปแจ้งความที่เมือง!”
คำพูดของชาวบ้านทำให้อันจิ่วเม่ยรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ เธอไม่คิดเลยว่าจะมีคนคอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเธอมากมายขนาดนี้
“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ หนูสัญญาว่าจะเป็นคนดี และจะตอบแทนความหวังดีของทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ” เสียงของอันจิ่วเม่ยสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง ในที่สุดความยุติธรรมก็เริ่มปรากฏขึ้นแล้ว
หลังจากได้ยินคำพูดคมคายของอันจิ่วเม่ย ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
ชาวบ้านยังคงขู่ซื่อหงสองสามคำราวกับกลัวว่าเรื่องวุ่นวายจะยังไม่จบสิ้น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
คุณย่าอันยืนข้างหลานสาวตนอย่างห่วง ๆ มือของเธอจับไม้เท้าแน่นราวกับพร้อมจะฟาดฟันศัตรู
คุณย่าอันมองซื่อหงด้วยสายตาหวาดระแวงราวกับเสือจ้องเหยื่อ ใจของเธอคิดเพียงว่า ‘ถ้ายัยนี่กล้าแตะต้องหลานสาวของข้าแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะฟาดให้หลังแอ่นเลยคอยดู!’
หลังจากที่ชาวบ้านแยกย้ายกันไปแล้ว ซื่อหงก็จ้องอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาอาฆาต “นังเด็กนี่ กล้าดียังไงมาต่อกรกับฉัน! แกคิดว่า…”
เพียะ!
ยังไม่ทันที่ซื่อหงจะพูดจบประโยค ฝ่ามือของก็ประทับลงบนแก้มของเธออย่างจัง เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว ยิ่งกว่าตอนที่เธอตบอันตงหยางเสียอีก
ตอนนั้นมีคนเยอะอันจิ่วเม่ยเลยต้องยั้งมือไว้บ้าง แต่ตอนนี้เหลือแค่พวกเขา เธอจะไม่ปล่อยให้ซื่อหงลอยนวลไปง่าย ๆ “จำไว้ ซื่อหงอย่าหาเรื่องใส่ตัว ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับฉัน คราวหน้าฉันจะไม่ปราณีแบบนี้อีกแน่!”
อันตงหยางเห็นท่าไม่ดี รีบพุ่งตัวเข้ามาหวังจะช่วยแม่ แต่อันจิ่วเม่ยกลับไวกว่า เธอเตะตัดขาเขาจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ย่าอันเห็นดังนั้นก็ยิ่งกำไม้เท้าแน่น ใจเต้นระทึก เธอพร้อมจะเป็นองครักษ์พิทักษ์หลานสาวสุดที่รักตลอดเวลา
อันจิ่วเม่ยคว้าผมของซื่อหงไว้แน่น ก่อนจะตบหน้าเธออีกสองสามทีอย่างสาสม
“ฉันพูดอะไรไปจำไม่ได้หรือไง? คิดว่าฉันไม่กล้าทำจริง? ฉันรู้เห็นเรื่องสกปรกของลูกชายคุณดี อย่ามาท้าทายความอดทนของฉัน! ถ้าฉันโมโหขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะแจ้งผู้นำท้องถิ่นให้รู้เรื่องนี้แน่!”
“แก… แกพูดบ้าอะไร! นังเด็กปากเสีย….” ซื่อหงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น
เพียะ!
ฝ่ามือของฟาดลงบนใบหน้าของซื่อหงอย่างจัง เสียงดังเสียจนคนฟังอย่างย่าอันยังสะดุ้ง
“ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ!” ซื่อหงร้องโวยวาย
อันจิ่วเม่ยไม่สนใจหันไปจ้องหน้าอันตงหยางที่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของซื่อหง “ส่วนนายอันตงหยาง หายไปไหนมาตั้งหลายวัน คงไม่ใช่ว่าไปทำเรื่องไม่ดีมาหรอกนะ?”
อันจิ่วเม่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “หรือว่าหมดตัวแล้วถึงคลานกลับรัง?”
อันตงหยางนี่มันลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เขาถูกซื่อหงตามใจจนเสียคน โกหก หลอกลวง ขโมย แถมล่าสุดยังติดการพนันจนสมบัติที่ขโมยมาขายกินหมดเกลี้ยง พอเงินหมดก็ต้องกลับมาหาแม่ตัวเอง
ถ้าเธอจำไม่ผิดน่าจะเป็นรอบที่สามของเดือนแล้วนะที่อันตงหยางมาล้างผลาญเงินแม่ตัวเอง รอบที่แล้วซื่อหงควักเงินให้ตั้ง 30 หยวน แสดงว่าในมือซื่อหงต้องมีมากกว่าที่ให้เธอแน่ ๆ
พออันตงหยางโดนถามจี้ใจดำแบบนี้ก็ได้แต่นิ่งเงียบ ก้มหน้าหลบสายตาราวกับกำลังสำนึกผิด
ซื่อหงเห็นลูกชายสุดที่รักทำท่าทางแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หัวใจของคนเป็นแม่อย่างเธอกระตุกวูบ แต่แทนที่เธอจะโกรธที่ลูกชายทำเรื่องเลวร้าย กลับกลายเป็นโกรธที่อันจิ่วเม่ยมายุ่งเรื่องของเธอ
“แกมีสิทธิ์อะไรมายุ่ง!” ซื่อหงตวาดทันที
“ฉันได้จดทะเบียนสมรสกับหลี่เจียเฟิ่งแล้วนะ ตอนนี้ฉันก็เป็นภรรยาทหารเต็มตัว รู้ไหมว่าถ้าฉันไปแจ้งทางการว่าลูกชายสุดที่รักของคุณไปทำอะไรมา เขาจะโดนลงโทษหนักแค่ไหน?”
คำพูดของอันจิ่วเม่ยเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางใจซื่อหง ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา ลูกชายคือแก้วตาดวงใจ หากต้องรับโทษเพราะเรื่องนี้ เธอคงขาดใจตายแน่!
“แกต้องการอะไรกันแน่!” ซื่อหงร้อนตัวแล้วเอ่ยถามทันที
อันจิ่วเม่ยยิ้มมุมปาก ปล่อยมือแม่เลี้ยงสุดแสบอย่างไม่ใยดี พร้อมปัดฝุ่นที่มือราวกับเพิ่งสัมผัสอะไรสกปรก “ง่ายจะตาย แค่ทำตามข้อตกลงสามข้อนี้”
“หนึ่ง! ห้ามรังแกคุณย่า ไม่ว่าฉันจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ตาม” เธอชี้หน้าซื่อหง “สอง! ห้ามย่างกรายเข้าห้องฉันแม้แต่ก้าวเดียว”
ซื่อหงกับลูกชายได้แต่เบิกตากว้าง นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“และสาม! พรุ่งนี้ฉันแต่งงาน เธอในฐานะแม่เลี้ยงก็ต้องเตรียมสินเดิมให้ฉัน 60 หยวนถ้วน ไม่งั้นลูกชายสุดที่รักของเธอเตรียมตัวนอนคุกได้เลย!”
“ห้ะ! อะไรนะ!?” แม่ลูกร้องออกมาพร้อมกัน 60 หยวนเนี่ยนะ? บ้านนี้ไม่ได้ปลูกต้นเงินไว้หลังบ้านสักหน่อย!
อันจิ่วเม่ยไม่สนใจ เสียงเย็นเฉียบดังก้อง “ฉันพูดครั้งเดียว พรุ่งนี้เช้าก่อนพิธีแต่งงานเริ่ม เอาสินเดิมมาให้ฉัน ไม่งั้นก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาได้เลย”
อันจิ่วเม่ยพูดจบก็พยุงคุณย่ากลับห้อง ตรวจดูร่างกายอย่างละเอียดด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าตอนที่เธอไม่อยู่อาจจะโดนอันตงหยางทำร้ายเข้า
“ยายไม่เป็นไรจ้ะ”คุณย่าอันเอ่ยปลอบ น้ำเสียงอ่อนโยน “แต่หลานน่ะสิ เจ็บมือไหม?” สายตาของยายมองไปที่มือเล็ก ๆ ของหลานสาวด้วยความสงสาร
ใครจะทนเห็นคนที่ตัวเองรักถูกตบหน้าได้ลงคอ ยิ่งเป็นมือเล็ก ๆ บอบบางแบบนี้ ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่
อันจิ่วเม่ยหลุดขำ “ฮิฮิ คุณย่าคะ เป็นหนูต่างหากที่ตีเขา ไม่ใช่เขาตีหนู ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูไม่เป็นอะไรสักนิด หนูมีหลักฐานเด็ดที่แม่ลูกคู่นั้นทำเรื่องไม่ดีไว้เพียบ รับรองว่าพวกนั้นไม่กล้ามารังแกพวกเราอีกแน่!”
อันจิ่วเม่ยยื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่รื้นอยู่ที่หางตาของย่าอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมให้คนแก่สบายใจ
“ตอนนี้พวกเรามีลุงป้าน้าอาในหมู่บ้านคอยช่วยเหลือ รับรองว่าอยู่ที่นี่อย่างสบายใจหายห่วงแน่นอนค่ะ หนูไปคุยกับผู้นำหมู่บ้านมาแล้ว ซื่อหงทำอะไรเราไม่ได้หรอกค่ะ”
ย่าอันพยักหน้าอย่างพอใจ “ดีแล้ว ๆ หลานย่ามีวิธีจัดการได้ ย่าก็สบายใจ” พูดจบ หญิงชราก็คว้ามืออันจิ่วเม่ยให้นั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปใต้หมอนใบโปรด
จากนั้นก็หยิบห่อผ้าเล็ก ๆ ออกมา เธอค่อย ๆ แกะผ้าที่หุ้มออกทีละชั้น เผยให้เห็นกำไลเงินโบราณวงสวยซ่อนอยู่ภายใน ย่าอันหยิบมันขึ้นมาแล้ววางใส่มืออันจิ่วเม่ยอย่างรวดเร็ว
“ย่ามันคนแก่ไร้ความสามารถ ตอนหลานแต่งงานก็ช่วยอะไรไม่ได้ กำไลวงนี้ย่าเก็บไว้นานแล้ว เอาไปเป็นสินเดิมนะ จะได้ไม่อายใครเวลาเข้าบ้านสามี” คุณย่าอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะคุณย่า!” อันจิ่วเม่ยซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ จึงไม่ปฏิเสธ รับกำไลมาสวมที่ข้อมืออย่างทะนุถนอม
อันจิ่วเม่ยใส่กำไรอแล้วชูให้ย่าดู“คุณย่า ดูสิสวยไหมคะ?”
“ฮ่า ๆ สวยสิ หลานย่าใส่อะไรก็สวย” คุณย่าอันเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
Pchaya
ตกลงก้อนทองเองไหมหรือว่าเป็นก้อนอะไร