ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 22 วาทะศิลป์สะใภ้สาม
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 22 วาทะศิลป์สะใภ้สาม
บทที่ 22 วาทะศิลป์สะใภ้สาม
“พ่อ อย่ายอมเด็ดขาดนะ! แล้วต่อไปเราจะอยู่กันยังไง!”
เสียงร้องอย่างตื่นตระหนกดังขึ้นจากคู่สามีภรรยาบ้านคนโตราวกับฟ้าผ่าลงกลางบ้าน อวี้หลันสะใภ้รองตะกูลหลี่ก็อ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ถูกหลี่ฉีหมิ่นสามีของตนคว้าแขนไว้ทัน
ชิวหรงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอรู้ดีว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้ เพราะอะไรก็ตามที่หลี่เจียเฟิ่งต้องการ เขาก็มักจะได้เสมอ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ต้องฉวยโอกาสนี้เรียกร้องผลประโยชน์เพิ่ม ไม่งั้นชีวิตต่อจากนี้คงจะลำบากเอาการ
หลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวของพวกเขาพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากหลี่เจียเฟิ่งมาโดยตลอด ส่วน หลี่ฉีหมิ่นก็รับจ้างทำงานไม้เป็นรายได้เสริม
ทำให้พวกเขากลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน การจะเปลี่ยนจากชีวิตสุขสบายมาสู่ความยากลำบากนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องวางแผนให้รอบคอบ
เมื่อหลี่เฉินฟู่เห็นลูกชายคนที่สามของตนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “เดือนละหกหยวนน่ะน้อยไป ต้อง 15 หยวน ฉันกับแม่ของแก คนละ 15 หยวน”
คำพูดนั้นทำเอาทุกคนในงานสูดปากเฮือก! คนละ 15 หยวน? นั่นหมายความว่าเดือนหนึ่งก็ 30 หยวนแล้ว! ทั้ง ๆ ที่คนงานทั่วไปเดี๋ยวนี้ยังได้แค่ 25 หยวนต่อเดือน แต่คู่สามีภรรยาแก่นี่กลับเรียกร้องถึง 30 หยวนเลย ช่างโหดร้ายจริง ๆ
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลี่เจียเฟิ่ง อย่างลุ้นระทึก คาดว่าเขาจะต้องปฏิเสธแน่ ๆ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะตอบรับอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
“ได้” หลี่เจียเฟิ่งตอบรับทันที
ได้งั้นเหรอ?!
ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างอีกครั้ง ให้ตายเถอะ หลี่เจียเฟิ่งตกลงเร็วขนาดนี้ เงินเดือนของเขาต้องมากขนาดไหนกันนะ?
ตระกูลหลี่ต่างยิ้มกริ่มออกมา 30 หยวนนี่มันเงินก้อนโตเชียวนะ! ไม่เพียงแต่ไม่กระทบกระเพื่อมชีวิตความเป็นอยู่ แถมยังมากกว่า 20 หยวน ที่เพิ่งได้รับไปก่อนหน้านี้เสียอีก
หลี่เจียเฟิ่งกวาดตามองทุกคนในครอบครัวแวบหนึ่ง ก่อนจะประกาศกร้าว “ผมจะให้พ่อแม่คนละ 15 หยวน แต่พี่ชายคนโตและคนรองก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายคนละ 15 เหมือนกัน ลูกชายทั้งสามคนในบ้านต้องแบ่งหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุเท่า ๆ กัน ผมจ่ายเท่าไหร่ พวกเขาก็ต้องจ่ายเท่านั้น!”
“อะไรนะ!? ทำไมต้องเป็นแบบนั้นด้วย!” ลี่เฟยกระโดดพรวดออกมาตะโกนลั่น ไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป
“เจียเฟิ่ง นายนี่มันเก่งจริง ๆ เลยนะ! ตัวเองจะแยกครอบครัวแล้วทำไมต้องมาลากพวกเราเข้าไปด้วย? นายเป็นทหารมีเงินเดือน แต่พวกเราอยู่บ้านทำนากินแร้งกินกา จะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?”
“นายนี่มันพูดง่ายจริง ๆ! ฉันบอกให้นะ ตราบใดที่พวกเรายังไม่แยกครอบครัว การดูแลผู้สูงอายุก็ต้องมีส่วนของพวกเราด้วย นายไม่อยู่บ้านตลอด พ่อแม่ก็พวกเราที่ดูแล นายควรจะให้เงินพวกเราต่างหาก!”
อวี้หลันสะบัดมือออกจากสามีตนเอง แล้วพูดเสริมลี่เฟยทันที
“ใช่แล้วน้องสาม นายมีความสามารถ หาเงินได้มากมาย แต่ก็ต้องคำนึงถึงพวกเราด้วยสิ พี่ชายคนรองของนายไม่เก่งเท่านาย ปกติก็แค่ช่วยทำเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก ๆ ให้คนในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติพี่น้องกัน แทบไม่ได้เก็บเงินเลย หนึ่งเดือนจะมีเงินสักกี่หยวนกันเชียว? นายพูดแบบนี้มันใจร้ายกับพวกเรามากเลยนะ!”
อันจิ่วเม่ยที่มองดูอยู่ข้าง ๆ เห็นผู้หญิงสองคนกระโดดออกมาแล้ว ถ้าเธอไม่ออกมาบ้าง ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไรนักเธอจึงกระโดดเข้าร่วมวงด้วย
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เห็นใจพวกพี่นะคะ นี่ก็เพราะพ่อเป็นคนเสนอข้อเรียกร้องมาไม่ใช่เหรอ? ตอนแรกพวกเราบอกว่าหกหยวนก็สมเหตุสมผลแล้ว แต่พ่อไม่ยอม ไม่เกี่ยวกับหลี่เจียเฟิ่งสักหน่อย”
อันจิ่วเม่ยพูดพลางจงใจชำเลืองไปทางหลี่เฉินฟู่แวบหนึ่ง ความหมายที่แฝงอยู่นั้นชัดเจน
หลี่เฉินฟู่ที่ถูกเสียดสี จึงพูดเสียงเย็นเยียบ “ฉันพูดอยู่ เธอมายุ่งอะไรด้วย? นี่มันที่ที่แกจะพูดได้งั้นเหรอ?”
อันจิ่วเม่ยสะดุ้ง หยาดน้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอ ดวงตาคู่งาม “ตะ แต่เมื่อกี้พี่สะใภ้คนโตกับพี่สะใภ้คนรองเป็นคนพูดนะคะ ฉันก็แค่ทนไม่ได้ที่เห็นพี่เจียเฟิ่งถูกรังแก…”
คำพูดยังไม่ทันจบ น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำตก
เมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยถูกรังแก บรรดาผู้ชายตัวโตอย่างเฟยหมิงและบรรดาเพื่อนหลี่เจียเฟิ่ง ต่างรู้สึกว่าพ่อของหลี่เจียเฟิ่ง โหดร้าย ไร้เมตตา
ลูกสะใภ้ที่เพิ่งจะแต่งเข้าบ้าน ยังถูกรังแกขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่แยกครอบครัว ต่อไปคงได้ถูกรังแกจนตายแน่ ๆ
หลี่เจียเฟิ่งที่รู้ทันว่าภรรยาว่ากำลังแสดงละคร ในใจก็อดขำไม่ได้ แต่ก็ยังปกป้องเธอไว้ข้างหลัง
หลี่เจียเฟิ่งหันไปพูดกับพ่อตัวเองว่า “พ่อครับ อย่าพูดเรื่องอื่นเลย ผมให้ได้แค่เดือนละหกหยวน ถ้าจะเพิ่มอีก ก็ต้องขอให้พี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองทำเหมือนผมด้วย ในบ้านมีลูกชายตั้งสามคน ไม่มีเหตุผลที่จะให้ผมเป็นคนเดียวที่เลี้ยงดูพ่อแม่”
ต้าหวังรีบเดินเอ่ยสนับสนุนทันที “ใช่ครับ ไม่ควรจะให้เจียเฟิ่งทำคนเดียว”
“แก!”หลี่เฉินฟู่อ้าปากค้าง พูดไม่ออกชั่วขณะ
ลี่เฟยพยายามส่งสัญญาณให้ชิวหรงที่ยืนอยู่ไม่ไกล แต่เธอก็นิ่งเฉยไม่พูดอะไร จนลี่เฟยต้องออกโรงเอง “หกก็หก แต่นายต้องสัญญาว่าจะดูแลหลี่ถังในอนาคต นายเป็นอาของเขา มีหน้าที่ต้องดูแลเขาตลอดชีวิต!”
“…!?” อันจิ่วเม่ยได้แต่กุมขมับ นังบ้านี่ ช่างกล้าพูดจริง ๆ!
ทว่าอันจิ่วเม่ยยังไม่ทันพูดอะไร คนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็วิจารณ์กันเซ็งแซ่
“โห ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่รู้จักอาย มีที่ไหนให้น้องสามีช่วยเลี้ยงลูกตัวเอง?”
“นั่นสิ นี่มันหน้าด้านสุด ๆ ไปเลย!” เสียงของชาวบ้านเริ่มดังขึ้น
อันจิ่วเม่ยร้องอุทานพร้อมกับทำตาโต ก่อนจะหันไปถาม หลี่เจียเฟิ่ง ด้วยสีหน้าซื่อ ๆ
“คุณแน่ใจ…หรือว่าหลี่ถังเป็นลูกของคุณกับพี่สะใภ้ใหญ่จริง ๆ ?”
“…” หลี่เจียเฟิ่งนิ่งอึ่งไปชั่วขณะ ผู้หญิงคนก็ช่างคิดอะไรประหลาด ๆ พิลึกคนจริง ๆ
“เธอนี่พูดจาเหลวไหลอะไรกัน! ระวังฉันจะตบปากนังเด็กปากมากอย่างเธอ!” ลี่เฟยตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าหา
แต่ต้าหวังรีบเข้ามาขวางไว้ทัน พร้อมกับเตือนเสียงเข้มแกมขู่
“นี่ ๆ อย่าขยับนะ! ถ้าเผลอโดนผมเข้า นั่นเท่ากับทำร้ายเจ้าหน้าที่เชียวนะครับ… โทษหนักเลยนะ!”
พอได้ยินแบบนั้นลี่เฟยที่กำลังจะฝ่าเข้าไปก็ชะงักกึกและสงบลงทันที
เมื่อเห็นลี่เฟยถูกจับไว้ อันจิ่วเม่ยก็ยิ่งฮึกเหิม พูดต่อไปว่า “ในเมื่อหลี่ถัง ไม่ใช่ลูกของหลี่เจียเฟิ่ง แล้วเขามีสิทธิ์อะไรไปเลี้ยงลูกคนอื่น? พี่ชายพี่สะใภ้ใหญ่ พวกคุณยังแข็งแรงดี ไม่ควรจะแค่ออกลูกแล้วไม่เลี้ยงนะคะ!”
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ คุณไม่รู้หรอกว่า หลี่เจียเฟิ่งเป็นทหาร อันตรายแค่ไหน เงินที่ส่งกลับบ้านทุกเดือนล้วนแลกมาด้วยชีวิตของเขานะ…”
อันจิ่วเม่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพูดต่อ “เฮ้อ…ช่างเถอะค่ะ พูดไปพี่ก็คงไม่เข้าใจหรอก ใครบ้างจะไม่เป็นห่วงสามีของตัวเองล่ะ ก็เหมือนพี่สะใภ้ที่เป็นห่วงพี่ชายใหญ่ ไม่อยากให้พี่ชายใหญ่ต้องเลี้ยงลูกของตัวเอง ฉันก็เป็นห่วงสามีของฉันที่ต้องช่วยคนอื่นเลี้ยงลูกเหมือนกันค่ะ! หวังว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะเข้าใจบ้างนะคะ”
ทุกคนพากันอ้าปากค้าง… พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าอันจิ่วเม่ยจะพูดเก่งขนาดนี้!
ทว่าตอนี้มีเพียงหลี่เจียเฟิ่งเท่านั้นที่แอบยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ… ความรู้สึกของการได้รับการปกป้องจากใครสักคน มันอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ
ในสุดหลี่เจียเฟิ่งก็ตัดสินใจแน่วแน่ แม้จะต้องเผชิญกับเสียงครหาหรือคำประนามจากใครหน้าไหน เขาก็จะไม่สนใจอีกต่อไป
“ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น คืนนี้ผมจะย้ายไปอยู่บ้านอันจิ่วเม่ยเลย” หลี่เจียเฟิ่งประกาศเสียงดังฟังชัด
Pchaya
ผัวเมียคู่นี้ ผัวร้องเมียรับ เข้ากันเป็นปีเป็นขลุ่ย 5555