ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 5 เจอเพื่อนรักที่ร้านสหกรณ์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 5 เจอเพื่อนรักที่ร้านสหกรณ์
บทที่ 5 เจอเพื่อนรักที่ร้านสหกรณ์
อันจิ่วเม่ยถูกพาตัวมาที่ร้านสหกรณ์ที่เป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุดพลางบ่นในใจ หลี่เจียเฟิ่งจะใจร้ายเกินไปแล้ว พาเธอมาร้านสหกรณ์แบบนี้ เธอจะซื้ออะไรได้ล่ะ
หลี่เจียเฟิ่งไม่สนใจท่าทางหงอยของอันจิ่วเม่ย เขาจอดจักรยานแล้วควักเงินและคูปองทั้งหมดในกระเป๋าส่งให้เธอ
“เอาไปใช้” หลี่เจียเฟิ่งเอ่ย เสียงเรียบ
อันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอเป็นคนบีบบังคับเขามาแต่งงาน แถมเมื่อคืนยังคุยโวไว้ว่าเธอจะหาเลี้ยงตัวเองแต่ตอนนี้หลี่เจียเฟิ่งกลับให้เงินเธอ
ใบหน้าของอันจิ่วเม่บยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งด่าในใจเมื่อครู่กลายเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดภายในพริบตา!
อันจิ่วเม่ยยังคงมองใบหน้าหล่อเหลาของหลี่เจียวเฟิ่งที่ราวกับเป็นชายในฝันที่หลุดออกมาการกระทำเล็ก ๆ น้อยของหลี่เจียเฟิ่งแต่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอโชคดีจริง ๆ ที่ได้แต่งงานกับเขา
ในเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว หลี่เจียเฟิ่งให้เธอใช้เงินของเขา ต่อไปเธอก็จะดูแลเขาให้ดีที่สุด เมื่อเธอหาเงินได้ เธอก็จะให้เขาใช้ด้วยเช่นกัน นี่สิถึงเรียกว่าครอบครัว
อันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าการจะเปลี่ยนชะตากรรมตัวประกอบหญิงสาวผู้น่าสงสารนี้ได้ เธอจะต้องเกาะหลี่เจียเฟิ่งให้่แน่น ห้ามปล่อยให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาย
หลังจากที่อันจิ่วเม่ยมีทั้งเงินและคูปองอยู่ในมือ เธอไม่รีรอที่จะพาหลี่เจียเฟิ่งเข้าร้านขายข้าวสาร ซื้อทั้งข้าวสาร เครื่องปรุง น้ำตาลทรายแดงและลูกอมผลไม้ตักไม่อั้น
รวมแล้วเธอใช้เงินหมดแปดหยวน ถ้าไม่ติดว่าเธอจะต้องแบกกลับยังไงเธอคงจะซื้อมากกว่านี้
เมื่ออันจิ่วเม่ยซื้อของกินเรียบร้อย ทางระหว่างกลับไปที่รถจักรยานหลี่เจียเฟิ่งก็พาอันจิ่วเม่ยแวะโซนขายเสื้อผ้าก่อน
“เธอเลือกเสื้อผ้าสักสองสามชุดสิ นาน ๆ ทีจะได้ออกมาข้างนอก” เมื่อคืนหลี่เจียเฟิ่งสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของอันจิ่วเม่ย ทั้งบางและขาด เขาเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้
แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำเพื่อผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่ในเมื่อเขาตกลงแล้วก็ต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เจียเฟิ่ง อันจิ่วเม่ยก็อดไม่ได้ที่จะแอบอมยิ้มด้วยความพึงพอใจ
อันจิ่วเม่ยเลือกเสื้อผ้าสีน้ำเงินสองชุดสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน สีเรียบ ๆ แต่ดูดีเข้ากับบุคลิกของเธอ และชุดนอนลายดอกไม้น่ารักอีกหนึ่งชุด
ในยุคนี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเป็นสีทึม ๆ อย่างสีน้ำเงิน เทา และดำ เธอจึงไม่ต้องคิดมากนัก เธอจ่ายไปอีก 14 หยวน
สรุปวันนี้เธอใช้เงินไปทั้งหมด 22 หยวน นี่มันเยอะกว่าค่าตัวเธอที่ซื่อหงขายเธอ ตัวเธอช่างมีค่าเท่ากับของไม่กี่ชิ้นจริง ๆ
หลี่เจียเฟิ่งยื่นเงินกับคู่ปองให้อันจิ่วเม่ยอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะแอบใจหายเล็กน้อยเพราะเงินจำนวนนี้แทบจะเท่ากับเงินคนงานทั่วไป แต่ในเมื่อเขาเต็มใจจะให้เธอก็ยินดีที่จะรับ
วันนี้เป็นวันที่เธอได้เป็นภรรยาของสามีสุดจอมเผด็จการแต่กลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ยื่นเงินให้ หรือการอาสาแบกข้าวสารแป้งให้ มันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวในหัวใจอย่างประหลาด
‘เขาดีกับเราขนาดนี้ เราจะต้องดีกับเขาเหมือนกัน’ อันจิ่วเม่ยคิดในใจ
ในขณะที่กำลังจะเดินตามหลี่เจียเฟิ่งออกไป จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งคว้าแขนเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหวานที่เรียกชื่อเธอ
“จิ่วเม่ย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
อันจิ่วเม่ยหันไปตามเสียงเรียก พลันดวงตาคู่งามก็เย็นชาขึ้นมาทันที อันจิ่วเม่ยจ้องมองหญิงสาวที่คว้าข้อมือเธอ
หญิงสาวตรงหน้าคือ ‘เพ่ยอิง’ เป็นเพื่อนของอันจิ่วเม่ย เบื้องหลังรอยยิ้มและแววตาที่ใสซื่อนั้นกลับแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความริษยา
“เพ่ยอิงมีอะไร?” อันจิ่วเม่ยถามเสียงเรียบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ร่องรอยของความยินดีที่ได้เจอเธอ
คำถามเรียบ ๆ นั้นกลับทำให้เพ่ยอิงชะงักไปชั่วขณะ นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เธอคุ้นเคย จิ่วเม่ยที่เธอรู้จักมักจะดีใจเสมอเมื่อได้เจอเธอ แต่ตอนนี้…ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา
“จิ่วเม่ย เธอใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย เมื่อกี้ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่” เพ่ยอิงปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม พยายามกลบเกลื่อนความประหลาดใจ
“มาซื้อของ” อันจิ่วเม่ยตอบสั้น ๆ ความทรงจำของร่างเดิมและเนื้อเรื่องในนิยายที่เธออ่านผุดขึ้นมา ภาพความเจ้าเล่ห์เพทุบายของเพ่ยอิงฉายชัดในหัว
แม้แต่เรื่องที่เธอถูกขายให้เป็นภรรยาตาแก่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้!
“นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่สินะ? จะซื้ออะไรเหรอ? ทำไมถึงจะกลับไปมือเปล่าล่ะ? หรือว่า…เงินไม่พอ? ไม่ต้องห่วง ฉันให้ยืมได้นะ”
ทุกคำพูดของเพ่ยอิงแฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม สายตาที่มองอันจิ่วเม่ยราวกับมองสิ่งโสโครก
อันจิ่วเม่ยแสยะยิ้มมุมปาก “ไม่ต้องลำบากหรอก… ฉันมากับสามี ซื้อของเสร็จสามีเอาออกไปแล้ว” หญิงสาวพูดเสียงเย็น
เดิมทีเหตุการณ์นี้มีอยู่ในนิยายตามเนื้อเรื่องแล้ว อันจิ่วเม่ยร่างเดิมกำลังโดนเพ่ยอิงเพื่อนสาวจอมแสบ แซะอยู่กลางร้านสหกรณ์
เพ่ยอิงทีฐานะทางบ้านดีจัดได้ว่าเป็นลูกคุณหนู เมื่อเห็นว่าอันจิ่วเม่ยไม่ค่อยได้มาเดินเล่นแถวนี้ เลยคิดว่าจะมาดูเฉย ๆ ส่วนตัวเธอเองไม่ได้อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากจะประจานให้อันจิ่วเม่ยขายหน้าเท่านั้น
“สามี? คนสติไม่ดีแบบนั่นจะช่วยเธอได้ยังไง?”
เพ่ยอิงรู้มาว่าเมื่อวานอันจิ่วเม่ยเกือบจะถูกขายไปแต่งงานกับคนปัญญาอ่อน เลยแสร้งเอ่ยถามเสียงดังกลางร้านสหกรณ์
“พูดจาเหลวไหลจริง ๆ ฉันเห็นกับตาว่าสามีเธอเป็นทหาร ไม่ใช่ชายปัญญาอ่อนอย่างที่เธอพูดมาซะหน่อย” เพ่ยอิงหน้าเสียเมื่อได้ยินป้าข้าง ๆ ตำหนิ
หญิงวัยกลางคนมองเพ่ยอิงด้วยสายตาไม่พอใจ ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เธอเห็นกับตาว่าสามีของอันจิ่วเม่ยเป็นทหารหนุ่มรูปงาม ไม่ใช่คนปัญญาอ่อนอย่างที่เพ่ยอิงกล่าวหา
‘เด็กคนนี้นิสัยแย่จริง ๆ แสร้งทำเป็นห่วงใยเพื่อน แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับเอาเพื่อนมาประจานให้ขายขี้หน้า’ หญิงวัยกลางคนคิดในใจ
หลังจากคำพูดของหญิงวัยกลางคน ทำให้อันจิ่วเม่ยหน้าซีดเผือด
เพ่ยอิงเห็นเข้าก็ยิ้มเยาะในใจ เธอรู้ดีว่าที่ป้าคนนั้นพูดมาไม่ใช่เรื่องจริง เพราะทั้งหมู่บ้านมีหลี่เจียเฟิ่งเพียงคนเดียวที่เป็นทหาร! แถมเขายังหายตัวไปหลายปี ไม่มีแม้แต่จดหมายติดต่อกลับมา
เธอมั่นใจว่าอันจิ่วเม่ยต้องอายที่แต่งงานกับผู้ชายสติไม่ดี เลยกุเรื่องขึ้นมาโกหกชาวบ้านแน่ ๆ งานนี้เธอต้องแฉให้ทุกคนได้รู้!
เพ่ยอิงยิ้มเยาะในใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อันจิ่วเม่ยก็รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า “คุณป้าค่ะ เพ่ยอิง เข้าใจผิดแล้ว…แต่วันนี้หนูกับสามีเพิ่งจดทะเบียนกัน เชิญคุณป้าชิมลูกอมมงคลหน่อยนะคะ”
พูดจบก็ยื่นลูกอมผลไม้ที่เตรียมไว้ให้หญิงวัยกลางคนทันที หญิงสาวเห็นเป็นของกินก็ยิ้มแก้มปริ รับไว้ทันที “งั้นขอรับความเป็นสิริมงคลหน่อยเถอะ ขอให้หนุ่มสาวครองรักกันนาน ๆ นะจ๊ะ”
อันจิ่วเม่ยยิ้มหวาน ยัดลูกอมใส่มือเพ่ยอิงอีกเม็ด “เพ่ยอิง ฉันมีธุระต้องไปก่อน ไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันใหม่”
พูดจบก็รีบขอตัว ทิ้งให้เพ่ยอิงยืนอึ้งอยู่คนเดียว อันจิ่วเม่ยคุยนานจนเกือบลืมไปว่ามีหนุ่มหล่อในชุดทหารรออยู่
อันจิ่วเม่ยหันกลับมาหาหลี่เจียเฟิ่งที่ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยจนเดาไม่ออกว่ารอนานจนรำคาญหรือเปล่า
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ” อันจิ่วเม่ยเอ่ย แอบลอบมองสีหน้าหลี่เจียเฟิ่งอย่างหวั่น ๆ
“ไม่เป็นไร” หลี่เจียเฟิ่งเพียงตอบสั้น ๆ แต่ก็ทำให้อันจิ่วเม่ยโล่งอก
Pchaya
เพื่อนรัก ที่ไม่ได้รัก