ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 6 พาสามีป้ายแดงเข้าบ้าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 6 พาสามีป้ายแดงเข้าบ้าน
บทที่ 6 พาสามีป้ายแดงเข้าบ้าน
เพ่ยอิงเดินตามมาติด ๆ หวังจะจับผิดสามีของอันจิ่วเม่ย แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มในชุดทหารที่อันจิ่วเม่ยยืนคุยด้วยคือ หลี่เจียเฟิ่ง!
‘เขากลับมาแล้วงั้นหรอ?’ ดวงตาคมกริบของเพ่ยอิงจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยความหลงใหลและแฝงไปด้วยความรู้สึกอื่น ๆ อีกมากมาย
อันจิ่วเม่ยกำลังจะขึ้นซ้อนท้ายจักรยานสายตาก็ดันไปเห็นว่าเบาะหลังมีข้าวสาร แป้ง น้ำตาล วางอยู่เต็มไปหมดสงสัยหลี่เจียเฟิ่งคงโดนที่บ้านใช้ให้มาซื้อของแน่ ๆ
เพ่ยอิงที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มในใจคิดว่า ‘หึ! เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ที่ทั้งสองคนจะมาด้วยกัน’
อันจิ่วเม่ยไม่สนใจเพ่ยอิงที่ยืนจ้องเธออยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เธอสนใจแต่ข้าวของบนเบาะ ก่อนจะพูดกับหลี่เจียเฟิ่งด้วยสีหน้าลำบากใจ “เบาะหลังนั่งไม่ได้แล้ว งั้นคุณกลับไปก่อนได้เถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเดิน…”
อันจิ่วเม่ยที่ยังพูดไม่จบก็โดนมือหนา ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งสอดเข้าใต้รักแร้หญิงสาว ก่อนจะยกเธอขึ้นวางบนคานจักรยานด้านหน้าอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นลูกแมวตัวเล็ก ๆ
“จับให้ดี ไปกันเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ แขนแกร่งโอบรอบตัวเธอไว้หลวม ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง ปกป้องเธอจากการตกหล่น
อันจิ่วเม่ย“…”
เพ่ยอิงเบิกตาโพลงมองทั้งอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเธอเผลอตะโกนขึ้นมา “หยุดนะ!”
หลี่เจียเฟิ่งไม่แม้แต่จะหันไปมองเพ่ยอิง เขาเพียงแต่ปั่นจักรยานเคลื่อนตัวออกไป อันจิ่วเม่ยที่เพิ่งได้สติก็รับรู้ถถึงกลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากร่างกายของหลี่เจียเฟิ่งที่ลอยแตะจมูก สร้างความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
การกระทำแปลก ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งทำให้อันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแต่ทว่าสีหน้าของหลี่เจียเฟิ่งยังคงเรียบเฉย ดวงตาจ้องตรงไปข้างหน้าราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ
‘หรือว่าเขาไม่ได้คิดอะไร?แค่หาวิธีพาเธอกลับเฉย ๆ ‘
อันจิ่วเม่ยขมวดคิ้ว แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยรีบละสายตากลับมาอย่างเขินอาย ก่อนจะค่อย ๆ โอบเอวของเขาไว้หลวม ๆ อย่างระมัดระวัง
เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองจะไม่ตกลงไป อันจิ่วเม่ยก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย ปล่อยใจให้ลอยไปกับสายลมเย็น ๆ อันจิ่วเม่ยชำเลืองมองเพ่ยอิงที่ตัวเล็กลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในที่สุด
ไม่นานมุมปากหญิงสาวก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี…
…
เพ่ยอิงมองตามรถจักรยานที่แล่นออกไปด้วยความหงุดหงิด อันจิ่วเม่ยนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ
แถมอันจิ่วเม่ยยังกล้าหันมายิ้มเยาะเย้ยเธออีก! นี่มันหมายความว่ายังไง ท้าทายกันเหรอ?
เพ่ยอิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห จนลืมเรื่องที่ตั้งใจจะไปสหกรณ์ในตอนแรกไปเสียสนิท แต่ตอนนี้เรื่องทื่สำคัญกว่านั้นคือต้องไปเปิดโปงความร้ายกาจของอันจั่วเม่ยให้ตระกูลหลี่รับรู้!
“ฉันไม่ปล่อยให้คนบ้านตระกูลหลี่ถูกหลอกอีกต่อไปแน่! คอยดูเถอะ ฉันจะแฉเรื่องที่หล่อนแอบอ้างหลี่เจียเฟิ่งเป็นคนรักให้ทุกคนรู้”
ฝ่ายอันจิ่วเม่ยที่เห็นท่าทางของเพ่ยอิงก็รีบหุบยิ้มทันที แสร้งทำเป็นหวากกลัว ก่อนจะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของหลี่เจียเฟิ่งอย่างกับลูกแมวน้อย
แต่หารู้ไม่ว่าการเสแสร้งทั้งหมดของหญิงสาวมันไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของหลี่เจียเฟิ่งไปได้ เขามองการแสดงละครฉากใหญ่ด้วยความบันเทิง ‘เด็กคนนี้ เปลี่ยนสีหน้าได้ไวเหมือนพลิกฝ่ามือจริง ๆ ’
พอหลี่เจียเฟิ่งกลับมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านที่คุ้นเคยกับหนุ่มทหารถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเพราะนอกจากหลี่เจียเฟิ่งจะปรากฎตัวกะทันหันแล้วยังมีสาวสวยมาด้วยอีก
“นั่น อันจิ่วเม่ยไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมากับเจ้าสามได้ล่ะ?” อาสองที่ญาติห่าง ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย
หลี่เจียเฟิ่งจอดรถจักรยานที่หน้าบ้านอาสองก่อนจะยิ้มกว้างและคำนับอาสอง
“อาสองครับ นี่ภรรยาผมเอง เราเพิ่งจดทะเบียนกันที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงที่บ้าน อย่าลืมมาดื่มฉลองด้วยกันนะครับ”
อันจิ่วเม่ยไม่รอช้า รีบหยิบลูกอมในกระเป๋าแบ่งให้อาสองพร้อมกับฉีกยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะอาสอง นี่ลูกอมมงคลค่ะ”
แม้ว่าชีวิตของอันจิ่วเม่ยจะลำบากแต่ความน่ารักสดใสของอันจิ่วเม่ยก็ทำให้อาสองถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหลานชายสุดแสบอย่างหลี่เจียเฟิ่งจะหาภรรยาสวยขนาดนี้ได้
“โอ้โห เจ้าสามแกแต่งงานแล้วเหรอเนี่ย! ฉันนึกว่าหลานชายฉันจะขึ้นคานซะแล้ว อยู่แต่ในค่ายทหารไม่เห็นกลับบ้านเลย!” อาสองรับลูกอมพลางเอ่ยปากแซว
“ดี ๆ ดีใจด้วยนะ แต่งงานแล้วก็ช่วยเหลือกัน หาเงินสร้างครอบครัว อนาคตต้องสดใสแน่ ๆ ” อาสองยังคงเอ่ยปากแซวต่อ
“ขอบคุณครับ อาสอง”หลี่เจียเฟิ่งโค้งคำนับพร้อมยิ้มรับคำอวยพร
“ขอบคุณค่ะ อาสอง” อันจิ่วเม่ยพูดเสริมทันที
เมื่อทั้งสองกลับมาพร้อมกับของฝากมากมายสร้างความปลาบปลื้มให้กับทุกคนในหมู่บ้าน
โดยเฉพาะซื่อหงผู้เป็นแม่เลี้ยงที่ตอนแรกบ่นอุบเรื่องเงินหาย แต่พออันจิ่วเม่ยกลับมาพร้อมข้าวของเต็มไม้เต็มมือก็ยิ้มแก้มปริทันที
ระหว่างทางกลับบ้านอันจิ่วเม่ยได้พบปะกับชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดีกับการจดทะเบียนสมรสของเธอ ความน่ารักสดใสของเธอ ทำให้มีเด็ก ๆ มารุมล้อมขอขนม
อันจิ่วเม่ยแจกลูกอมให้เด็ก ๆ จนพวกเขาเรียกเธอว่า ‘อาสะใภ้สาม’ งานนี้ทำเอาสาวเจ้าแอบสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู
ทางด้านหลี่เจียเฟิ่งหนุ่มผู้ร่วมทางก็ได้แต่ยืนมองการรับมือกับเหล่าตัวจิ๋วที่รุมล้อมอันจิ่วเม่ยด้วยความรู้สึกแปลกใจปนเอ็นดู ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางกลับบ้านของอันจิ่วเม่ยพร้อมกัน
แต่ความวุ่นวายก็ยังไม่จบแค่นั้น เมื่ออันจิ่วเม่ยเจ้าสาวป้ายแดงกลับมาถึงบ้านพร้อมกับถุงข้าวสาร ถุงน้ำตาล และของใช้มากมาย
“โอ้โห ซื้อมาซะเยอะแยะ! เจ้าหญิงสิ้นเปลืองแบบนี้ระวังบ้านใหญ่จะกลายเป็นกระท่อมน้อยนะ” ซื่อหงเอ่ยเสียงแขวะ พลางทำท่าจะหยิบของไปเก็บ
แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสโดน อันจิ่วเม่ยก็ตีมือแม่เลี้ยงฉาดใหญ่ “นี่ของฉัน! อย่ามายุ่ง ถ้ากล้าแตะอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็หันไปบอกหลี่เจีบเฟิ่งให้ช่วยขนของเข้าห้อง ซื่อหงเห็นแล้วถึงกับปรี๊ดแตก “นี่จะไม่ให้ฉันกับลูกชายกินเลยรึไงยะ!”
อันจิ่วเม่ยแสยะยิ้มมุมปาก “ใช่! แล้วมันจะทำไม ต่อไปนี้ฉันกับย่าจะแยกกินกับเธอ ส่วนเธอก็ไปกินกับลูกชายสิ อย่ามายุ่งกัน! ฉันกับหลี่เจียเฟิ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว ถ้ายังกล้ามาขโมยของฉันอีก ระวังจะโดนตีจนตาย!”
พูดจบอันจิ่วเม่ยก็หยิบสมุดทะเบียนสมรสออกมา
ซื่อหงได้แต่กัดฟันกรอด “หึ! แต่งงานกันแบบนี้ ชีวิตคู่ของแกอยู่ได้ไม่นานหรอกเดี๋ยวหลี่เจียเฟิ่งก็ต้องหย่ากับแก!”
ดวงตาอันจิ่วเม่ยเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว “ระวังปากจะพาซวย ยุคนี้ใครเขาให้ปากพล่อยเรื่องหย่ากัน!” พูดจบเธอก็หมุนตัวเข้าห้องตัวเองอย่างไว
ภายในห้องหลี่เจียเฟิ่งจัดข้าวของให้เธอเสร็จเรียแถมยังเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกต่างหาก
“เอ่อ ขอบคุณค่ะ…” อันจิ่วเม่ยเกาหัวแก้เขิน นึกถึงตอนตัวเองตะโกนเสียงดังใส่ซื่อหงเมื่อกี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่เลี้ยง เพราะยังไงคืนที่เกิดเหตุการณ์เขาก็อยู่ด้วยอยู่แล้ว
“ไม่เป็นไร” หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจที่เด็กสาวตรงหน้าเขามีนิสัยแตกต่างจากเด็กสาวที่เขาเคยรู้จักก็เถอะ…
หลี่เจียเฟิ่งเลิกสนใจเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองห้องเล็ก ๆ ที่มีแค่เตียงไม้กับกองของรกรุงรัง ดูท่าจะเป็นห้องเก็บของมาก่อน ชายหนุ่มพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสรุปในใจว่า ห้องนี้ต้องหาของมาเพิ่มอีกเยอะ
Pchaya
ต้องแยกบ้านแล้วแหละห้องมันแคบแยกบ้านจะได้สร้างบ้านใหม่