ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 8 สงครามแม่เพื่อนกับแม่สามี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 8 สงครามแม่เพื่อนกับแม่สามี
บทที่ 8 สงครามแม่เพื่อนกับแม่สามี
ซื่อหงที่ตั้งใจจะมากินข้าวก็พยายามจะเอาใจหลี่เจียเฟิ่ง แถมยังพูดจาวาร้ายอันจิ่วเม่ยสารพัด เธอบอกว่าเรื่องที่อันจิ่วเม่ยบังคับเขาแต่งงานเธอจะบอกความจริงให้คนทั้งหมู่บ้านได้รับรู้ เธอจะทวงความยุติธรรมคืนให้เขาเอง
อันจิ่วเม่ยยังไม่ทันได้โต้ตอบ หลี่เจียเฟิ่งทีก็พูดเพียงคำสั้น ๆ ว่า ‘ก็ลองดู’ ด้วยน้ำเสียงดุดันจนแม่เลี้ยงของอันจิ่วเม่ยถึงกับหน้าเสีย ก่อนจะผละจากไป
อันจิ่วเม่ยกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ ก็ถูกหลี่เฟิ่งเอ่ยขัด “หยิบตะเกียบมากินข้าวเถอะ”
แหม… ถึงจะหน้าตายไปหน่อยแต่ช่างเป็นสามีที่ดีแห่งชาติจริง ๆ
อันจิ่วเม่ยไม่รอช้าเธอรีบจัดการตักข้าวเสร็จสรรพ ก่อนจะประคองคุณย่ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน
คุณย่าแม้จะถือชามข้าวในมือ แต่กลับไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเอาแต่จ้องมองหลี่เจียเฟิ่งด้วยแววตาพิจารณา
หลี่เจียเฟิ่งสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องจึงวางตะเกียบ รอฟังสิ่งที่คุณย่าจะเอ่ย
“เด็กดี ย่าได้ยินว่าเธอช่วยหลานสาวของย่าไว้ ย่าขอบคุณมากนะ” คุณย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
สิ้นคำพูดรีบวางชามข้าวลงพร้อมกับประสานมือคำขอบคุณหลี่เจียเฟิ่งอย่างจริงใจ
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอจะไม่ชอบใจที่เขาพาหลานสาวไปแต่งงานกะทันหัน แต่ตอนนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าหากไม่มีเขา หลานสาวของเธอคงตกอยู่ในอันตราย
“เจียเฟิ่ง หลานสาวของย่ามีชีวิตที่อาภัพนัก แม่แท้ ๆ ก็จากไปตั้งแต่เด็ก แถมยังมาเจอแม่เลี้ยงใจร้าย ต้องทำงานหนักตั้งแต่ยังเล็ก”
คุณย่าเล่าต่อ “แต่ไม่ต้องห่วง หลานสาวของย่าเป็นเด็กดีเธอจะไม่มีวันทรยศแน่นอน ย่าไม่ขออะไรมาก ช่วยดูแลเธอให้ดี อย่าให้ใครมารังแกเธออีก”
หลี่เจียเฟิ่งนั่งฟังอย่างตั้งใจ รับรู้ถึงความหวังดีที่คุณย่ามีต่อหลานสาว
อันจิ่วเม่ยแอบมองหญิงชราด้วยสายตาซาบซึ้ง รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปาก นี่คือผู้หญิงคนเดียวที่รักและหวังดีกับเธออย่างแท้จริง
ขณะที่หลี่เจียเฟิ่งกำลังจะเอ่ยปากเห็นด้วยกับคุณย่า เสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินก็ดังขึ้นจากนอกบ้าน เด็กหนุ่มข้างบ้านโผล่พรวดเข้ามาพร้อมสีหน้าร้อนรน
“อาสาม ๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว รีบกลับบ้านเถอะครับ!”
บรรยากาศแห่งความสงบสุขถูกทำลายลงในพริบตา ข่าวฉาวโฉ่ที่ไม่คาดคิดก็โผล่ขึ้นมา เมื่อเพ่ยอิงบุกไปถึงบ้านตระกูลหลี่ ประกาศกร้าวว่าตัวเองเป็นคู่รักของหลี่เจียเฟิ่ง พวกเขาทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น เพ่ยอิงยังพูดอีกว่าอันจิ่วเม่ยว่าได้โดนขายให้ไปแต่งงานกับหลี่ถัง ลูกชายคนโตตระกูลหลี่แล้วแต่กลับเอาหลี่เจียเฟิ่งมาแอบอ้าง
แต่ชาวบ้านบางคนที่เห็นหลี่เจียเฟิ่งกลับมาบ้านพร้อมกับอันจิ่วเม่ย และทั้งคู่ยังแสดงออกถึงความสนิทสนมของทั้งลสอง จึงออกมาโต้แย้งคำพูดของเพ่ยอิง ทำให้หญิงสาวหน้าเสีย
“พวกคุณพูดเหลวไหล! อันจิ่วเม่ยอับอายที่ได้แต่งกับชายสติไม่ดี เลยกุเรื่องขึ้นมา ใช่พี่เจียเฟิ่งมาบังหน้าต่างหาก! ” เพ่ยอิงยังคงยืนยันคำเดิม
ทันใดนั้น เสียงตวาดดังลั่น หยุดทุกการกระทำของผู้คนในบริเวณนั้น
“พวกปากสุนัข! กล้าดียังไงมาทำลายชื่อเสียงบ้านฉัน!”
ทุกสายตาจับจ้องไปยังต้นเสียง ปรากฏร่างของชิวหรงแม่ของหลี่เจียเฟิ่ง เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าดุดัน
เพ่ยอิงเห็นผู้มาใหม่ ก็หน้าซีดเผือด “คะ…คุณป้าหลี่”
“นังเด็กบ้า! เธอกล้าดียังไงมาใส่ร้ายตระกูลฉัน! แล้วเธอมาเป็นคู่รักลูกชายฉันตั้งแต่เมื่อไหร่!” ชิวหรงตอกกลับอย่างเฉียบขาด
“หนู…หนูพูดจริงนะคะ! ก็อันจิ่วเม่ยถูกขาย… ”
เพียะ!
เพ่ยอิงยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ฝ่ามือของชิวหรงก็ฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรง
“หุบปากเน่า ๆ ของเธอซะ!” ชิวหรงตวาดลั่น ดวงตาแข็งกร้าว
ปกติใคร ๆ ก็รู้ว่าชิงหรงเป็นคนอารมณ์ร้ายบวกกับตอนนี้มาได้ยินเรื่องเสีย ๆ หาย ๆของตระกูลตัวเองอีก ยิ่งทำให้เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์โมโหของตัวเองได้
เพ่ยอิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างคุณหนู ไม่เคยถูกใครทำร้ายร่างกายมาก่อน ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วใบหน้า จนร้องไห้โฮก่อนจะวิ่งหนีออกไปด้วยความอับอาย จากนั้นไม่นานแม่ของเพ่ยอิงก็ตามมาอาละวาดที่บ้านตระกูลหลี่ทันที
…
หลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งได้ฟังเรื่องราวจากเด็กหนุ่มข้างบ้าน เขาก็รีบไปเคลียร์สถานการณ์ อันจิ่วเม่ยได้ยินว่ามีเรื่องวุ่นวายก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เลยขอตามไปดูด้วยอีกคน
ก่อนไปอันจิ่วเม่ยไม่ลืมจะเดินไปเตือนซื่อหงไม่ให้รังแกคุณย่า ระหว่างทางอันจิ่วเม่ยก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจากหลี่เจียเฟิ่ง แถมยังแอบคิดหนักเรื่องแม่ของหลี่เจียเฟิ่งที่อยู่ ๆ ก็เธอก็เป็นแม่สามีสุดโหดซะงั้น
เมื่อหลี่เฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยมาถึงก็ได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้นที่หน้าบ้านเมื่อหญิงวัยกลางคนสองกำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด
“ชิวหรง! ลูกสาวฉันอุตส่าห์หวังดีมาบอกความจริง แต่เธอกลับลงไม้ลงมือกับลูกฉันอย่างนี้ มันร้ายกาจเกินไปแล้ว!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ
“หวังดีอะไรกัน! เอาเรื่องบ้านฉันไปพูดใส่ร้ายป้ายสีแบบนั้น เรียกว่าหวังดีตรงไหน!” ชิวหรงโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้
หลี่เจียเฟิ่งยืนนิ่งด้วยสีหน้าสงบ เขาคุ้นชินกับอารมณ์ร้อนของแม่เป็นอย่างดี เขาหันมากระซิบกับคนข้าง ๆ “อยู่ข้างหลังฉัน ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น”
“ชิวหรง!” แม่ของเพ่ยอิง พุ่งเข้าใส่ชิวหรง ทั้งคู่ผลัก ตบ ดึงผมกันอย่างชุลมุน เสียงกรีดร้อง ด่าทอ ดังระงมไปทั่วบริเวณ
อันจิ่วเม่ยมองดูสงคราม ‘แม่สามี’ ปะทะ ‘แม่เพื่อน’ ที่กำลังตะลุมบอนกัน ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในใจคิด ‘แม่สามีโหดแบบนี้ ฉันจะอยู่รอดหรือเปล่านะ’
ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังขึ้น ‘เจียเฟิ่ง มาแล้ว ๆ ’
จากนั้นทุกคนก็หยุดการกระทำทั้งหมดสิ้น หันไปมองตามเสียง เห็นหลี่เจียเฟิ่งกำลังเดินเข้าฝ่ากลุ่มคนเข้ามา ส่วนอันจิ่วเม่ยรีบหลบไปด้านหลังของหลี่เจียเฟิ่ง แสร้งทำท่าทางหวาดกลัว ราวกับหญิงสาวที่ถูกจับได้ว่าแอบคบชู้
ชิวหรงมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ พลางนึกในใจ ‘หึ ตอนนี้แกล้งทำเป็นขี้ขลาด แต่คืนที่ป้อนยาลูกชายฉัน ไม่เห็นจะกลัวจะอะไรเลยนะ’
ไม่นานนัก เพ่ยอิงก็วิ่งตามมาสมทบ ใบหน้ายังคงแดงก่ำจากแรงตบเมื่อครู่ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ในเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว ก็ให้พวกเขาพูดกันเองเถอะ! ว่าลูกสาวฉันพูดผิด หรือมีใครจงใจหลอกลวงกันแน่!” แม่ของเพ่ยอิงประกาศกร้าว
เพ่ยอิงก้าวออกมาแล้วเอ่ยกับอันจิ่วเม่ยทันที
“จิ่วเม่ย ฉันขอโทษ…ฉันรู้ว่าเธอคงไม่พอใจที่ต้องแต่งงานกับหลี่ถัง แต่ไม่คิดว่าครอบครัวของเธอจะไปพูดกับคนอื่นแบบนี้”
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ อันจิ่วเม่ยเลือกที่จะนิ่งเงียบ ในขณะที่หลี่เจียเฟิ่งตัดสินใจจบเรื่องด้วยการหยิบใบทะเบียนสมรสออกมาให้ทุกคนดู เพื่อพิสูจน์ความจริง
ชาวบ้านทุกคนต่างรอดูว่าความจริงจะเป็นอย่างไร และใครกันแน่ที่โกหก!
หลี่เจียเฟิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีหัวใจเย็นชาเหมือนน้ำแข็งแต่ทว่าเขากลับหยิบ ‘สมุดทะเบียนสมรส’ ออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน!
เพ่ยอิงถึงกับหน้าซีดเผือดจนลืมร้องไห้ไปชั่วขณะ เพราะเจ้าสาวสมุดทะเบียนสมรสไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอันจิ่วเม่ย!
“ไม่จริงใช่มั้ย?! นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เพ่ยอิงได้แต่ร้องถามด้วยความสับสน ก่อนหน้านี้เธอแอบได้ยินการจับคู่อันจิ่วเม่ยกับหลี่ถัง แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นหลี่เจียเฟิ่งไปได้ล่ะ!
“หรือว่า… พวกคุณกำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่! พี่เจียเฟิ่งแค่สงสารอันจิ่วเม่ยเลยยอมจดทะเบียนสมรสหลอก ๆ ใช่มั้ยล่ะ? ความจริงแล้ว เธอก็ยังต้องแต่งงานหลี่ถังอยู่ดี!”
จบคำบรรยากาศรอบข้างก็เงียบกริบ ทุกคนต่างอ้าปากค้างกับความคิดสุดล้ำของเพ่ยอิง
ฝ่ายอันจิ่วเม่ยที่โดนกล่าวหาเต็ม ๆ ถึงกับปวดหัวกับตรรกะพิสดารนี้ แม้หลี่เจียเฟิ่งจะส่งสายตาบอกให้ปล่อยผ่าน แต่อยู่เฉย ๆ ปล่อยให้คนอื่นมาทำลายชื่อเสียงแบบนี้ก็ไม่ไหว!
Pchaya
เพ่ยอิง เธอบ้าไปแล้ว