ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 9 แผนซ้อนแผน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 9 แผนซ้อนแผน
บทที่ 9 แผนซ้อนแผน
ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ อันจิ่วเม่ยเลยจึงงัดสกิลนักแสดงขั้นเทพ เธอแอบหยิกขาตัวเองเบา ๆ เพียงไม่นานน้ำตาก็คลอดวงตาคู่งาม หญิงสาวบีบเสียงสั่นเครือพร้อมเอ่ยขึ้นว่า
“ฮือ ๆ พะ… เพ่ยอิงพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฉันเสียใจนะ!”
ท่าทางที่น่าสงสารของอันจิ่วเม่ยทำเอาทุกคนต่างมองเพ่ยอิงเป็นตาเดียว ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังใบหน้าใสซื่อ จะแฝงไปด้วยความร้ายกาจขนาดนี้!
“เพ่ยอิง เธอก็เห็นแล้วว่าฉันจดทะเบียนสมรสกับหลี่เจียเฟิ่ง ดังนั้นหลี่ถังก็คือหลานฉัน เธอคิดเรื่องผิดศีลธรรมแบบนั้นได้ยังไงกัน?” อันจิ่วเม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่ ราวกับถูกเพื่อนรักหักหลังอย่างรุนแรง
“เธอใส่ร้ายฉันแบบนี้ จะให้ฉันต้องตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือไง?” อันจิ่วเม่ยยังคงพูดต่อด้วยเสียงสั่นเครือ
ภาพหญิงสาวผู้บอบบาง ถูกเพื่อนรักใส่ร้าย ทำให้คนรอบข้างพากันสงสาร ต่างคิดว่าเพ่ยอิงคงมีแผนร้ายแอบแฝง
หลี่เจียเฟิ่งที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบงัน ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ขณะที่ทุกคนกำลังปลอบใจอันจิ่วเม่ย เงาร่างหนึ่งก็วิ่งออกมาจากในบ้าน
“ภรรยาจ๋า! ภรรยาสุดที่รักของผม!” เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังกึกก้องไปทั่วลานบ้าน สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลี่ถังด้วยความไม่อยากเชื่อ ให้ตายสิ! ชายคนนี้กล้าเอ่ยถ้อยคำน่าอายอย่าง ‘ภรรยาจ๋า’ ต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่สะทกสะท้านได้ยังไงกันน่ะ!
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เป้าหมายของเสียงเรียกนั้น… อันจิ่วเม่ย? หรือว่าจะเป็นอย่างที่เพ่ยอิงพูดจริง ๆ ว่าหลี่เจียเฟิงกำลังเล่นละครตบตาชาวบ้าน?
แต่มันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?
ฝั่งชิวหรงเห็นท่าไม่ดี รีบคิดหาทางออก คงเป็นเพราะลี่เฟยไม่พอใจอะไรบางอย่าง ถึงได้ยุยงส่งเสริมให้หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้เป็นแน่
ไม่ได้การ! ถ้าปล่อยให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้ ชื่อเสียงของตระกูลหลี่ได้ป่นปี้แน่ ๆ ยิ่งช่วงนี้ลูกชายของเธอกำลังอยู่ในช่วงชิงดีชิงเด่น หวังจะไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น จะปล่อยให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่ในเวลาแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
ตัดสินใจได้ดังนั้น ชิวหรงจึงรีบสาวเท้ากะจะไปขวางทางหลานชาย หวังให้เขาสะดุดล้มหัวคะมำไปเสียก่อน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า หลานชายตัวดีของเธอไม่ได้เดินมาตามทางที่เธอคิดไว้ กลับเลือกที่จะเดินอ้อมผู้คนไปอย่างไม่สนใจไยดี
และแล้ว ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนตาค้างหลี่ถังกลับพุ่งเข้าไปกอดเพ่ยอิงแน่น ราวกับลิงติดแม่!
“ภรรยาจ๋า! ภรรยาจ๋า! ในที่สุดเธอก็มาเยี่ยมฉัน พาฉันไปเที่ยวหน่อยสิ!”
เพ่ยอิงแทบลมจับ เธอคิดว่าหลี่ถังจะพุ่งเข้าหาอันจิ่วเม่ย เธอไม่นึกเลยว่าจะเป็นตนเองที่โดนลูกหลงเสียเอง เพ่ยอิงพยายามดิ้นหนีสุดชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะโดนกอดรัดแน่นจนขยับไปไหนไม่ได้
ฝั่งอันจิ่วเม่ยยืนมองเหตุการณ์ด้วยแววตาเฉยชา เธอจำได้ว่าในนิยายที่เคยอ่าน หลังจากที่หลี่ถังหายเป็นปกติเขาก็ได้เสียกับเพ่ยอิงซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เสียด้วย
ตอนอ่านนิยาย เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทั้งคู่ไปลงเอยกันได้อย่างไร นิยายไม่ได้ลงรายละเอียดเพียงแต่เน้นย้ำว่าตอนที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันนั้นได้ใช้เงินของอันจิ่วเม่ยไปไม่น้อย
แต่ตอนนี้เธอได้รู้ความจริงแล้วว่า ทั้งคู่แอบลักลอบพบกันก่อนที่เธอจะกลายเป็นภรรยาของหลี่ถังเสียอีก
เวลานี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่คู่รัก… ที่กอดรัดกันอย่างไม่แยแสสายตาชาวบ้าน
แม้แต่ผู้สูงอายุบางคนยังทนดูไม่ได้ ต่อให้หลี่ถังจะเป็นคนสติไม่ดี แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว การแสดงความรักโจ่งแจ้งขนาดนี้ มันช่างน่าอับอายจริง ๆ
กลับกัน ฝั่งเพ่ยอิงได้แต่ร้องไห้อยู่ในใจ ทำไมกัน… ทำไมอันจิ่วเม่ยถึงได้แต่งงานกับทหารหน้าตาดี ในขณะที่เธอต้องมาโดนไอ้โง่นี่กอดรัดต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้!
ก่อนหน้านี้เมื่อเพ่ยอิงได้รู้ว่าแม่เลี้ยงของอันจิ่วเม่ยและแม่ของหลี่ถังคิดจะจับคู่อันจิ่วเม่ยกับหลี่ถัง เธอกลัวว่าหลี่ถังจะให้เสียเรื่อง
เธอจึงแอบไปหาเขาสองสามครั้ง คอยสอนให้เขาเรียกอันจิ่วเม่ยว่าภรรยาและให้กอดอันจิ่วเม่ยบ่อย ๆ เธอถึงกับยอมเสียสละให้เขากอดตนเองไปหลายครั้ง
ทว่าหลี่ถังกลับเป็นหนุ่มสมองทึบจริง ๆ ทำเรื่องโง่เง่าจนแผนการพังครืน เพ่ยอิงได้แต่กัดฟันกรอด หวังว่าหากเขาทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้กับอันจิ่วเม่ยบ่อย ๆ ชาวบ้านจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นฝีมือของหญิงสาวที่สอนสั่งให้หลี่ถังทำเรื่องน่าอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียงไปโดยปริยาย
แต่ทำไม… ทำไมวันนี้มันถึงไม่เป็นตามแผนที่เธอวางไว้ล่ะ ทำไมกลับมาทำลายชื่อเสียงของเธอแทน! เป็นเพราะเธอสอนเขาไม่ดีพออย่างนั้นเหรอ?
“โอ๊ย ทนดูไม่ได้แล้ว รีบแยกทั้งคู่ออกไปที!” เสียงของใครบางคนตะโกนขึ้น ทำให้ทุกคนได้สติ รีบกรูกันเข้าไปแยกหลี่ถังออกจากเพ่ยอิง
หลี่ถังไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องมาพรากเขาจากภรรยา เขานั่งร้องไห้อยู่กับพื้นทันที “ฮือ ๆ แม่ครับ! พวกเขารังแกผม! ผมอยากได้ภรรยาคืน”
ลี่เฟยที่ยืนดูเหตุการณ์มาตลอด แอบยิ้มสะใจอยู่ในใจยิ่งเห็นพวกเขาเดือดร้อน สมน้ำหน้า ใครให้หลี่เจียเฟิ่งมันหน้าไม่อายแย่งคนที่จะเป็นภรรยาของลูกชายเธอไป!
ต่อให้เพ่ยอิงจะเดือดร้อน เธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร อย่างน้อยเธอก็เป็นถึงลูกสาวของเลขาธิการหมู่บ้าน มีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกันแล้ว ก็ดีกว่าอันจิ่วเม่ยที่เป็นแค่เด็กบ้านนอกจน ๆ อยู่หลายขุม
“พวกคุณทำอะไรกัน! หลี่ถัง ลูกฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ปล่อยลูกฉันเดี๋ยวนี้!” เมื่อคิดได้ดังนั้นลี่เฟยก็รีบพุ่งตัวเข้าไปปกป้องลูกชายสุดที่รัก พร้อมกับโวยวายเสียงดังลั่น
หลี่ถังรู้สึกน้อยใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องพรากเขาจากภรรยาสุดที่รักด้วย เขาได้แต่มองเพ่ยอิงด้วยแววตาตัดพ้อ
‘วันนี้ภรรยาของเขาดูแปลกๆ ไม่น่ารักเหมือนทุกที’ หลี่ถังคิดในใจ
ส่วนเพ่ยอิงอยากจะมุดแผ่นดินหนี ทำไมเธอต้องมาโดนไอ้โง่นี่เรียกว่าภรรยาต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้! ต่อไปนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
ทันใดนั้น เสียงใส ๆ ของอันจิ่วเม่ยก็ดังขึ้น “ฉันเข้าใจแล้ว เพ่ยอิงเธอกับหลี่ถังแอบคบกันอยู่ใช่ไหม เธอเลยเสียใจที่เห็นฉันจะแต่งงานกับเขา ใจเย็น ๆ นะ ฉันในฐานะป้าจะไม่ขัดขวางความรักของพวกเธอหรอก”
พูดจบ เธอก็หันไปทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย “ไหน ๆ วันนี้ผู้ใหญ่ก็อยู่กันพร้อมหน้าขนาดนี้แล้ว งั้นเรามาจัดงานแต่งงานให้กับพวกเขาทั้งคู่เลยดีกว่า ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวดีไหมคะ?”
คำพูดของอันจิ่วเม่ยทำให้ลู่เฟยและชิวหร’ตาเป็นประกายทันที
“ตกลง! เรื่องแบบนี้ครอบครัวของเราไม่เคยหลบเลี่ยงอยู่แล้ว ฉันจะรีบไปเชิญแม่สื่อมาจัดการให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องให้เด็ก ๆ มาแสดงความรักอันน่าอับอายต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้อีก” ชิวหงรีบพูดเสริมทันที
อันจิ่วเม่ยแอบยิ้มมุมปาก แม่สามีของเธอนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ เล่นบทนี้ได้เนียนมาก!
“ไม่เอา! ฉันไม่แต่ง!” เสียงของเพ่ยอิงดังขึ้น เธอรีบหันไปหาแม่ด้วยแววตาเว้าวอน
แม่เพ่ยอิงโมโหจนตัวสั่น เมื่อได้ยินความหน้าด้านของชิวหรง “ยัยแก่หน้าไม่อาย! ลูกสาวฉันเป็นเด็กดีจะต้องมีสามีดี ๆ ไม่แต่งอยู่แล้ว! แกสอนลูกหลานยังไง ถึงได้หน้าด้านหน้าทนมาทำแบบนี้!”
พูดจบ เธอก็พุ่งเข้าไปหาเรื่องชิวหรงต่อทันที
ลี่เฟยเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปปกป้องแม่สามีตัวเอง แล้วโต้กลับ “ใครหน้าด้านกว่ากันยะ! ใครใช้ให้ลูกสาวแกมายุ่งกับลูกชายฉันก่อน ถ้าลูกสาวแกไม่มายุุ่งกับลูกชายฉัน ลูกชายฉันจะเรียกเธอว่าภรรยาเหรอ!?”
“ถุย! ใครมันจะไปยุ่งกับลูกชายโง่ ๆ ของแก! ลูกสาวฉันเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นแน่ ๆ”
“หน๊อย ลูกใครโง่กว่ากันยะ! วันนี้ฉันจะตบแกให้หายโง่เลย!”
เสียงทะเลาะวิวาทดังลั่นไปทั่ว ทุกคนได้แต่ยืนมองด้วยความตกตะลึง ไม่รู้จะเข้าไปห้ามยังไง
อันจิ่วเม่ยไม่สนใจสงครามน้ำลายของผู้ใหญ่ เธอหันไปชวนหลี่เจียเฟิ่งกลับบ้าน
“หลี่เจียเฟิ่ง กลับบ้านกันเถอะค่ะ” บ้านตระกูลหลี่หลังนี้ช่างวุ่นวายจริง ๆกลับไปตั้งหลักที่บ้านของเธอก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีคุณย่ารอต้อนรับอยู่