ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 80 ขึ้นบ้านใหม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 80 ขึ้นบ้านใหม่
บทที่ 80 ขึ้นบ้านใหม่
แขกที่ได้รับเชิญจะมากินอาหารเย็นเท่านั้น ตอนเช้าพวกเธอจึงช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ แล้วรับประทานอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ พอถึงตอนเที่ยงว่าง ๆ ก็ไปเรียนรู้วิธีสานตะกร้าไม้ไผ่กับสูตรการทำหน่อไม้ดองจากย่าอันอย่างสนุกสนาน
ส่วนหลี่เจียเฟิ่งออกไปบนเขาแต่เช้าตรู่ คราวนี้ไม่ใช่ไปล่าสัตว์ แต่ไปตัดไม้ เพราะหลี่ฉีหมิ่นทำตู้และโต๊ะให้เขา หลี่เจียเฟิ่งจึงคิดจะช่วยตัดไม้เก็บไว้ให้ เผื่อมีคนมาขอให้ทำเฟอร์นิเจอร์ในอนาคต จะได้ไม่ต้องขึ้นเขาไปตัดไม้อีก
นี่แหละคือวิธีที่พี่น้องควรปฏิบัติต่อกัน อันจิ่วเม่ยเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอจึงเตรียมอาหารและน้ำให้เขา แล้วบอกแค่ว่าให้กลับมากินข้าวเย็นแต่หัวค่ำ ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
ประมาณบ่ายสาม หลี่เจียเฟิ่งก็กลับมา เขาลากไม้ที่ตัดไปส่งที่บ้านเก่าให้หลี่ฉีหมิ่นแล้วเดินมือเปล่ากลับบ้าน
ตอนนั้นอันจิ่วเม่ยกับสาวน้อยทั้งสามกำลังทำอาหารกันอย่างคึกคัก หลี่เจียเฟิ่งจึงไปอาบน้ำชำระร่างกายในห้องน้ำ
ทุกครั้งที่เขาเข้าห้องน้ำ ก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งในการออกแบบของอันจิ่วเม่ย หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบรุดออกไปยังปากทางเข้าหมู่บ้าน รอคอยต้อนรับอันจิ่วเม่ยอย่างกระตือรือร้น
บ้านของหลี่เจียเฟิ่งจัดงานใหญ่โตจนชาวบ้านอิจฉาตาร้อน แหม่! สร้างบ้านเองยังไม่พอ ยังต้องเลี้ยงข้าวคนทั้งหมู่บ้านอีก ช่างรักการอวดจริง ๆ เชียว!
แต่ก็โชคดีที่ช่วงนี้บ้านเมืองผ่อนคลายลงบ้างแล้ว ไม่งั้นคงโดนนินทาเละเทะแน่ ๆ ถึงจะอิจฉาแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าหลี่เจียเฟิ่งมีฝีมือจริง ชีวิตดี ๆ นี่เขาแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตบนสนามรบ
ตกเย็น จัดโต๊ะในลานบ้านสองโต๊ะ ผสมผสานระหว่างโต๊ะเก่าแก่กับโต๊ะหรูใหม่เอี่ยมที่หลี่ฉีหมิ่นส่งมาให้ แต่เก้าอี้และถ้วยชามไม่พอยวี่เฟยและเพื่อนบ้านต้องวิ่งวุ่นไปยืมของมาเพิ่ม ราวกับมันเป็นงานเลี้ยงระดับหมู่บ้านชัด ๆ
แขกเหรื่อพากันเดินชมบ้านใหม่อย่างตื่นตาตื่นใจ เห็นบ้านสะอาดเอี่ยมอ่องก็ชมอันจิ่วเม่ยกันไม่หยุดปาก ว่าเธอช่างเป็นแม่บ้านบ้านมือทองจริ ง ๆ
ขณะนั้นต้าหวังอยากเข้าห้องน้ำ หลี่เจียเฟิ่งจึงพาไปดูพร้อมอวดการออกแบบห้องน้ำสุดล้ำของภรรยาตนเอง ต้าหวังที่เห็นห้องน้ำก็อ้าปาก ตาค้าง!
“เฮ้ย! นายจะบอกว่าภรรยาของนาย เป็นออกแบบหมดเลยเหรอ?” ต้าหวัง ถามอย่างอึ้ง ๆ
หลี่เจียเฟิ่งยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจ ราวกับจะบอกว่า “นี่ไงล่ะ ภรรยาฉันเก่งแค่ไหน ! ”
“โอ้โห!” เสียงชื่นชมดังขึ้น “ภรรยานายนี่สมองไวเหมือนคอมพิวเตอร์เลยนะ ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ฉลาดปราดเปรื่องขนาดนี้ น่าเสียดายจริง ๆ!”
แล้วก็ตบท้ายด้วยประโยคเด็ด ‘แต่เมียคราวนี้ นายนี่มันได้กำไรชัด ๆ ”
จากนั้นก็ไล่หลี่เจียเฟิ่งออกไป แล้วรีบพุ่งเข้าห้องน้ำสุดหรูทันที
พอออกมาก็ชมไม่หยุดปาก จนคนอื่นอดใจไม่ไหวต้องแห่กันไปดู แล้วก็ผลัดกันเข้าไปลองใช้ พอออกมาก็พากันชมอันจิ่วเม่ยกันยกใหญ่
ไม่นานตระกูลหลี่ก็เข้างานมาพอดี เห็นอันจิ่วเม่ยถูกชมไม่ขาดปาก กลอกตามองบนอย่างระอา โดยเฉพาะลี่เฟยกับเพ่ยอิงที่ทำหน้าเบ้สุด ๆ
ทุกคนนั่งล้อมวงคุยกัน ชิวหรง ลี่เฟยและเพ่ยอิง มองซ้ายมองขวาอย่างสอดรู้สอดเห็น อยากรู้ว่าบ้านหลังนี้ดีสมคำร่ำลือจริงไหม
ลี่เฟยแอบคิดในใจ ‘ถ้าลูกชายฉันได้มาอยู่บ้านหลังนี้ คงไม่มีใครกล้าดูถูกลูกชายเธอแน่’
ส่วนอวี้หลันกลับรู้จักวางตัว ถึงที่บ้านจะทะเลาะกับหลี่ฉีหมิ่นยังไง มาที่นี่ก็ไม่ไปสมทบกับพวกบ้านใหญ่ แต่พาลูกสาวกับหลานสองไปช่วยในครัวแทน
ตอนนี้เตรียมอาหารเสร็จเกือบหมดแล้ว อันจิ่วเม่ยก็เห็นอวี้หลันและเด็กสามคนเข้ามาก็ยิ้มหวานพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ พี่สะใภ้รอง พวกเราทำเสร็จหมดแล้วค่ะ เดี๋ยวช่วยยกอาหารหน่อยนะคะ”
“ลองกินดูซิ” อันจิ่วเม่ยร้องเสียงใส พลางยื่นหมูทอดกรอบสามชิ้นให้เด็กหญิงทั้งสามคน
อวี้หลันมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ็ดลูกสาว “กินเสร็จ ก็รีบไปช่วยทำงาน”
สาวน้อยทั้งสามตาโต ไม่เคยได้รับการปฏิบัติดีขนาดนี้มาก่อน พวกเธอรีบจัดการหมูทอดชิ้นโตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งปรู๊ดไปช่วยงานด้วยความกระตือรือร้น ความประทับใจที่มีต่ออาสะใภ้สามคนใหม่พุ่งทะยานขึ้นเป็นกองเท่าภูเขา
แม้จะเป็นช่วงเย็น แต่อากาศก็ยังร้อนระอุ ทุกคนนั่งเบียดกันที่โต๊ะสองตัวในลานบ้าน บรรยากาศคึกคักราวกับงานเทศกาล
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคาดหวังว่างานเลี้ยงจะยิ่งใหญ่หรือหรูหรา ในยุคที่ผู้คนล้วนเผชิญกับความลำบากเช่นนี้ คู่สามีภรรยาที่เพิ่งสร้างรังรักขึ้นใหม่ ย่อมต้องกระเป๋าแบนเป็นธรรมดา
ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ที่ส่วนใหญ่เป็นของเก่าผ่านการใช้งาน ทุกคนจึงคิดว่าคงได้เพียงข้าวกับน้ำพริกมาเป็นมื้อเลี้ยงสังสรรค์
แต่ความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารจานเด็ด ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะปลา หมูสามชั้นทอดกรอบ เนื้อผัดเปรี้ยวหวาน แม้แต่อาหารเรียกน้ำย่อยธรรมดา ๆ อันจิ่วเม่ยก็ทำออกมาอร่อยจนน้ำลายสอ
แน่นอน ความลับอยู่ที่การใส่น้ำมันและเกลือแบบไม่อั้นรวมทั้งเครื่องปรุงพิเศษที่อันจิ่วเม่ยหยิบออกมาจากมิติไม่ให้ใคร ชิวหรงกินอาหารคำโต ๆ พลางบ่นอุบ ๆ ว่าอันจิ่วเม่ยเป็นแม่บ้านสุรุ่ยสุร่าย
อันจิ่วเมย่ปฏิบัติกับหลี่เจียเฟิ่งราวกับเขาเป็นคุณชาย ไม่ให้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อน ๆ และผู้ใหญ่บ้าน
แม้ชิวหรงจะบ่นไม่หยุด แต่อันจิ่วเม่ยก็ยังคงให้เกียรติครอบครัวพระเอกอย่างเต็มที่ ไม่มีคำบ่นตอบโต้สักคำ
หลังจากทุกคนกินไปได้สักพัก อันจิ่วเม่ยก็เดินไปที่โต๊ะของหลี่เจียเฟิ่งยิ้มหวานถามว่า “อาหารถูกปากไหมคะ? ยังอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม?”
“พี่สะใภ้ อร่อยสุด ๆ ไปเลย! ฝีมือของคุณนี่เยี่ยมยอดจริง” ต้าหวังชูนิ้วโป้งขึ้นพร้อมกับชมเปาะ ราวกับเพิ่งได้ลิ้มรสอาหารสวรรค์
“ใช่เลย! ฝีมือนี่ยังเหนือชั้นกว่าพ่อครัวของร้านอาหารรัฐซะอีก!” เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็พากันเสริมแรงชมไม่หยุด
อันจิ่วเม่ยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกคุณค่อย ๆ ทานไปนะคะ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกได้เลย ฉันจะวิ่งไปทำเพิ่มให้ทันที”
เธอพูดพลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ หลี่เจียเฟิ่งเพื่อหลบหนีเสียงบ่นจุกจิกน่ารำคาญของแม่พระเอกสักพัก
หลี่เจียเฟิ่งเห็นว่าในชามของเธอมีกับข้าวน้อยนิด จึงรีบตักอาหารให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ภาพนี้ช่างดูหวานซึ้งกินใจในสายตาของทุกคน
กู่เทียนเฉิงมองดูภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ พลางถอนหายใจเบาๆ ในใจ โชคดีจริง ๆ ที่คืนนี้ไม่ได้ลากน้องสาวมาด้วย ไม่งั้นถ้าเห็นภาพนี้ คงโมโหจนควันออกหู!
ในความคิดของเขาอันจิ่วเม่ยกับหลี่เจียเฟิ่ง นี่แหละคู่ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นน้องสาวของเขา อย่าว่าแต่ทำอาหารเลิศรสแบบคืนนี้เลย
แค่จัดการความวุ่นวายในตระกูลหลี่ก็คงทำไม่ไหว มีหวังได้ทะเลาะกับญาติฝ่ายสามีจนวุ่นวาย แบบนั้นเพื่อนเขาคงไม่มีความสุขแน่ๆ
เขาตัดสินใจว่า คืนนี้กลับไปจะต้องบอกให้น้องสาวเลิกฝันเฟื่องซะที ในโลกนี้ยังมีหนุ่มๆ ดีๆ อีกเยอะแยะ รีบไปหาคู่แต่งงานคนอื่นดีกว่า นั่นแหละคือทางออกที่ดีที่สุด!
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารคึกคักด้วยเสียงพูดคุยและเสียงช้อนส้อมกระทบจาน กู่เทียนเฉิงเริ่มบ่นอย่างออกรส “อยู่บ้านนอกสบายกว่าเป็นไหน ๆ อยากกินผักอะไรก็เด็ดจากสวนหลังบ้านได้เลย ไม่เหมือนในเมืองที่ต้องไปต่อคิวยาวเหยียดที่ร้านสหกรณ์ตั้งแต่ไก่โห่ แถมบางทียังซื้อไม่ได้อีก ปวดหัวจะแย่!”
ลู่ชิงพยักหน้าเห็นด้วย “ใครจะว่าไม่จริงล่ะ เมียฉันบ่นจนปากเปียกปากแฉะทุกวัน ว่าทำไมร้านสหกรณ์ไม่เอาผักมาขายเพิ่ม แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะ ตอนนี้ทุกที่ขาดแคลนกันถ้วนหน้า จะให้ส่งมาที่เดียวทั้งหมดได้ยังไงกัน?”
กู้อวี้เหวินทำเสียงจุ๊ปากเห็นด้วย พลางนึกขอบคุณโชคชะตาที่ได้มากินอาหารอันแสนอร่อยในคืนนี้
อันจิ่วเม่ยฟังอย่างสนอกสนใจ แต่เพราะมีคนอยู่มากมาย เธอจึงเก็บความคิดไว้ในใจ ตั้งใจว่าจะปรึกษาหลี่เจียเฟิ่งเมื่อทุกคนกลับไปแล้ว