ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 90 แจ้งข่าว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 90 แจ้งข่าว
บทที่ 90 แจ้งข่าว
ตอนนี้อันจิ่วเม่ยไม่ใช่เพียงแค่ไม่ว่างงาน แต่กลายเป็นคนที่งานยุ่งที่สุดในหมู่บ้านไปแล้ว!
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานมาถึงทุ่งนาก็ตะโกนเรียกทันที “ผู้นำหมู่บ้าน! รบกวนมาทางนี้หน่อยค่ะ!”
แต่แล้วเสียงนินทาก็ดังขึ้น “โอ้โห! แต่งงานกับคนรวยนี่ดีจริง ๆ ไม่ต้องทำงาน แถมยังสนิทกับผู้นำหมู่บ้าน วิ่งเข้าออกบ้านเขาตลอด คิดว่าพวกเราตาบอดรึไง!”
“นั่นสิ! กล้าดียังไงมาตามผู้นำหมู่บ้านถึงทุ่งนาแบบนี้ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย!”
“ดูท่าทางยายนั่นไม่ธรรมดาจริง ๆ ” เสียงซุบซิบดังขึ้นในหมู่ชาวบ้าน “ทั้งทำให้ซื่อหงกลายเป็นแบบนี้ แถมยังทำให้ตัวเองตัดญาติขาดมิตรกันได้ พวกเราโดนหลอกกันทั้งหมดแล้ว”
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง ชาวบ้านต่างพากันกระซิบกระซาบว่าผู้นำหมู่บ้านได้รับสินบนก้อนโตแน่ ๆ ถึงได้ยอมให้อันจิ่วเม่ยและซื่อหงตัดญาติกัน
แต่ความจริงแล้ว พวกเขาลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ ด้วยความอยากสนุกและกลัวว่าซื่อหงจะมาก่อกวนหรือขโมยของในบ้าน
เป็นพวกเขาเองที่เรียกร้องให้ผู้นำหมู่บ้านอนุญาตให้ตัดญาติกัน แต่ตอนนี้กลับพูดจาใส่ร้ายผู้นำหมู่บ้านและอันจิ่วเม่ยอย่างไร้ยางอาย
เหวินฟู่เดินผ่านกลุ่มคนนินทา หูได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ชัดเจน แต่ด้วยความตื่นเต้นที่อันจิ่วเม่ยมาหา คิดว่าคงมีข่าวดีเรื่องความร่วมมือ จึงไม่อยากเสียเวลากับพวกปากมอมแมม รีบสาวเท้าไปหาอันจิ่วเม่ยทันที
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“อันจิ่วเม่ย!” ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนสั่น
“เธอรีบร้อนมาหาฉันขนาดนี้ คงเจรจาสำเร็จแล้วใช่ไหม?”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้าหงึก ๆ ยิ้มกว้างพลางตอบ “ค่ะ! สำเร็จแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อยด้วยค่ะ! ลุงเหวิน เรากลับบ้านไปคุยรายละเอียดกันดีกว่านะคะ!”
เหวินฟู่ถึงกับพูดไม่ออก ยืนนิ่งค้างอยู่บนคันนาราวกับรูปปั้น
อันจิ่วเม่ยเห็นท่านตื่นเต้นจนตัวแข็งทื่อ จึงรีบเข้าไปประคองพาเดินกลับบ้าน ทิ้งให้เสียงนินทาในทุ่งนาด้านหลังยิ่งฟังดูน่ารังเกียจมากขึ้นทุกที
“จิ่วเม่ย เล่ามาเลย ๆ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?” ไป๋ชิงร้องถามด้วยความตื่นเต้น พลางรินน้ำให้แขกทั้งสอง
เหวินฟู่ที่เพิ่งดื่มน้ำไปหนึ่งชาม เริ่มรู้สึกตัวดีขึ้น แต่ก็ยังอยากรู้รายละเอียด จึงจ้องมองอันจิ่วเม่ยด้วยแววตาคาดหวัง
“สำเร็จแล้วค่ะ!” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง หยิบสัญญาออกมาอวด “นี่ไงคะ สัญญาที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว!“”
อันจิ่วเม่ยเล่าถึงแผนการวันพรุ่งนี้อย่างกระตือรือร้น ทั้งเรื่องรถมารับผัก การเลือกแปลงผัก ราคา และการแบ่งงาน
“เราต้องรีบจัดการนะคะ ยิ่งเร็วยิ่งดี ทุกคนจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น!” อันจิ่วเม่ยเสนอความเห็นอย่างมั่นใจ
เหวินฟู่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ยังกังวลเรื่องการเลือกคนทำถั่วงอกและแป้งถั่ว “เธอมีความคิดอะไรดี ๆ บ้างไหม?” เขาถามพลางขมวดคิ้ว
อันจิ่วเม่ยยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบ “หนูอยากให้เลือกคนที่ไว้ใจได้ค่ะ เพราะนี่เป็นสูตรลับของหนู” เธอแนะนำครอบครัวที่น่าเชื่อถือให้ผู้นำหมู่บ้านพิจารณา
เหวินฟู่ยิ้มกริ่มด้วยความพอใจที่ อันจิ่วเม่ยนับรวมลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาเข้าไปด้วย
อันจิ่วเมย่แนะนำต่ออย่างตื่นเต้น “พี่ชายสามีคนรองกับพี่สะใภ้คนรองของหนูก็เป็นคนดีนะคะ เราอาจให้พี่สะใภ้ไปดูแลถั่วงอก ส่วนพี่รองก็ไปดูแลเรื่องบดถั่ว” อันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคัก ก่อนจะทำหน้าบึ้งตึง
“แต่พี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้คนโตนี่… ช่างพวกเขาเถอะค่ะ หนูมีเรื่องขัดใจกับคนพวกนั้นอยู่น่ะ“”
เหวินฟู่กับไป๋ชิงหน้ากันงง ๆ คิดในใจ ‘เด็กคนนี้แยกแยะความรักความเกลียดได้ชัดเจนจริง ๆ ’ แต่พอคิดดี ๆ ก็ต้องยอมรับว่าความคิดของเธอก็ไม่เลวเลย
“ส่วนเรื่องผลประโยชน์…” อันจิ่วเม่ยเสนอความคิด
“เราทำเหมือนโรงงานเล็ก ๆ เลยค่ะ! มีระบบคะแนน ใครทำดีก็ได้เต็ม ทำไม่ดีก็โดนหัก หรือเปลี่ยนคนใหม่ พอถึงสิ้นปีค่อยแบ่งเงินกัน ยุติธรรมดีไหมคะ?”
เหวินฟู่และไป๋ชิงฟังด้วยความทึ่ง ความคิดของอันจิ่วเม่ยช่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ทำให้พวกเขามองเห็นอนาคตที่สดใสของหมู่บ้าน!
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหวินฟู่ก็เอ่ยขึ้น “เอาละ เธอจัดการเรื่องของคนอื่นเรียบร้อยไปหมดแล้ว แล้วตัวเธอล่ะ? ทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ เธออยากได้รางวัลอะไรเป็นการตอบแทน? ฉันสัญญาว่าจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ ถ้ามันอยู่ในขอบที่ฉันทำได้”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคักอย่างซุกซน ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด “ถ้าลุงเหวินฟู่บ้านใจดีให้หนูได้คะแนนแรงงานเต็มตลอดทั้งปี ก็จะวิเศษสุด ๆ เลยค่ะ! แล้วหนูสัญญาว่าจะทุ่มเททำงานให้หมู่บ้านของเราต่อไป จะพยายามหาพันธมิตรมาร่วมมือกับเรามากขึ้นอีกเยอะเลย!”
เหวินฟู่ถึงกับอึ้ง นึกในใจ เด็กคนนี้… กล้าคิดใหญ่จริง ๆ !
ใครจะคิดว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ อย่าง อันจิ่วเม่ยจะมีความสามารถขนาดนี้ เจรจาข้อตกลงดี ๆ มาให้หมู่บ้านได้
“ตกลง! งั้นก็ตามนี้”เหวินฟู่ตบต้นขาดังผัวะ ลุกพรวดขึ้นยืนเตรียมจะพุ่งออกไปข้างนอก
“เหวินฟู่ คุณจะไปไหน!?”ไป๋ชิงร้องเสียงหลง นึกว่าคนแก่คนนี้ดีใจจนเสียสติ รีบคว้าแขนไว้
“ไปไหนน่ะเหรอ?” เหวินฟู่หัวเราะร่า “ก็ไปเรียกคนที่กำลังทำงานในทุ่งกลับมาบอกเรื่องนี้สิ! เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่จิ่วเม่ยไปเรียกฉันที่ทุ่งนา พวกนั้นพูดจาน่าเกลียดแค่ไหน! ฉันจะไปให้พวกเขารู้ซะว่าอะไรเรียกว่าภัยจากปาก!”
ทั้งเหวินฟู่และ อันจิ่วเม่ยต่างไม่พอใจพร้อมกัน คิดในใจว่าพวกนั้นจะได้งานดี ๆ ก็แปลกแล้ว!
ส่วนอันจิ่วเม่ยเห็นท่าทางกระตือรือร้นของผู้นำหมู่ก็อดหัวเราะไม่ได้ก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับบ้าน พูดอย่างร่าเริง
“ฉันขอกลับบ้านไปบอกเรื่องนี้กับคุณย่าก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยไปที่ลานนวดข้าว!”
การเรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมดมักจะไปที่ลานนวดข้าว เพราะที่นั่นกว้างขวางเหมาะสำหรับให้คนยืน และสะดวกในการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน!
ย่าอันนั่งสานตะกร้าอย่างขยันขันแข็ง ของใช้ในบ้านเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ที่สัญญาไว้กับบ้านยวี่เฟย
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งจักรยานดังแว่วมา พร้อมเสียงตะโกนสดใส “คุณย่า หนูกลับมาแล้ว”
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานเข้ามาในลานบ้านอย่างร่าเริง จอดจักรยานมุมกำแพงแล้วรีบรายงานข่าวดี
“หนูช่วยเจรจาความร่วมมือให้หมู่บ้านสำเร็จแล้ว! สัญญาเซ็นเรียบร้อย หมู่บ้านเราจะเจริญรุ่งเรืองแน่ ๆ ผู้นำหมู่บ้านดีใจมาก สัญญาจะให้หนูได้คะแนนแรงงานเต็มทั้งปีด้วยนะ!”
ย่าอันตื่นเต้นจนตะกร้าหล่น “หลานพูดจริงหรือ?”
“จริงสิคะ! เพิ่งมาจากบ้านผู้นำหมู่บ้านเลย เดี๋ยวต้องไปประกาศข่าวดีที่ลานนวดข้าวอีก ตอนนี้หนูทำความดีให้หมู่บ้านได้แล้วนะ!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกริ่มคิดในใจ ต่อไปใครจะกล้าดูถูกฉันอีกล่ะ ทุกคนต้องเอาอกเอาใจแน่ ๆ ถ้าทำธุรกิจได้เงินจริง ๆ ก็ไม่ต้องแอบซ่อน อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย ใครอิจฉาก็ได้แต่อิจฉาในใจ ไม่กล้าพูดต่อหน้าฉันหรอก’
คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงอย่างมีความสุข
ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ย่าอันฟังคำพูดของหลานสาวด้วยความทึ่ง! เธอรู้มาตลอดว่าเด็กคนนี้มีของ แต่ไม่คิดว่าจะเก่งกาจถึงขนาดนี้
ความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านกับสหกรณ์? โอ้โห! หลานสาวทำได้ราวกับปอกกล้วยเข้าปาก!
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ย่าอยากไปร่วมวงนวดข้าวด้วยคน” ย่าอันร้องลั่น พลางโยนไม้ไผ่ในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี ตะกร้าที่ถักค้างไว้ครึ่งๆ กลาง ๆ ถูกลืมเลือนในพริบตา
เธออยากไปเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกสนานที่ลานนวดข้าว และเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาที่หลานรักจะได้เป็นดาวเด่นประจำหมู่บ้าน!
“ใจเย็น ๆ นะคะคุณย่า” อันจิ่วเม่ยพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้ผู้เป็นย่า
“พวกเขาน่าจะยังรวมตัวกันอยู่ หนูขอไปหาอะไรกินก่อนนะคะ เดี๋ยวจะตามไปทีหลัง” หลังจากวิ่งวุ่นมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้ท้องของเธอก็เริ่มส่งเสียงประท้วงอย่างไม่อาจมองข้ามย
“ตายแล้ว ๆ รีบไปกินสิ ย่าอุ่นอาหารไว้ให้ในหม้อแล้ว”
พอรู้ว่าหลานสาวยังไม่ได้กินข้าว ย่าอันก็เร่งให้หลานสาวตนเองรีบไปหาอะไรกิน
ส่วนตัวเองรีบไปล้างหน้าล้างมือให้สะอาดเอี่ยม คิดในใจว่าเดี๋ยวออกไปจะได้ไม่ทำให้หลานสาวขายหน้า เฮ้อ… เป็นคุณย่าก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย!
Pchaya
คุณย่าอันน่ารักมาก