Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 165

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 165
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บรรยากาศในตระกูลหลัวมีชีวิตชีวาขึ้นมา เมื่อ

หลัวเฉิงจางกลับมาถึงจวนก็รีบสั่งให้จัดงานเลี้ยง

ทันที บรรดาประชาชนด้านนอกมองขบวนของ

ตระกูลหลัวด้วยสีหน้าชื่นชม ผู้ที่มาแสดงความ

ยินดีมีไม่ขาดสาย อี๋หนิงในฐานะนายหญิงสาม

หลัวต้องออกมารับแขกสตรี ยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น

จนกระทั่งพลบค่ำถึงได้มีเวลาพักผ่อน

อี๋หนิงกลับมาหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน นางเพิ่ง

สั่งให้เจินจูไปยกน้ำร้อนมาแช่เท้าก็เห็นหลัวเซิ่น

หย่วนยืนอยู่หน้าเตียงปั๋าปูั้

นางเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าในมือของหลัวเซิ่นหย่

วนมีกล่องใบหนึ่งวางอยู่…เป็นหนังสือที่หลายวัน

ก่อนจ้าวหมิงจูแอบมอบให้นางในจวนอิงกั๋วกง!

หลัวเซิ่นหย่วนมองสิ่งของในมือ สีหน้าดูแปลก

พิกลเล็กน้อย

อี๋หนิงหน้าเห่อแดงโดยพลัน นางรีบเข้าไปแย่ง

กลับมา “ท่าน…ท่านจงทำเป็นไม่เคยเห็นมาก่อน!

เจ้าสิ่งนี้เอาไว้รองใต้กล่อง” เขาพบมันได้อย่างไร

หลัวเซิ่นหย่วนเหลือบมองนาง “ใช้เจ้าสิ่งนี้รองใต้

กล่องรึ” เขากล่าวต่อ “พวกของเหล่านี้ข้าจะยึด

ไว้ เจ้าไม่ควรอ่านหนังสือเหล่านี้”

อี๋หนิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ตั้งแต่นำกลับมา

นางยังไม่เคยอ่านแม้เพียงสักหน้าก็สั่งให้ไต้เม่า

เก็บไป ครานี้เมื่อถูกริบก็ยิ่งไม่มีโอกาสอ่านแล้ว

“วันนี้ท่านคงเหนื่อยแล้ว พักผ่อนเถิด” อี๋หนิง

เดินเข้าไปช่วยเขาปลดอาภรณ์

หลัวเซิ่นหย่วนหลุบตาลง ขณะที่นางเคลื่อนตัว

เข้าใกล้ เขาก็ยื่นมือออกไปจับมือนางไว้อย่าง

รวดเร็ว ก่อนกดนางไว้ใต้ร่าง อี๋หนิงได้กลิ่นสุราใน

ลมหายใจของเขาจึงรู้ว่าหลัวเซิ่นหย่วนเมาแล้ว

อี๋หนิงเจ็บจนใบหน้าถอดสีเล็กน้อย เหตุใดเมื่อดื่ม

เหล้าแล้ว พละกำลังเขาจึงมหาศาลเยี่ยงนี้!

ขณะที่นางกำลังอยากพูดบางสิ่ง หลัวเซิ่นหย่วนก็

ทาบกายลงบนร่างของนางแล้วหลับตาลง

เขาหนักถึงเพียงนี้เชียว! อี๋หนิงถูกเขากดทับจน

หน้ามืด นางพบว่าเขากำลังจับจ้องตน ใบหน้า

ด้านข้างของเขากระจ่างชัดยิ่งกว่าสิ่งใด ตั้งแต่คิ้ว

สันจมูกจรดริมฝีปาก ทุกตารางชุ่นให้ความรู้สึก

ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า บริเวณปลายคางของ

เขามีไรหนวดเล็กน้อย สากมืออยู่บ้าน หน้าผาก

กว้างคิ้วดกหนา

กลิ่นสุราทำให้นางรู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง อี๋หนิงต้อง

ใช้ความพยายามในการเคลื่อนตัวออกจากใต้ร่าง

เขา ผู้ใดจะรู้ว่านางเพิ่งขยับตัวก็ถูกเขาพลิกมือกด

ตัวไว้ เขาเอ่ยถาม “เจ้าจะไปที่ใด”

“ท่านดื่มไปมาก” อี๋หนิงกล่าว “ข้าจะให้สาวใช้

เตรียมน้ำให้ท่านอาบ”

“อืม” หลัวเซิ่นหย่วนรับคำก่อนปิดตาลง

อากาศในช่วงเหมันต์หนาวเหน็บ ทว่าแสงยามรุ่ง

อรุณกำลังพอเหมาะ

ยามที่หลัวเซิ่นหย่วนตื่นขึ้นก็พบกับแสงอาทิตย์ที่

ส่องผ่านบานหน้าต่างกระดาษเข้ามาตกกระทบ

ลงบนเตียง เขามองอี๋หนิงที่ขดตัวหลับสนิทอยู่ใน

อ้อมกอดของเขา

เขานวดหว่างคิ้ว ทอดถอนใจเสียงแผ่วเบา การ

ดื่มสุราอาจทำให้กระทำการพลาดพลั้ง

ดูคล้ายอี๋หนิงจะถูกรบกวนจนทำให้ตื่นแล้ว นาง

เอ่ยถามอย่างงัวเงีย “บัดนี้เป็นยามใดแล้ว…”

หลัวเซิ่นหย่วนรีบใช้ร่างกายบังแสงจากด้านนอก

โอบกอดนางไว้ในอ้อมแขนแล้วยื่นมือไปปลดม่าน

ลง ฉับพลันนั้นด้านในเตียงก็เปลี่ยนเป็นมืดสลัว

เขากระซิบ “ยังเช้าอยู่ เจ้านอนให้สบายเถิด”

หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นไปล้างหน้า ผ่านไปครู่หนึ่ง

จึงแหวกม่านเดินเข้ามาสวมเสื้อผ้า ยามนี้อี๋หนิง

ตื่นแล้ว ทันใดนั้นนางก็รู้สึกคล้ายว่าตนถูกคนอุ้ม

ขึ้นกลางอากาศ ก่อนขยับร่างนางเข้าไปด้านใน

นางได้กลิ่นหอมสดชื่นของสบู่และอ้อมกอด

กระชับแน่น อี๋หนิงไม่ได้ลืมตาเพราะเกรงว่าเขา

จะรู้ว่านางตื่นแล้ว

รอจนฟั่านมามายกอ่างทองแดงเข้ามาเพื่อให้นาง

ล้างหน้า ท้องฟั้าก็สว่างมากแล้ว หลัวเซิ่นหย่วน

ออกไปร่วมประชุมที่ราชสำนักแล้ว

อี๋หนิงกินมื้อเช้าเสร็จก็มายืนที่ลานกลางเรือน

นางมองการตกแต่งสวนของเรือนด้านหลัง มอง

อยู่สักพักก็รู้สึกขัดตา นางเรียกผู้ดูแลจวนเข้ามา

“…ย้ายต้นสนสองสามต้นนั้นออกไป ขัดหลักฮวง

จุ้ย แล้วก็ซื้อต้นกล้าของต้นองุ่นมาให้ข้าสักหลาย

ต้น ตรงบริเวณนี้ให้สร้างเป็นซุ้มองุ่น”

อี๋หนิงชอบให้มีซุ้มองุ่นในสวน ช่วงหน้าร้อนจะ

ได้มานั่งรับลมเย็น บนกิ่งก้านเต็มไปด้วยผลองุ่นสี

ม่วง หากสุกแล้วยังสามารถเด็ดไปแจกจ่ายให้แก่

เรือนต่างๆ ได้

นอกจากคราที่แล้วที่ผู้ดูแลมาคารวะนาง นี่เป็น

ครั้งแรกที่อี๋หนิงเรียกเขามาพบ ผู้ดูแลมีท่าทีลังเล

เล็กน้อย “นายหญิงสาม สร้างซุ้มองุ่นในช่วงฤดู

หนาว พวกองุ่นจะรอดหรือ…”

อี๋หนิงหันมามองเขา ขณะที่นางอยู่ในจวนอิงกั๋ว

กงได้สั่งสมชื่อเสียงบารมีไว้พอตัวแล้ว เมื่อกล่าว

อะไรก็จะมีคนไปปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว นางหัน

กลับมามองต้นสนที่ขึ้นทึบหลายต้นนั้น พวกมัน

ปิดกั้นแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของเหมันต์ฤดูจน

หมดสิ้น “ย่อมปลูกขึ้นแน่นอน เจ้าไปเตรียมการ

ก็พอแล้ว”

ผู้ดูแลรับคำก่อนถอยออกไป นายหญิงสามผู้นี้

อายุยังน้อย ท่าทีเป็นมิตรอ่อนโยน ทว่าเมื่อ

จริงจังขึ้นมาก็กล่าวหนึ่งไม่มีสอง

การสร้างซุ้มองุ่นไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร…แต่

การประดับจัดวางในสวนนี้ คุณชายสามเป็นคน

วางแปลนด้วยตัวเอง

รอจนหลัวเซิ่นหย่วนกลับมาจากราชสำนัก ผู้ดูแล

ก็รีบเข้าไปรายงานเขา “ใต้เท้า วันนี้นายหญิง

กล่าวว่า…ต้องการย้ายต้นสนเหล่านั้นของท่าน

ออกไปแล้วปลูกเป็นซุ้มองุ่นแทน ต้นสนสามต้น

นั้นเป็นต้นที่ท่านตั้งใจเคลื่อนย้ายมาจากหุบเขา

เฟิงหวง กล่าวว่าทำตามหลักฮวงจุ้ย ต้องลงทุนลง

แรงไปมากมาย ข้าน้อยไม่แน่ใจจึงยังไม่ได้ปฏิบัติ

ตาม”

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินเช่นนั้นก็กล่าว “…นางอยาก

ย้ายก็ย้าย ต่อไปหากนางอยากทำอะไรก็จงทำ

ตามนาง ไม่ต้องมารายงานข้า”

เพียงนางไม่รู้สึกเบื่อหน่ายก็ถือเป็นใช้ได้

ผู้ดูแลอยากถามอย่างยิ่งว่าหากนายหญิงสาม

ต้องการรื้อเรือนทิ้งเล่า ท่านก็จะตกลงหรือ

คุณชายสามเป็นผู้ที่มีหลักการกฎเกณฑ์สูงยิ่ง เหตุ

ใดจึงโอนอ่อนให้นายหญิงประพฤติตามใจได้!

หลัวเซิ่นหย่วนเดินเข้าไปด้านในแล้ว หลินหย่งที่

ติดตามอยู่ด้านหลังหันกลับมากระซิบกับผู้ดูแล

“เจ้าหัดตามีแววเสียบ้าง เชื่อฟังนายหญิงสามก็

พอ”

ผู้ดูแลได้รับคำชี้แนะจากหลินหย่งก็รีบผงกศีรษะ

รับคำเป็นพัลวัน

อี๋หนิงกำลังดูบัญชีของจวนอยู่ในห้องหนังสือ

หลินไห่หรูมอบเรื่องเหล่านี้ให้นางดูแล เคราะห์ดี

ที่นางเคยทำในตอนที่เว่ยหลิงหายตัวไป เมื่อ

เทียบกับบัญชีของจวนอิงกั๋วกงแล้ว สิ่งนี้ไม่นับว่า

หนักหนาอะไร ด้านข้างมีสาวใช้ชราสองสามคน

กำลังยืนเทียบบัญชีกับนาง สีหน้าของอี๋หนิง

สำรวมสงบนิ่ง มีลักษณะท่าทางของผู้ดูแลจวน

ด้านข้างมีถ้วยน้ำแกงเล็กๆ ใบหนึ่งตั้งอยู่ นางฟัง

ไปครู่หนึ่งก็หยิบขึ้นมาจิบคำหนึ่ง

หลัวเซิ่นหย่วนยืนมองอยู่เงียบๆ สักพัก ครั้นเห็น

ว่านางค่อนข้างยุ่งจึงไม่ได้เข้าไปรบกวน เขาไป

เปลี่ยนชุดขุนนางที่ห้องอาบน้ำก่อน

“ใต้เท้า บ่าวมาปรนนิบัติท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้า

ค่ะ” ระหว่างที่หลัวเซิ่นหย่วนกำลังเปลี่ยนชุดก็

พลันได้ยินเสียงสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้น

เขาหันกลับไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่เคย

เห็นสาวใช้ผู้นี้มาก่อน รูปโฉมงดงามยิ่งนัก

ครั้นเห็นหลัวเซิ่นหย่วนเอาแต่จ้องนางไม่เอื้อย

เอ่ยวาจา ฮวาหรงก็ก้มศีรษะต่ำ น้ำเสียงนุ่มละมุน

“นายหญิงกังวลว่าท่านจะไร้คนปรนนิบัติ…บ่าว

จึงได้มาปรนนิบัติท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าค่ะ” นาง

ลอบสังเกตการณ์มาหลายวันแล้ว ดังนั้นจึงอาศัย

จังหวะที่คนในห้องครัวกำลังยุ่ง ไม่มีผู้ใดคอยจับ

ตาดูนาง ลอบเดินมายังห้องหลัก บรรดาสาวใช้

กำลังปรนนิบัติอี๋หนิงอยู่ด้านใน ประจวบเหมาะ

กับที่หลัวเซิ่นหย่วนไม่ต้องการสาวใช้มาปรนนิบัติ

ยามอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่นี่จึงไร้ผู้คน

มือของนางเพิ่งสัมผัสกับแขนเสื้อของหลัวเซิ่นหย่

วนก็พบว่าเขายังคงจับจ้องตนอยู่ พื้นที่ในห้อง

อาบน้ำแคบเล็ก ลมหายใจของเขาปกคลุมไปทุก

หนแห่ง นางทวีความตื่นเต้น มือเริ่มสั่นเล็กน้อย

ทันใดนั้นมือใหญ่ก็คว้ามือนางไว้แน่น จากนั้นก็ดึง

มือของนางออกไปจากแขนเสื้อตน หลัวเซิ่นหย่

วนเอ่ยถามเสียงราบเรียบ “ข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นคน

ใหม่ที่เพิ่งมาใช่หรือไม่ มิใช่ว่านายหญิงให้เจ้าไป

ดูแลที่ห้องครัวหรือ”

“ตั้งแต่หลายวันก่อน บ่าวก็มาปรนนิบัติที่ห้อง

ของนายหญิงแล้วเจ้าค่ะ” ฮวาหรงก้มหน้าลง

นางได้สัมผัสใกล้ชิดกับเขา ฝั่ามือเต็มไปด้วย

ความรู้สึกเสียววาบ นางคิดถึงเมื่อครู่ ยามที่เข้า

มาทุกคนกำลังรายล้อมรอบนายหญิง นางจึงรีบ

กล่าว “นายหญิง นายหญิงกำลังยุ่งอยู่กับการดู

บัญชี ดังนั้นจึงไม่มีเวลาว่างเจ้าค่ะ”

ราวกับต้องการหาพยานหลักฐานให้ตน นางจึง

เอ่ยว่าตนได้มาปรนนิบัติข้างกายนายหญิงแล้ว

“เจ้าออกไป” หลัวเซิ่นหย่วนยกมือจับแขนเสื้อ

ของตน

ฮวาหรงคาดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธ ใบหน้าพลันซีด

ขาว เงยหน้าขึ้นอย่างผิดหวังเล็กน้อย นาง…นาง

งดงามไม่พอหรือ

“ใต้เท้า…เสื้อคลุมของท่าน…”

“ไสหัวออกไป!” หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ยเสียงเย็น

เยียบ

ฮวาหรงราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น ทั่วทั้งร่าง

หนาวสะท้าน คลื่นความอับอายพุ่งเข้าจู่โจมอย่าง

รุนแรง

หลัวเซิ่นหย่วนจัดแขนเสื้อตนเองก่อนเดินจากไป

ครั้นสาวใช้ชราที่ดูแลอยู่หน้าห้องหนังสือเห็น

หลัวเซิ่นหย่วนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนักก็

เริ่มตื่นตระหนก “ใต้เท้า…นายหญิงยังดูบัญชีอยู่

ด้านในเจ้าค่ะ!”

ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับเดินตรงเข้าไปในห้อง

หนังสือ ผู้ติดตามของเขาให้สาวใช้ชราที่ดูแลอยู่

หน้าห้องถอยออกไป อี๋หนิงได้ยินเสียงความ

เคลื่อนไหวจึงเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็เห็นหลัวเซิ่น

หย่วนยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าเย็นชา นางเอ่ยถาม

ด้วยความสงสัย “นี่ท่านเป็นกระไรไป…”

“ถอยออกไปให้หมด” หลัวเซิ่นหย่วนหยิบสมุด

บัญชีที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดพลางกล่าวด้วย

น้ำเสียงราบเรียบ

บรรดาสาวใช้สาวใช้ชราที่ปรนนิบัติอยู่ในห้อง

สบตากัน พวกนางยังเทียบบัญชีไม่เสร็จ แต่ก็ไม่

กล้าขัดคำสั่งของคุณชายสามจึงถอยออกไปพร้อม

ปิดประตูลง หลัวอี๋หนิงลุกขึ้นมาเอ่ยถาม “เรื่อง

ในราชสำนักไม่ราบรื่นหรือ”

พี่ชายสามเป็นดุจน้ำเต้าที่ไม่รักการปิดปาก หาก

นางไม่ถาม เขาก็ไม่มีวันกล่าวเรื่องในราชสำนัก

ออกมาก่อน หากเขาอยากระบาย อี๋หนิงก็ยินดี

จะรับฟังเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ใดจะรู้ว่านางเพิ่งลุกขึ้น หลัวเซิ่นหย่วนก็วาง

สมุดบัญชีในมือลง “อี๋หนิง เมื่อครู่เจ้าสั่งให้สาวใช้

มาปรนนิบัติข้าหรือ”

หลัวอี๋หนิงงุนงงกับท่าทีกะทันหันของเขา “ไม่มีนี่

เจ้าคะ ให้สาวใช้ไปปรนนิบัติอะไรท่าน”

หลัวเซิ่นหย่วนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ตระหนักได้ว่า

สาวใช้คนนั้นกล่าวความเท็จ เขาจึงยิ้มออกมา

อะไรที่เกี่ยวข้องกับนาง เขามักไร้ตรรกะเหตุผล

อยู่เสมอ กระทั่งเรื่องจริงหรือเท็จก็ไม่วิเคราะห์ให้

ถี่ถ้วน บางทีอาจเป็นเพราะเขารู้สึกไม่ปลอดภัย

กลัวว่านางจะถูกผู้อื่นแย่งไป กลัวว่านางจะไม่

สนใจตน

“ไม่มีอะไร เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง” หลัวเซิ่นหย่

วนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“มิใช่ ท่านกล่าวกับข้าก่อนว่าแท้จริงแล้วเป็นสาว

ใช้คนใดที่ไปปรนนิบัติท่าน!” อี๋หนิงต้องการความ

กระจ่าง “มิเช่นนั้นข้าจะจัดการได้อย่างไร”

หลัวเซิ่นหย่วนเดินมาเบื้องหน้านาง ก้มศีรษะ

จุมพิตลงบนหน้าผากนาง “เจ้าไม่ต้องกังวล ให้ข้า

จัดการเรื่องนี้เอง”

จุมพิตนี้ช่างอุ่นร้อน ทว่ายังระคนด้วยความหนาว

เหน็บอย่างยิ่งยวด

จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องหนังสือ

เมื่อหลัวอี๋หนิงตื่นขึ้นในวันรุ่งขึ้นก็ได้ยินว่าฮวา

หรงสาวใช้ที่นางเพิ่งรับมาทำงานในห้องครัวไม่

นานถูกจับได้ว่าลักลอบคบหากับบ่าวรับใช้

องครักษ์จำนางไม่ได้ เข้าใจผิดคิดว่านางเป็น

คนร้ายจึงตีนางจนตาย

ขณะที่ฟั่านมามาเข้ามารายงานเรื่องนี้ ใบหน้าก็

ซีดขาว “นายหญิง แทบดูรูปลักษณ์ไม่ออกแล้ว

เจ้าค่ะ…บ่าวให้คนนำเสื่อฟางมาห่อแล้วโยนลงไป

ในหลุมฝังศพแล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเป็นองครักษ์คน

ใดที่ลงมือได้โหดเหี้ยมเช่นนี้…”

ตอนที่อี๋หนิงไปที่เรือนของหลินไห่หรู นางก็ได้เอ่ย

เรื่องนี้กับอีกฝั่าย

เมื่อหลัวเฉิงจางรับรู้ สีหน้าก็เย็นเยียบ ลงมือ

รุนแรงเยี่ยงนี้ย่อมไม่ใช่ฝีมือของสะใภ้ของเขาผู้

นั้น ต้องเป็นฝีมือของหลัวเซิ่นหย่วนบุตรชายตัวดี

ของเขาเป็นแน่ สาวใช้คนนั้นคงล่วงเกินเขาเข้า มิ

เช่นนั้นเขาไม่มีทางใส่ใจ หากให้เขาเข้ามาจัดการ

เขาจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานีทันที

นี่เขาต้องการแสดงให้ตนดู เป็นการกล่าวเตือนว่า

อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของเขา

หลัวเฉิงจางวางท่าเช่นยามปกติ ไม่ได้พูดถึง

สาเหตุการตายของสาวใช้คนนั้น เพียงตอบกลับ

ด้วยเสียงราบเรียบ “ในเมื่อตายไปแล้วก็แล้วไป

เถิด”

หลัวเซิ่นหย่วนกลับมาจากราชสำนัก ขณะที่กำลัง

ปลดชุดขุนนาง อี๋หนิงก็เอ่ยถามเขา “พี่ชายสาม

ท่านรู้เรื่องที่สาวใช้ที่มีนามว่าฮวาหรงตายแล้ว

หรือไม่…”

“หืม ตายแล้วหรือ” เขาถามด้วยเสียงราบเรียบ

อี๋หนิงช่วยเขาปลดเข็มขัดหยกแล้วถามต่อ “เมื่อ

วานท่านกล่าวว่ามีสาวใช้เข้าไปปรนนิบัติท่าน คน

ผู้นั้นก็คือนางใช่หรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนปลดสายรัดเอวของชุดขุนนางต่อ

“เรื่องนี้เมื่อข้าลงไปจัดการก็ถือว่าจบแล้ว หาก

ไม่ใช่เพราะเมื่อวานนางแอบอ้างชื่อของเจ้า ข้าคง

ไม่โมโหถึงเพียงนี้”

เกรงว่าสาวใช้คนนั้นจะล่วงเกิน ไปสะกิดต่อม

โมโหของเขาเข้าแล้ว

อี๋หนิงแตะมือของเขา ปลายนิ้วของนางสัมผัสได้

ถึงความเย็นเยียบ เป็นความหนาวสะท้าน

“ดังนั้นท่านจึงให้คน…ตีนางจนตาย”

หลัวเซิ่นหย่วนคลี่ยิ้มออกมา “ย่อมไม่ใช่ แค่เพียง

สั่งการไปคำหนึ่ง ทว่าคนเหล่านั้นกลับไม่รู้จัก

หนักเบา ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางถูกตีจนตาย ดีแล้ว

ต่อไปท่านพ่อจะได้ไม่ส่งสาวใช้มาให้เจ้าอีก”

เขากอดนางจากด้านหลัง กระซิบข้างหูนาง “เป็น

กระไรไป เจ้ากลัวข้าหรือ”

หากไม่ได้รับอนุญาตจากเขา พวกผู้น้อยเหล่านั้น

จะกล้าลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้หรือ

สาวใช้ผู้นั้นรนหาที่ตาย นั่นเป็นสิ่งที่อีกฝั่าย

สมควรได้รับ อี๋หนิงรู้ดี เพียงแต่บางครั้งนางก็ยัง

รู้สึกว่าพี่ชายสามจัดการเรื่องราวต่างๆ ด้วย

วิธีการที่โหดเหี้ยมเกินไป

“มิใช่ ข้ามีสิ่งใดต้องกลัวกัน” ร่างของนางที่อยู่ใน

อ้อมกอดสูงใหญ่ของเขาแข็งทื่อเล็กน้อย ยิ่งนาง

ใกล้ชิดก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงอีกด้านของเขา

นางหมุนตัวกลับไป เขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิต

ปลายคางของเขา ไรหนวดทำให้นางรู้สึกระคาย

เคืองเล็กน้อย

หลัวเซิ่นหย่วนกอดร่างเล็กๆ อันแสนอบอุ่น หัวใจ

ที่แห้งผากมักอุ่นชุ่มชื่นขึ้นด้วยสิ่งนี้ น้อยครั้งที่

นางจะจุมพิตเขาก่อน ทุกคราที่เกิดเรื่องเช่นนี้

เขามักคาดหวังว่านางจะเป็นฝั่ายก้าวเข้าหาเขา

ความรู้สึกนี้ช่างเยี่ยมยอดยิ่งนัก

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม บ่าวรับใช้เปลี่ยนชาเย็น

เป็นชาร้อน ถ้วยเคลือบสีขาวพร้อมจานรองถูก

วางลงบนไม้จันทน์แดง ลู่เจียเสวียปรายตามอง

เขารู้สึกว่าวั่งหย่วนต้องมีรสนิยมบางอย่างที่ผิด

แผกพิสดารอยู่ไม่มากก็น้อย เครื่องชามชุดชงชา

ในบ้านล้วนทำจากเครื่องเคลือบสีขาวเนื้อบาง

เป็นพิเศษ

วั่งหย่วนมีอายุครึ่งร้อยแล้ว เขาสวมเสื้อคลุมยาว

ผ้าไหมสีม่วง เพราะผิวที่ซีดขาวจึงทำให้เขาคล้าย

แฝงไปด้วยกลิ่นอายของเทพเซียน

“ผู้ปกครองในเขตอารักขาต้านทานพวกโจรชั่ว

ที่กุ้ยหยางไม่ไหวแล้ว” วั่งหย่วนจุดธูปหอมใน

กระถางแล้วปิดฝาครอบลง ควันของธูปหอมลอย

ฟุั้ง กลิ่นของไม้จันทน์อบอวลไปทั่วห้องหนังสือ

วั่งหย่วนรู้จักกับลู่เจียเสวียมานับสิบปี อันที่จริง

เขาหวั่นเกรงลู่เจียเสวียเป็นอย่างมากเพราะในมือ

ของลู่เจียเสวียมีอำนาจทางทหาร ทว่าวั่งหย่วนไม่

นึกต่อต้านลู่เจียเสวีย เพราะในทำนองเดียวกัน

เมื่อลู่เจียเสวียกุมอำนาจทางทหารไว้ในมือจึงไม่

สนใจอำนาจทางการเมือง วั่งหย่วนกล่าวต่อ “ถึง

เซวียนเว่ยสื่อโจวซูฉวิน[1]คิดฆ่าตัวตายหนี

ความผิดก็เกรงว่ายังต้องถามหาความรับผิดชอบ

จากเขา ที่กุ้ยหยางไร้ผู้นำ ใต้เท้าลู่คิดว่าควรจะ

โยกย้ายกำลังทหารจากที่ใดไป”

ลู่เจียเสวียแค่นเสียงเย็น

เขาเคยได้ยินเรื่องการก่อจราจรที่กุ้ยหยาง ทั้ง

ผู้ปกครองชนเผ่าและเซวียนเว่ยสื่อต่างเอาชนะ

พวกโจรชั่วในท้องถิ่นไม่ได้ราวกับเป็นถังข้าวที่ไร้

ประโยชน์ วั่งหย่วนเองก็มีอุปนิสัยไม่เด็ดขาด สิ่ง

ที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง เขาย่อมไม่มีทางเข้าไป

ยุ่งเกี่ยว ทว่ายามนี้คาดหวังจะให้เขาช่วยเก็บ

กวาดปัญหาเละเทะรึ

ตาเฒ่าวั่งหย่วนทั้งใจดำและอำมหิต โจวซูฉวินค

นของฝั่ายชิงหลิวก็เป็นเขาที่ส่งไปด้วยตัวเองไม่ใช่

หรือ มายามนี้เขาทำร้ายโจวซูฉวินจนมีสภาพ

อนาถเยี่ยงนี้ เห็นทีพวกชิงหลิวคงเคียดแค้นจน

แทบอยากกัดเขาให้ตาย ลู่เจียเสวียยกถ้วยน้ำชา

สีขาวของจวนวั่งหย่วนขึ้นจิบ “ให้ส่งทหารมาจาก

หน่วยยวิ๋นหนานและซื่อชวนจะรวดเร็วที่สุด ใต้

เท้าซ่งที่หน่วยทหารซื่อชวนมีประสบการณ์การ

ต่อสู้กับพวกโจรภูเขา เขาเหมาะสมที่สุด”

ลู่เจียเสวียคร้านจะส่งแม่ทัพยอดฝีมือของตนไป

เมื่อเทียบกับพวกชนเผ่าต๋าต๋ากับหว่าล่าแล้ว พวก

โจรภูเขาก็เป็นเพียงพวกอันธพาลเสเพล

ลู่เจียเสวียเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านทหาร สิ่งที่

เขาพูดส่วนใหญ่ล้วนถูกต้อง เห็นทีเขาคงไม่คิดจะ

ข้องเกี่ยวจริงๆ วั่งหย่วนหัวเราะ “ข้าว่าดึกมาก

แล้ว มิสู้ใต้เท้าพำนักที่จวนของข้าสักคืน ผู้ดูแล

ไปจัดเตรียมห้องให้ใต้เท้าลู่”

“ไม่ต้อง” ลู่เจียเสวียโบกมือ ทั้งยังปฏิเสธการไป

ส่งของวั่งหย่วน เขาเดินออกจากจวนของวั่งหย่

วน จวนของวั่งหย่วนถูกประดับตกแต่งอย่าง

วิจิตรเลิศหรู ตะเกียงแก้วกงเติงเขาแพะขับเน้น

ให้เสาต้นใหญ่สีแดงชาดสว่างไสวเป็นพิเศษ ลู่เจีย

เสวียมองอย่างนึกรังเกียจ จะอย่างไรวั่งหย่วนก็

เป็นถึงราชบัณฑิตของตำหนักหัวก้าย ทว่านี่มัน

ความชมชอบแบบใดกัน เขาขึ้นไปนั่งบนรถม้า

จากนั้นก็มีคนเดินเข้ามารายงาน “ใต้เท้า

จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ ทางด้านใต้เท้าเฉิง

ก็ดำเนินการใกล้สำเร็จแล้วขอรับ”

ลู่เจียเสวียรับคำเสียงหนึ่งเป็นเชิงรับรู้

คนผู้นั้นยังกล่าวต่อ “เพียงแต่ฮูหยินเฉาให้ข้ามา

ถามท่านว่า เพียงรับเป็นอนุ มิใช่จี้ซื่อ[2]ใช่หรือไม่

ขอรับ”

ลู่เจียเสวียลืมตาขึ้นโดยพลัน น้ำเสียงเหยียดหยัน

“จี้ซื่อ นางคู่ควรรึ” ต่อให้เป็นเพียงแผนการที่วาง

ไว้ มิใช่แต่งจริง เขาก็ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับ

สถานะนี้

ลู่เจียเสวียสำทับอีกประโยค “กล่าวกับฮูหยินเฉา

ว่าให้นางเกริ่นถึงเรื่องนี้ก็พอ เรื่องอื่นอย่าได้กล่าว

ให้มากความ”

เขาลูบแหวนหยกที่นิ้ว ก่อนหลับตาลงช้าๆ หลัว

อี๋หนิง ครานี้เจ้าหนีไม่ง่ายแล้ว

กลางดึกหลัวเซิ่นหย่วนก็ได้รับข่าวจากกุ้ยหยาง

สวีเว่ยให้องครักษ์เดินทางทั้งคืนเพื่อส่งจดหมาย

ให้เขา

ในจวนตระกูลสวี ทั้งสวีเว่ย รองเสนาบดีกรมคลัง

หยางหลิงและคนอื่นๆ กำลังรวมตัวกันในห้อง

หนังสือ พวกเขาเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งข่าวการ

เสียชีวิตของโจวซูฉวิน

หยางหลิงมองอาจารย์ที่ถือของต่างหน้าของ

สหายรักด้วยมือสั่นเทา แววตาแหลกสลายด้วย

อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “คราก่อนเฉียวฟางส่ง

จดหมายให้ข้า ยังถามข้าว่าพื้นที่ภูเขาควรปลูก

พืชพรรณธัญญาหารประเภทใด ขอให้ข้าสอน

วิธีการเขียนเผียนถี่เหวิน[3]…” ทว่ายามนี้สิ่งที่ได้

อ่านกลับเป็นจดหมายอำลาของเขา

โจวซูฉวินเป็นขุนนางฝั่ายบู๊ และเป็นขุนนางฝั่ายบู๊

ส่วนน้อยที่หาได้ยากยิ่งในฝั่ายชิงหลิว ภายหลัง

เขาล่วงเกินวั่งหย่วนจึงถูกส่งไปเป็นขุนนางเซวียน

เว่ยสื่อที่กุ้ยหยาง

กุ้ยหยางเป็นพื้นที่ของชนเผ่าในหุบเขา แร้นแค้น

ผู้คนดุร้าย หลังจากโจวซูฉวินไปถึงที่นั่นก็ทุ่มเท

แรงกายแรงใจตรากตรำทำงาน ไม่ง่ายเลยกว่าจะ

ได้รับความเชื่อใจจากชาวบ้านในหุบเขา ชาวบ้าน

ติดตามเขาบุกเบิกพื้นที่รกร้างสร้างหมู่บ้าน หยุด

ปล้นชิงผู้คน ผู้ใดจะคาดคิดว่ายามนั้นผู้ว่าการ

มณฑลของกุ้ยโจวก็มาเยือน ทั้งยังเรียกเก็บภาษี

จากชาวบ้านในหุบเขาถึงหกส่วน โจวซูฉวิน

คัดค้านอยู่หลายครั้งแต่ก็ไร้ผล ผู้ว่าการมณฑลผู้นี้

เป็นคนของวั่งหย่วน วั่งหย่วนอยากให้ผู้ว่าการ

มณฑลสร้างความลำบากให้โจวซูฉวิน ดังนั้นต่อ

ให้เขากล่าวสิ่งใดก็ไร้ประโยชน์

ชาวบ้านในหุบเขาพากันโกรธแค้น พืชพรรณ

ธัญญาหารที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายถูก

ตะพาบน้ำ[4]เหล่านี้ขูดรีดไปจนหมดสิ้น พวกเขา

เปลี่ยนเป็นโจรชั่วโหดเหี้ยม กลุ่มกองโจรเหล่านี้

เข้ายึดครองกุ้ยหยาง สังหารประชาชนและขุน

นางไปเป็นจำนวนมาก

โจวซูฉวินนำกำลังทหารเข้าต่อต้านสุดกำลัง ทว่า

พวกวั่งหย่วนกลับอาศัยโอกาสนี้ถวายฎีกาต่อ

ฮ่องเต้ กล่าวว่าโจวซูฉวินเซวียนเว่ยสื่อไร้

ความสามารถในการปกครอง นอกจากจัดการ

พวกโจรภูเขาไม่สำเร็จยังเป็นเหตุให้สถานการณ์

ทวีความรุนแรง ควรปลดเขาออกจากตำแหน่ง

และคุมตัวเขากลับมาเมืองหลวงเพื่อทำการ

สืบสวน ครั้นฮ่องเต้เห็นว่าพวกชาวบ้านในหุบเขา

พากันก่อกบฏเป็นปรปักษ์ต่อราชสำนักก็พิโรธจน

สั่งลงอาญาประหารชีวิตโจวซูฉวิน ส่วนภรรยา

และบุตรให้เนรเทศออกไปสองพันลี้

ขณะที่โจวซูฉวินนำกองกำลังทหารเข้าต่อต้าน

และปกปั้องประชาชน เขากลับถูกทางการคล้อง

โซ่ตรวนที่ลำคอ เขาร้องไห้อย่างขมขื่น คุกเข่าลง

บนผืนดินที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจด้วยชีวิต แวว

ตาเลื่อนลอยอยู่นาน

ตั้งปณิธานหมายมั่นจะเป็นขุนนางที่ดี แต่กลับทำ

ให้ภรรยาและบุตรต้องพลอยเดือดร้อน เขาจบ

ชีวิตตัวเองในกุ้ยหยาง เหลือเพียงร่างที่ไร้

วิญญาณส่งกลับมายังเมืองหลวง

เฉียวฟางเป็นอีกนามของโจวซูฉวิน หยางหลิงก

ล่าวปลอบประโลมอาจารย์อยู่หลายประโยค

ทว่าสวีเว่ยยังไม่อาจสงบสติอารมณ์ “นำกระดาษ

พู่กันมาให้ข้า ข้าจะเขียนฎีกาฟั้องร้อง ขุนนางผู้

จงรักภักดีถูกใส่ร้ายจนตาย ภรรยาและบุตรต้อง

เผชิญกับความทุกข์ทรมาน จะให้ข้านั่งเฉยไม่ดูดำ

ดูดีไม่ได้!”

พวกเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมสวีเว่ย หยางหลิ

งเองก็อับจนหนทาง ท่ามกลางสถานการณ์

วุ่นวาย เขาหันกลับไปถามบ่าวรับใช้ “…ใต้เท้า

หลัวมาหรือยัง”

“ส่งคนไปเชิญแล้วขอรับ ใต้เท้าหลัวอยู่ไม่ไกล

จากที่นี่ น่าจะใกล้ถึงแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้รีบ

ตอบ

ขณะที่กำลังกล่าว ม่านตรงประตูก็ถูกบ่าวรับใช้

แหวกออก ลมเย็นพุ่งเข้าปะทะ หลัวเซิ่นหย่วน

เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมลมหนาว มีคนยกน้ำ

ชามาให้เขา ระหว่างทางเขาได้ทราบเรื่องราวทั้ง

หมดแล้ว ทันทีที่เขานั่งลงก็กล่าวขึ้น “ท่าน

อาจารย์โปรดอย่าวู่วาม พวกโจรชั่วก่อจราจร

สังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วนในกุ้ยหยาง ฮ่องเต้ทรง

กำลังพิโรธ ยามนี้หากท่านไปถวายคำร้องแทนใต้

เท้าโจวก็มีแต่จะถูกลากเข้าไปพัวพัน”

สวีเว่ยกำลังโกรธจนหัวหมุน เอ่ยออกมาโดยพลัน

“จะถูกลากเข้าไปพัวพันก็ช่าง จะให้ข้ามองเขาถูก

ใส่ร้ายเช่นนี้ไม่ได้! ชีวิตบัดซบนี้ ข้าอยู่มานาน

พอแล้ว!”

หลัวเซิ่นหย่วนรู้ว่าสวีเว่ยจะต้องมีปฏิกิริยา

ตอบสนองเช่นนี้จึงพูดต่อ “หากท่านถูกฝั่าบาท

ประทานโทษตายนั่นย่อมเป็นเรื่องง่ายแล้ว ต่อไป

ใต้หล้านี้ก็คงสูญสิ้นฝั่ายชิงหลิว รอจนลู่เจียเสวีย

และวั่งหย่วนเข้าควบคุมทุกสิ่งอย่าง พวกเขาคิด

อยากทำร้ายผู้ใดก็ทำได้ในบัดดล ต่อไปราษฎรก็

จะเดือดร้อนจนไม่อาจดำรงชีวิต ไร้คนคอยห่วงใย

ประชาชน ทันทีที่ท่านตายก็จะไม่มีผู้ใดสนใจ

แล้ว”

เมื่อฟังคำของลูกศิษย์ สวีเว่ยก็นิ่งงันอยู่นาน

จากนั้นน้ำตาก็พรั่งพรูไหลรินเป็นทาง เขากล้ำ

กลืนสะอึกสะอื้น ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับโล่งใจ

ความรู้สึกที่สวีเว่ยมีต่อสหายเก่าผู้นี้ลึกซึ้ง

เหลือเกิน

เพียงเขาอ่านจดหมายก็รู้ว่าสถานการณ์ย่ำแย่แล้ว

แม้เรื่องของโจวซูฉวินจะไร้หนทางแก้ไขให้เป็น

ดังเดิม แต่ยามนี้เขาจำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมสวีเว่ย

ให้สำเร็จเสียก่อน เมื่อเห็นอาจารย์ร้องไห้ เขาก็รู้

ว่าเกลี้ยกล่อมสำเร็จแล้ว เขาหันไปกล่าวกับบ่าว

รับใช้ “ไปยกน้ำล้างหน้ามา”

รอจนสวีเว่ยเริ่มมีสติแจ่มชัดจึงได้เริ่มหารือ

วันรุ่งขึ้นอี๋หนิงตื่นสายมาก เมื่อคืนนางถูกปลุก

โดยผู้ที่มาส่งสาร อันที่จริงเมื่อคืนนางนอนหลับไม่

สนิทเท่าไรนัก รู้สึกปวดหัวผิดปกติ นางให้สาวใช้

นำน้ำมันสะระแหน่เข้ามานวดบริเวณขมับเพื่อ

บรรเทาอาการปวด

เพิ่งนวดได้ครึ่งหนึ่ง สาวใช้ข้างกายหลินไห่หรูก็

เข้ามารายงาน เจินจูแหวกม่านให้อีกฝั่ายเข้ามา

สาวใช้คารวะ ยอบตัวพลางกล่าวกับอี๋หนิง “นาย

หญิงสาม ฮูหยินให้มาเชิญท่านเจ้าค่ะ กล่าวว่าผู้

ที่มาสู่ขอคุณหนูห้าได้มาถึงแล้ว!”

น้ำเสียงของสาวใช้ผู้นั้นตื่นเต้นราวกับอยากจะ

โพล่งออกมาว่า ‘นายหญิงสาม รีบหน่อยเจ้าค่ะ ฮู

หยินให้ท่านรีบไปดูเรื่องสนุก’

ในที่สุดผู้ที่มาสู่ขอหลัวอี๋เหลียนก็เดินทางมาถึง

แล้ว

หลัวอี๋หนิงลืมตาขึ้น สั่งให้สาวใช้หยุดนวด นาง

เองก็แปลกใจว่าเป็นผู้ใดที่มาสู่ขอหลัวอี๋เหลียน นี่

ก็ให้รอมานานหลายวันแล้ว นางครุ่นคิดก่อนให้

สาวใช้ปรนนิบัติเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมเค่อซือสี

ม่วงลายแจกันล้ำค่า ก่อนไปยังเรือนของหลินไห่

หรู

บริเวณใต้ชายคาของเรือนหลักมีสาวใช้สาวใช้ชรา

หลายคนยืนตัวตรงอย่างสำรวม พวกนางต่างสวม

ชุดกระโปรงปีเจี่ยผ้าไหม ดูมีมาดไม่น้อย ผู้ที่มา

คงเป็นคนจากตระกูลสูงศักดิ์

หลังจากสาวใช้เข้าไปรายงาน อี๋หนิงก็เดินแหวก

ม่านเข้าไป นางยังไม่ทันพบคนก็ได้ยินเสียง

ครื้นเครง

อี๋หนิงเงยหน้ามองไป ข้างกายทั้งสองด้านของ

หลินไห่หรูมีสาวใช้ชรายืนสร้างความน่าเกรงขาม

ตรงข้ามหลินไห่หรูมีสตรีผิวขาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ นาง

เกล้ามวยหลังม้า สวมอาภรณ์หรูหรา เสื้อกัน

หนาวแขนยาวสีเขียวเลี่อมทอง เครื่องประดับ

ศีรษะทองคำทั้งชุด อายุน่าจะไม่น้อยแล้ว ทว่า

ใบหน้ายังคงงดงาม

ครั้นหลินไห่หรูเห็นอี๋หนิงก็เข้ามาดึงตัวนางพร้อม

กล่าวว่า “อี๋หนิง ท่านนี้คือฮูหยินเฉาแห่งจวนเว่ย

หย่วน”

ฮูหยินเฉาเป็นผู้อาวุโส ทั้งยังเป็นฮูหยินของท่าน

โหว อี๋หนิงย่อมต้องยอบกายทักทายนาง

จากนั้นหลินไห่หรูจึงแนะนำ “…นี่คือนางเว่ย

สะใภ้ของข้า”

“เช่นนั้นก็เป็นพี่สะใภ้ของแม่นางหกแล้ว” ฮูหยิ

นเฉากล่าวด้วยรอยยิ้ม นางมีรูปโฉมเป็นมิตร

เพียงแต่ดวงตารูปของตานเฟิงคู่นั้นเผยให้เห็น

ความเฉลียวฉลาดหลายส่วน

ที่เดินทางมาครานี้เพราะมีจุดประสงค์ ฮูหยินเฉา

ท่านนี้จึงไม่สนใจอี๋หนิง

นางยิ้ม ใช้ผ้าเช็ดมือซับริมฝีปาก ก่อนกล่าวกับ

หลินไห่หรู “ฮูหยินรองหลัว แม่นางหกของ

ตระกูลพวกท่านเป็นผู้ที่มีชะตาสูงศักดิ์ ท่านผู้

บัญชาการลู่หมายจะแต่งรับนางเป็นอนุ นี่ถือเป็น

เรื่องมงคลใหญ่ที่ยากจะประสบนัก”

ลู่เจียเสวียเป็นคนประเภทใด เป็นผู้สำเร็จราชการ

เซวียนต้าที่ในมือกุมกองกำลังทหารของเมืองซาน

ซีเซวียนฝู เป็นผู้บัญชาการที่มีอำนาจครอบคลุม

ไปทั้งใต้หล้า ฮ่องเต้ยังต้องหวั่นเกรงเขาอยู่หลาย

ส่วน เขาคิดแต่งรับอนุ จะมีตระกูลใดบ้างที่ไม่คิด

เบียดเสียดกันเข้าไปประเคนบุตรสาวให้เขา

ฮูหยินเฉารู้สึกว่านี่คือโชคชั้นใหญ่ บุตรสาวอนุผู้

ไม่ได้รับความโปรดปรานคนหนึ่ง ไฉนจึงต้องตา

ลู่เจียเสวียได้

นางตั้งใจผ่อนเสียงให้เนิบช้าลงเล็กน้อย “มีสตรี

มากมายคิดจะกระโจนเข้าหาเขา แต่ไม่มีผู้ใดทำ

สำเร็จ ต่อไปหากติดตามเขาย่อมได้เสพสุขกับ

เกียรติยศและความมั่งคั่งไร้สิ้นสุด ครานี้คุณหนู

หกของตระกูลพวกเจ้าถือว่าได้บินขึ้นสู่ยอดไม้

แล้ว ฮูหยินรองหลัว ท่านต้องพินิจให้ถี่ถ้วน รีบไป

บอกกล่าวคุณหนูหกของพวกท่านเถิด! นางน่าจะ

มาได้แล้วกระมัง”

พูดแล้วก็เหลือบตามองไปทางประตู เมื่อครู่นาง

ให้คนไปรายงานแล้ว เหตุใดจนบัดนี้จึงยังมาไม่ถึง

อีก คราแรกนางส่งคนไปบอกกล่าวเฉียวอี๋เหนียง

เอ่ยเพียงว่ามีขุนนางใหญ่ท่านหนึ่งมีใจปรารถนา

ต่อหลัวอี๋เหลียน แต่ไม่ได้พูดให้ชัดว่าเป็นผู้ใด

เฉียวอี๋เหนียงยังตอบจดหมายกลับมาอย่างนอบ

น้อม เปียมไปด้วยความคาดหวัง เมื่อเรื่องดำเนิน

มาถึงช่วงสำคัญ อีกฝั่ายกลับเล่นตัววางท่าสูงศักดิ์

ทำตนล่าช้าขึ้นมา

นางเองย่อมสงสัยใคร่รู้ แท้จริงแม่นางหกของ

ตระกูลนี้งดงามดุจเทพเซียนปานใดจึงทำให้ใต้

เท้าผู้บัญชาการต้องตาได้

หลินไห่หรูเกือบสำลักน้ำชา “ผู้ที่ฮูหยินเฉากล่าว

ถึงคือ…ลู่เจียเสวีย ผู้บัญชาการลู่”

ปีนั้นที่เขานำทัพทหารไปยังเมืองเปั่าติ้ง หลินไห่

หรูเคยได้เห็นเขาจากระยะไกลครั้งหนึ่ง บุคคล

ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เหตุใดจึงต้องตาหลัวอี๋เหลียนได้เล่า

เดิมทีที่เรียกหลัวอี๋หนิงมาก็เพื่อให้ชมเรื่องสนุก

ครานี้ถือว่าได้ชมเรื่องสนุกจริงๆ แล้ว

หลินไห่หรูหันไปมองหลัวอี๋หนิงก็พบว่านางเองก็

ตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนาน ถ้วยชาในมือของนาง

เอียงลง เคราะห์ดีที่ได้สติจึงจับไว้ได้มั่นอย่าง

รวดเร็ว ทว่าหลังจากนั้นมือก็ดูสั่นเทาขึ้นเล็กน้อย

——————–

1. เซวียนเว่ยสื่อคือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้

ปกครอง พื้นที่ของพวกชนกลุ่มน้อยที่อยู่ใต้

อาณัติ หรือที่เรียกเซวียนเว่ยซือ (宣慰司

) เป็นเขตปกครองระดับ 2 รับคำสั่งจาก

มณฑลถ่ายทอดคำสั่งลงไปยังเขตการบริหาร

ระดับล่างลงไป

2. จี้ซื่อภรรยาที่แต่งงานใหม่หลังจากที่

ภรรยาคนแรกได้เสียชีวิตไป

3. เผียนถี่เหวินเป็นรูปแบบร้อยแก้วหนึ่ง

วรรณคดีจีน ลักษณะเด่นคืออยู่ในเส้นปกติที่

จัดเรียงเป็นคู่ แต่ละบรรทัดส่วนใหญ่

ประกอบด้วยอักขระสี่หรือหกตัว

4. ตะพาบน้ำ หมายถึงพวกคนชั่ว สารเลว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 165"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
18/06/2026
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
18/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.