Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 166

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 166
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ไม่นานเฉียวอี๋เหนียงก็พาหลัวอี๋เหลียนมาถึง

หลัวอี๋เหลียนตั้งใจแต่งตัวเป็นพิเศษ บนข้อมือ

ของนางสวมกำไลหยกเนื้อวาว เกล้ามวยผมย้อย

เสื้อกันหนาวเค่อซือสีเขียวทะเลสาบ คลุมทับด้วย

ผ้าโปร่งลายดอกไม้อีกชั้นหนึ่ง กระโปรงสีขาว

จันทร์นวลบริสุทธิ์

ฮูหยินเฉารอบรำพึงในใจว่าช่างเป็นโฉมงาม

สะคราญโดยแท้จริง นางยิ้มพลางโบกมือเรียก

หลัวอี๋เหลียนให้มาข้างกาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียง

ชื่นชม “ท่านนี้ก็คือแม่นางหกใช่หรือไม่ เป็นสาว

งามสะคราญอย่างแท้จริง!”

“ฮูหยินเฉาเกรงใจแล้วเจ้าค่ะ” หลัวอี๋เหลียนยอบ

กายคารวะ นางรู้ว่าที่วันนี้ฮูหยินเฉามาก็เพื่อทำ

การสู่ขอ ดวงหน้าจึงแดงเรื่อเล็กน้อย

ฮูหยินเฉาให้นางนั่งลง ก่อนถามด้วยน้ำเสียง

อ่อนโยน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่ต้องการสู่ขอเจ้าเป็น

ผู้ใด”

“เมื่อครู่หมัวมัวที่มารายงานได้บอกแล้วเจ้าค่ะ”

ดวงหน้าของหลัวอี๋เหลียนยิ่งแดงเรื่อ

ขณะที่นางและเฉียวอี๋เหนียงรู้ว่าเป็นผู้ใดก็ตะลึง

นิ่งอยู่นาน รอจนผู้ที่มารายงานจากไปแล้ว เฉียว

อี๋เหนียงจึงได้ดึงนางไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียง

ตื่นเต้น “ลูกสาวของข้า เป็นท่านผู้บัญชาการลู่

เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่นเป็นบุคคลประเภทใด! หากเจ้า

ได้แต่งกับลู่เจียเสวีย ได้เปั่าลมข้างหมอน[1]เขา

ด้วยความสามารถของเขาในกาลข้างหน้า เจ้า

จะต้องเป็นที่ยกย่องนับหน้าถือตา”

หลัวอี๋เหลียนราวกับถูกหยวนเปั่า[2]พุ่งเข้าใส่ ตก

อยู่ในภวังค์เป็นเวลานาน

นางเคยได้ยินเรื่องราวดุจตำนานของคนผู้นี้จาก

ปากของผู้อื่น นายท่านหนิงหย่วนโหว ในมือกุม

อำนาจทางทหารสำคัญ ปีนั้นเขายังใช้วิธีการ

โหดเหี้ยมในการชะล้างจวนโหว ช่วงชิงตำแหน่ง

โหวมาได้สำเร็จ เหตุใดเขาจึงต้องตานางขึ้นมาเล่า

“ทว่า…เป็นเพียงอนุ”

“ลูกของข้า เจ้าคิดว่าภรรยาเอกของตระกูล

สามัญทั่วไปจะหาญเทียบกับตำแหน่งอนุของผู้

บัญชาการลู่ได้หรือ” เฉียวอี๋เหนียงยิ้มที่หลัวอี๋

เหลียนคิดเรียบง่ายเกินไป “เป็นอนุแล้วอย่างไร

เพียงคนเบื้องหลังของเจ้าคือลู่เจียเสวีย จะมีผู้ใด

กล้าดูหมิ่นเจ้าอีก แม่เองก็สามารถอาศัยเจ้า

เพื่อให้ยืนได้อย่างมั่นคงในตระกูลหลัวแล้ว”

หลัวอี๋เหลียนเอ่ยถามอย่างลังเล “ผู้บัญชาการลู่

เก่งกาจถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

“แม้ตำแหน่งของพี่ชายสามเจ้าจะสูงส่ง แต่ก็เป็น

เพียงรองเสนาบดี เป็นตำแหน่งขุนนางขั้นสาม”

เสียงของเฉียวอี๋เหนียงพลันเบาลง “ส่วนเขาเป็น

ผู้สำเร็จราชการเซวียนต้า แม้แต่ท่านอิงกั๋วกงบิดา

ของหลัวอี๋หนิง เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ยังต้อง

พินอบพิเทา ฟังลู่เจียเสวียสั่งการ”

เมื่อหลัวอี๋เหลียนคิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าแผ่นหลัง

ของตนยามที่นั่งอยู่ในห้องโถงหลักนี้พลันยืดตรง

อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางมองหลัวอี๋หนิงที่นั่ง

อยู่เบื้องหน้า สีหน้าอีกฝั่ายไม่สู้ดีนัก ดูซีดขาว

เล็กน้อย ที่สำคัญยังดูคล้ายตกอยู่ในภวังค์

ตลอดเวลา หลัวอี๋เหลียนอดคิดไม่ได้ว่าหลัวอี๋หนิง

คงรู้สึกอิจฉาและตกตะลึงพรึงเพริศกระมัง มิ

เช่นนั้นสีหน้าคงไม่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้

ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่นางรู้สึกอิจฉาตน

ตลอดเวลาฮูหยินเฉาเอาแต่พูดคุยกับหลัวอี๋

เหลียน อี๋หนิงรับจานพุทรามาจากสาวใช้ก่อนส่ง

ให้นาง ทว่าฮูหยินเฉากลับหยิบขึ้นมาสองสามผล

แล้วส่งให้หลัวอี๋เหลียนชิม ทั้งยังคลี่ยิ้ม “ข้าดูสี

หน้าของแม่นางหกไม่ค่อยดีนัก ควรจะบำรุงเลือด

ลมสักหน่อย”

อี๋หนิงเห็นเช่นนั้น มุมปากก็ยกหยักขึ้นเล็กน้อย

วางจานลงไปบนโต๊ะ

หลินไห่หรูชวนให้ฮูหยินเฉาอยู่กินมื้อเที่ยงก่อน

แล้วค่อยจากไป นางมองท่าทางของสองแม่ลูก

เมื่อเห็นว่าคงไม่ปฏิเสธจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “งาน

มงคลนี้เยี่ยมยอดนัก ข้าในฐานะแม่ใหญ่จึงขอ

ตอบตกลงแทนนางก่อน พรุ่งนี้ค่อยส่งคนไปบอก

กล่าวที่จวนของท่านอย่างเป็นทางการ”

ยามนี้ฮูหยินเฉาจึงได้ถูกส่งออกจากจวน ทางด้าน

บ้านหลัก เมื่อนางเฉินได้ทราบข่าวก็พาหลัวอี๋อวี้ที่

เพิ่งกลับมายังบ้านมารดามาเยี่ยมเยือนหลัวอี๋

เหลียน

หลายร้อยปีไม่ยอมพบพาน มาครานี้กลับจับมือ

ของหลัวอี๋เหลียนไว้พลางกล่าวยกย่องนางอย่าง

กระตือรือร้น กระทั่งหลัวอี๋อวี้ที่ไม่รักการปริปาก

ก็ยังเค้นคำพูดทำนอง ‘น้องสาวผู้แสนประเสริฐ

พวกเราสองพี่น้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันตั้งแต่

วัยเยาว์’ ออกมาหลายประโยค อี๋หนิงลอบคิด นี่

เรียกว่าความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือ ทั้งที่ไม่ได้ไปมา

หาสู่กันนานแรมปีจนแทบจะเรียกได้ว่าตัด

ความสัมพันธ์กันแล้ว

หลัวอี๋หนิงดื่มชาอยู่ด้านข้างสักพักก็กลับไป

พักผ่อนที่เรือนของตน เดิมนางยังรู้สึกง่วงงุน ทว่า

เหตุใดตอนนี้กลับนอนไม่หลับเสียแล้ว

แต่ไรมาลู่เจียเสวียก็ไม่เคยกระทำตามกฎเกณฑ์

เขามีเจตนาแต่งรับหลัวอี๋เหลียนเป็นอนุจริงหรือ

อี๋หนิงนึกถึงประโยคที่เขาเคยกล่าวไว้ ‘ข้าจะไม่มี

วันปล่อยเจ้าไป’

สิ่งที่หลัวอี๋หนิงอยากรู้มากที่สุดคือเขาคิดจะทำ

อะไร การกระทำของเขาในยามนี้ทำให้ผู้คนไม่

อาจคาดเดา เขามาสู่ขอหลัวอี๋เหลียนถึงประตู

จวนโดยไร้สาเหตุ หากต้องการแต่งรับหลัวอี๋

เหลียนเป็นอนุจริงๆ ก็ช่างเถิด อี๋หนิงย่อมไม่คิด

จะสนใจ ทว่าสถานการณ์ในยามนี้ไม่ชัดเจน

แท้จริงแล้วเขากำลังวางแผนอะไรกันแน่

หลัวอี๋หนิงผล็อยหลับช้าๆ ในห้วงภวังค์ฝัน นาง

ฝันถึงปีนั้น เป็นภาพเหตุการณ์ที่ลู่เจียเสวียมาสู่

ขอนาง

ยามนั้นเป็นฤดูวสันต์ เป็นช่วงที่ดอกเหรินฮวา

กำลังผลิบาน เขายังไม่ใช่ผู้บัญชาการลู่ ใบหน้า

อ่อนเยาว์หล่อเหลาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสุข

สงบ เขากำลังหารือกับท่านย่า ขณะที่อี๋หนิง

สัมผัสม่านจนทำให้มันสั่นไหวเล็กน้อย ลู่เจียเสวีย

ก็เหลือบตามองมาทางนาง เขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่

ยิ้ม ราวกับรู้นานแล้วว่านางอยู่ตรงนั้น แต่ไม่คิด

จะเปิดเผย ท่าทีเขาเต็มเปียมไปด้วยความ

คาดหวัง

จากนั้นดอกเหรินฮวาท้ายวสันตฤดูก็หายไป

ท้องฟั้ากลายเป็นสีเทามืด ปกคลุมไปด้วยหมอก

หนา มีคนกำลังตะโกนเรียกชื่อผู้ใดบางคนด้วย

น้ำเสียงแหบแห้ง ท่ามกลางกองหินและพุ่มไม้

หนาทึบใต้หน้าผา เขาเดินซวนเซ ผู้ที่ประคองเขา

ไว้กล่าวเกลี้ยกล่อมตลอดเวลา “นายท่านสี่ หาไม่

พบแล้วกลับเถิดขอรับ ท่านยังมีเรื่องสำคัญต้อง

ทำ จะล่าช้ามิได้!”

เขาสะบัดมือคนผู้นั้นออกแล้วก้าวต่อไปด้านหน้า

น้ำเสียงแหบพร่าจนฟังไม่เป็นศัพท์ นกคัดคู

ร้องไห้เป็นสายเลือด เปล่งเสียงอย่างเจ็บปวดรวด

ร้าวก็คงมีสภาพเป็นเช่นนี้

อี๋หนิงลืมตาขึ้นโดยพลัน สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย

หน้าผากของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ นั่นเป็นหน้าผา

ที่เหมือนกับฝันร้ายนั้น

นางฝันถึงอะไรกัน ทั้งที่ไม่เคยเห็นภาพเหตุการณ์

นั้นมาก่อน หรือว่าหลังจากนางตายแล้ว ลู่เจียเส

วียจะไปหานางที่ใต้หน้าผาจริง

เมื่อหลัวอี๋หนิงเห็นท้องฟั้าด้านนอกมืดสลัวแล้วจึง

เรียกคนเข้ามาจุดตะเกียง

เจินจูถือเชิงเทียนเข้ามา ภายในห้องพลันสว่าง

และอบอุ่นขึ้น เจินจูเช็ดเหงื่อให้นางพลางกล่าว

“อากาศเย็นถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านจึงนอนจนเหงื่อ

ผุดเต็มศีรษะ”

อี๋หนิงโคลงศีรษะเป็นเชิงไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ ก่อน

จะถามนาง “พี่ชายสามกลับมาแล้วหรือ” อี๋หนิง

ต้องบอกกล่าวเรื่องหลัวอี๋เหลียนกับเขา ให้เขาได้

เตรียมการ

“นายท่านเขยกลับมาดูท่านครั้งหนึ่ง ครั้นเห็นว่า

ท่านกำลังหลับสนิทจึงได้จากไป จนบัดนี้ก็ยังไม่

กลับมาเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงผงกศีรษะ ก่อนจะถามเรื่องทางด้านของ

หลัวอี๋เหลียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจินจูกล่าว “…

นายท่านรองตั้งใจกลับมาพบเฉียวอี๋เหนียงกับ

คุณหนูหก ที่เรือนของเฉียวอี๋เหนียงครึกครื้น

ประหนึ่งกำลังฉลองเทศกาล คนของห้องสะสาง

งานยังส่งสิ่งของไปเป็นจำนวนมาก ข้าเห็นคน

ของห้องอื่นๆ ก็พากันส่งของเข้าไป ท่านต้องการ

ส่งของขวัญไปบ้างหรือไม่เจ้าคะ”

อี๋หนิงให้เจินจูประคองนางขึ้น “เพิ่มลายบุปผา

บนผ้าดิ้น[3]จะมีประโยชน์อันใด นางจะได้อาศัย

โอกาสนี้กลั่นแกล้งข้าจนถึงตายเสียมากกว่า”

ทว่าเมื่อตรึกตรองแล้ว นางก็เปลี่ยนความตั้งใจ

ยามนี้หลัวเฉิงจางกำลังอยู่ที่เรือนของเฉียวอี๋

เหนียง เกรงว่าหากนางไม่ส่งของขวัญเข้าไปคง

ต้องถูกเฉียวอี๋เหนียงสร้างเรื่องใส่ร้ายสักสอง

ประโยค อี๋หนิงให้เจินจูนำหยกมือพระพุทธรูป

เนื้อเยี่ยมออกมาจากคลังสมบัติแล้วส่งไปยังเรือน

ของเฉียวอี๋เหนียง

หลัวเซิ่นหย่วนเดินออกมาจากตำหนักหวงจี๋พร้อม

กับพวกสวีเว่ย สวีเว่ยโมโหจนสีหน้าดำคล้ำ ไม่

เอื้อนเอ่ยวาจา

เมื่อครู่ในตำหนัก เป็นเพราะเรื่องในกุ้ยหยางวั่ง

หย่วนจึงถวายฎีกาฟั้องร้องโจวซูฉวินถึงสิบแปด

ข้อหา กล่าวว่าเขาชั่วช้า แม้ตายก็ไม่น่าเสียดาย

จนสุดท้ายฮ่องเต้กล่าวออกมาว่า “หากเขาไม่ฆ่า

ตัวตายชดใช้ความผิด เจิ้นก็จะทำให้เขาอยู่มิสู้

ตาย!”

โจวซูฉวินเป็นขุนนางซื่อสัตย์ ขณะที่ดำรง

ตำแหน่งขุนนางในท้องที่ก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจ

ทำงานอย่างหนัก ยังไม่ต้องกล่าวถึงที่ถูกคน

ของวั่งหย่วนแย่งชิงความดีความชอบไป แต่

สุดท้ายยังถูกทำลายชื่อเสียงทางการเมือง บีบคั้น

ให้เขาต้องรับโทษทางอาญา

สวีเว่ยโมโหจนแทบอาละวาด

ทว่าเขาพยายามอดกลั้นไม่กล่าวอะไร รอจนเลี้ยว

ผ่านหัวมุม เขาก็หันกลับมาพูดกับศิษย์ที่

ภาคภูมิใจทั้งสองของตน “จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้

ต่อไปไม่ได้แล้ว”

สีหน้าของเขาตึงเครียด กวาดตามองศิษย์ทั้งสอง

สุดท้ายก็หยุดสายตาลงบนร่างของหยางหลิง

“โหยวหมิง เจ้าไม่ต้องเข้ามาพัวพันเรื่องนี้แล้ว

พรุ่งนี้ข้าจะขอพระราชโองการจากฮ่องเต้ ให้เจ้า

ย้ายไปเป็นซื่อเย่[4]ที่กั๋วจื่อเจียน[5] ตั้งแต่วันนี้เป็น

ต้นไป เจ้าต้องไปมาหาสู่กับพวกเราให้น้อยลง”

ทันทีที่หยางหลิงได้ยินประโยคนี้ก็ตะลึงงัน ไม่

เข้าใจว่าอาจารย์กำลังหมายถึงอะไร

“อาจารย์ ท่าน…นี่ท่านต้องการโยกย้ายตำแหน่ง

ข้าหรือ” เป็นเรื่องจริงที่ในกลุ่มคนเหล่านี้ เขามี

ตำแหน่งขุนนางต่ำสุด หากอาจารย์ไม่ต้องการให้

เขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องก็ถือเป็นเรื่องปกติ ทว่า

แม้จะเข้าใจ แต่หยางหลิงก็ยังรู้สึกผิดหวังอยู่

เล็กน้อย

สวีเว่ยกล่าว “เรื่องอื่นเจ้าไม่ต้องถามให้มากความ

ข้ากับเซิ่นหย่วนจะจัดการเอง”

เขาโบกมือให้หลัวเซิ่นหย่วนตามไป หยางหลิงม

องแผ่นหลังของทั้งสองคน ก่อนพรูลมหายใจ

ออกมาแผ่วเบา ต่อให้เขาไม่รู้สึกอิจฉาหลัวเซิ่น

หย่วน แต่ก็มีบางครั้งที่รู้สึกสังเวชใจที่ชะตาของ

คนแตกต่างกัน จิ้นซื่อในชั้นเดียวกัน ทว่า

ตำแหน่งของหลัวเซิ่นหย่วนกลับก้าวหน้าไปไกล

จนเขาไม่อาจหาญเทียบแล้ว

หลัวเซิ่นหย่วนก้มศีรษะลงลอบยิ้ม ซื่อเย่แห่ง

กั๋วจื่อเจียน สวีเว่ยช่างลงทุนลงแรงนัก หยางหลิง

ไม่เข้าใจ ตำแหน่งนี้อาจดูเหมือนไม่สลักสำคัญ

อะไร ทว่าหลังจากนี้ไม่กี่ปี เขาก็จะมีลูกศิษย์ทั่ว

ราชสำนัก ต่อไปหากจะทำการใดก็เป็นดั่งปลาได้

น้ำ

“เซิ่นหย่วน” สวีเว่ยหยุดยืนนิ่ง มองโคมกงเติงที่

กำลังแกว่งไกวซึ่งอยู่ไกลออกไป เขากล่าว “ข้าจะ

เริ่มลงมือกับบุตรชายของวั่งหย่วน บุตรชายของ

เขาไม่ระวังตัวเท่าจิ้งจอกเฒ่า ในมือข้าพอมี

หลักฐานเกี่ยวกับเขาอยู่บ้าง แต่ยังห่างจากคำว่า

เพียงพอนัก เจ้ายินดีจะช่วยข้าหรือไม่”

สวีเว่ยคิดอยากเก็บหยางหลิงไว้จึงปกปั้องทุกด้าน

ดังนั้นตัวเขาเองจึงต้องประจันหน้ากับอันตราย

โดยตรง ใช้ไหวพริบและความสามารถในการตั้ง

รับอันยอดเยี่ยมจึงสามารถต่อกรได้ แน่นอนว่านี่

ถือเป็นการขัดเกลาให้เขาคุ้นชินกับการรับมือกับ

สถานการณ์วิกฤต หลัวเซิ่นหย่วนตอบ “ข้าจะ

ลองดูก่อน หากไม่สำเร็จค่อยบอกท่าน”

เขาเดินตรงไปนอกประตู รถม้าจอดรออยู่ด้าน

นอก

หลัวเซิ่นหย่วนนั่งอยู่บนรถม้าแล้วหลับตาลง รถ

ม้าเริ่มเคลื่อนตัวโยกไหว ผู้ติดตามที่อยู่ข้างรถม้า

กล่าวขึ้น “ใต้เท้าหลัว นายท่านส่งคนมาแจ้งข่าว

กล่าวว่าวันนี้ผู้บัญชาการลู่ส่งฮูหยินเฉามา เขามี

เจตนารับคุณหนูหกของพวกเราเป็นอนุ นายท่าน

กำลังรอท่านกลับไปร่วมหารือขอรับ”

วันนี้ลู่เจียเสวียส่งคนมารึ

หลัวเซิ่นหย่วนลืมตา

เมื่อครู่ก่อนที่เขาจะออกมา เขาไปดูอี๋หนิงว่าหลับ

สนิทหรือไม่ นางหลับไม่ค่อยสนิทนักคล้ายกำลัง

ฝันร้าย เมื่อเขาเห็นอี๋หนิงหลับไม่สบายยังอุ้มนาง

จากเก้าอี้นางสนมไปนอนบนตั่งไม้ ครั้นเขามอง

อี๋หนิง หัวใจก็พลันสัมผัสได้ถึงความอ่อนละมุน

เขาประทับรอยจูบบนริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา

รวดเร็ว

หลัวเซิ่นหย่วนวางนางลงและจัดผ้านวมให้ เขา

คล้ายได้ยินอี๋หนิงพึมพำบางสิ่ง หลัวเซิ่นหย่วน

เขยิบเข้าใกล้ก็ได้ยินคำว่าลู่ นางพึมพำย้ำไปมาอยู่

หลายครั้ง เขายืนฟังอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน

หลัวเซิ่นหย่วนอดใส่ใจไม่ได้ หากมิใช่เพราะเขา

ทำอะไรลู่เจียเสวียไม่ได้ เขาคงสังหารอีกฝั่ายไป

นานแล้ว น่าเสียดายที่สิบกว่าปีมานี้ลู่เจียเสวีย

สร้างรากฐานให้กับสถานะของตนไว้อย่างมั่นคง

จนเขาไม่อาจหาญเทียบ

ครั้นได้ยินรายงานของผู้ติดตาม ในที่สุดเขาก็รู้

แล้วว่า คำว่าลู่จากปากของหลัวอี๋หนิงก็คือลู่เจีย

เสวีย

วันนี้อารมณ์ของหลัวเซิ่นหย่วนย่ำแย่อย่างยิ่ง เขา

พิงตัวพักผ่อนกับผนังรถม้า ไม่อาจนึกแคลงใจอี๋ห

นิงเพราะเรื่องนี้ หลัวเซิ่นหย่วนเชี่ยวชาญในการ

ควบคุมอารมณ์ของตน จะอย่างไรเขาก็เป็นขุน

นางในราชสำนัก เขาไม่อาจสูญเสียการควบคุม

ตน

ถึงตระกูลหลัวแล้ว ทันทีที่หลัวเซิ่นหย่วนลงจาก

รถม้าก็ไปที่เรือนของหลัวเฉิงจางเพื่อหารือกับเขา

เรื่องของลู่เจียเสวีย

ยามนี้ท่าทีของเขาเปลี่ยนแปลงไป หากลู่เจียเสวี

ยอยากจะแต่งรับหลัวอี๋เหลียนเป็นอนุจริง เขา

ย่อมไม่ขัดขวาง ซ้ำยังจะมอบเงินสินเจ้าสาวให้

หลัวอี๋เหลียนด้วยอีกจำนวนหนึ่ง จะส่งมอบยัด

เยียดนางให้กับลู่เจียเสวียในเร็ววัน ส่งนางไปยัง

ตระกูลลู่ได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี แต่หากไม่ใช่เรื่องจริง

เขาย่อมต้องเตรียมการปั้องกันล่วงหน้า

หลัวเฉิงจางดีใจมาก แต่ไรมาเขาก็ห่วงใยเหลียน

เจี่ยร์มากกว่าผู้อื่น ยามนี้นางได้พึ่งพิงบุคคลสูง

ศักดิ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่ชีวิตที่เหลือจะไม่ต้องกังวล

กับชีวิตความเป็นอยู่ มีคนคอยปกปั้อง ที่สำคัญ

ยังสามารถสนับสนุนตระกูลหลัวได้ กาลข้างหน้า

เมื่อมีบุตรสาวคอยเปั่าลมข้างหมอนก็ไม่ต้องกลัว

ว่าผู้บัญชาการจะไม่ดูแลตระกูลหลัวแล้ว แม้หลัว

อี๋เหลียนจะเป็นเพียงอนุ แต่ลู่เจียเสวียก็ไม่เคย

แต่งรับอนุมาก่อน

เขายังส่งคนไปบอกกล่าวหลินไห่หรูให้จัดเตรียม

งานแต่งของเหลียนเจี่ยร์เป็นพิเศษ แม้ทางด้าน

ลู่เจียเสวียเพียงอยากแต่งรับอนุจึงไม่สนใจหกพิธี

การ ทว่าหลัวเฉิงจางก็หวังให้ลูกสาวแต่งออกไป

ด้วยรูปแบบขบวนเช่นห้องหลัก แต่งออกไปอย่าง

เอิกเกริก ทั้งงานเลี้ยง สินเจ้าสาว ตัวแทนของผู้ที่

มีครอบครัวสมบูรณ์ล้วนต้องมีครบครันอย่าได้

ขาด

หลัวเซิ่นหย่วนหารือกับเขาจนถึงกลางดึก เมื่อ

เทียบกับอารมณ์เฝั้ารออย่างกระตือรือร้นของ

บิดา เขากลับสงบนิ่งอย่างยิ่งยวด ลองจัดการขั้น

แรกก่อน เรื่องอื่นอย่าเพิ่งได้ผลีผลามวู่วาม

เมื่อเขากลับไปก็พบกับอี๋หนิงที่กำลังรอเขาอยู่

นางซุกตัวอยู่ในผ้านวม กำลังอ่านหนังสืออย่าง

ตั้งใจ เทียนยังคงถูกจุดสว่างไสว ครั้นนางเห็นเขา

กลับมาจึงหันมาเอ่ย “…ใช่แล้ว ข้าต้องคุยกับ

ท่านเรื่องของหลัวอี๋เหลียน”

หลัวเซิ่นหย่วนถาม “เจ้าจะพูดอะไร เรื่องที่ลู่เจีย

เสวียอยากจะแต่งรับนางเป็นอนุหรือ”

“หากลู่เจียเสวียคิดแต่งรับอนุจริง เขาจำเป็นต้อง

ลงทุนลงแรงถึงเพียงนี้เลยหรือ” หลัวอี๋หนิงกล่าว

ต่อ “เขาทั้งส่งแม่สื่อทั้งจะมาด้วยตัวเอง ข้ารู้สึก

ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ยามนี้เขามีอำนาจคับฟั้า ทั้ง

ยังเผด็จการ หากคิดต้องการสิ่งใด ไม่มี…”

“ท่านพ่อพอใจกับงานแต่งนี้มาก” หลัวเซิ่นหย่วน

นั่งลงข้างกายนาง นิ้วมือกำเข้าเล็กน้อย “ผู้อื่นไม่

สามารถคัดค้านได้ หากเขาคิดแต่งรับหลัวอี๋

เหลียนเป็นอนุจริงก็ต้องปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น

หากว่าไม่ใช่ ข้าเองก็อยากดูว่าแท้จริงแล้วเขา

ต้องการทำสิ่งใด”

เมื่อเห็นเขามีท่าทางเคร่งขรึม อี๋หนิงก็รู้สึก

ประหลาดใจ นางวางหนังสือลงแล้วเรียกเขา

“พี่ชายสาม”

“พอได้แล้ว รีบพักผ่อนเถิด” หลัวเซิ่นหย่วนหัน

กลับไปกล่าว

หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จ เขาก็เดินเข้ามา

ดับเทียน ภายในห้องพลันเปลี่ยนเป็นมืดสนิท

อี๋หนิงกำลังเตรียมตัวนอน เหตุใดเขาจึงดับเทียน

ทั้งหมดเล่า ยามนางนอนต้องเหลือเทียนจุดสว่าง

ไว้สักเล่ม

ทว่าจนปัญญา นางเองก็ไม่อยากลงจากเตียงไป

จุดเทียนอีกครั้ง จะเรียกสาวใช้ก็ดึกเกินไป

เช่นนั้นก็มุดตัวเข้าไปนอนในผ้านวมของเขาแล้ว

กัน อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก อี๋หนิงเขยิบเข้าใกล้

แต่กลับสัมผัสได้เพียงผ้านวม หาปลายขอบผ้าไม่

เจอเสียที

ดูคล้ายคนข้างกายจะไม่อาจสะกดกลั้นได้อีก ใน

ที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวแล้ว แขนแข็งแรงคู่หนึ่ง

รวบรัดตัวนาง อี๋หนิงยังไม่ทันตั้งตัวก็ตกเข้าไปอยู่

ในผ้านวมของเขา จากนั้นร่างอันหนักอึ้งก็ทาบ

ทับลงบนร่างนางอย่างรวดเร็ว ลมหายใจถี่กระชั้น

ร้อนผ่าว

อี๋หนิงตื่นตระหนกโดยพลัน

ภายในเตียงปั๋าปูั้มืดสลัวไร้แสงเทียน มีเพียงแสง

จันทร์บางเบาที่ลอดเข้ามา สิ่งต่างๆ ดูพร่าเลือน

ทว่ายังคงสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่พาให้รู้สึกวาบ

หวามนั้นได้

“พี่ชายสาม…” นางขานเรียกเขา

“เจ้ากำลังทำอะไร” น้ำเสียงเขาเย็นชา “อี๋หนิง

นอนในอ้อมกอดของข้ารู้สึกสบายมากหรือไม่”

“ก็ไม่เลว” อี๋หนิงตอบเสียงเบา จากนั้นนางก็

คล้ายสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาตอบสนองอันร้อนระอุ

บางอย่างบนร่างเขา ทำให้ทั้งร่างนางพลันแข็งทื่อ

หลัวเซิ่นหย่วนยิ้มขื่น กล่าวต่อไปว่า “อี๋หนิง ข้า

เป็นบุรุษเต็มวัย เจ้าไม่รู้หรือว่าการที่เจ้านอนกับ

ข้าทำให้ข้าต้องทุกข์ทรมานเพียงใด”

เมื่อก่อนมิใช่ว่านอนด้วยกันอยู่บ่อยครั้งหรอก

หรือ นางยังหลงนึกว่าเขาไม่ถือสาอะไร

อี๋หนิงหวนนึกถึงทุกครั้งที่ตนนอนกับเขา เขามัก

หลับไม่ค่อยสนิท กระทั่งถึงกลางดึกก็ยังข่มตา

นอนไม่ลง

“เช่นนั้นข้าไปจุดเทียนดีกว่า” อี๋หนิงพูด ก่อน

แสดงสัญญาณให้เขาปล่อยนางให้ลุกขึ้น

อี๋หนิงเพิ่งกล่าวประโยคนี้จบก็สัมผัสได้ถึงริม

ฝีปากของเขาที่จรดลงบนลำคอ พาให้สั่นสะท้าน

หวามวาบ ผิวของนางไวต่อสิ่งเร้า แม้การสัมผัส

อันแผ่วเบาก็รับรู้ได้

“ยามนี้เจ้ายังคิดจะไปอีกหรือ” หลัวเซิ่นหย่วนทิ้ง

น้ำหนักลงทาบทับตัวนาง “ต่อไปข้าสามารถนอน

กอดเจ้าเพื่อที่เจ้าจะได้หลับอย่างสนิท จะให้กอด

อย่างไรก็ได้ตราบเท่าที่เจ้าชอบ เพียงแต่

ความสัมพันธ์ของเราไม่อาจเป็นเช่นแต่ก่อนแล้ว”

ความหมายนี้ของเขา…อี๋หนิงยังไม่ทันตอบโต้ก็

สัมผัสได้ถึงเสื้อผ้าที่ถูกคลายออก เพราะลมหนาว

เข้าปะทะ ร่างของนางจึงสั่นสะท้าน ปลายเท้าจิก

งอขึ้นเล็กน้อย

ลมหายใจของหลัวเซิ่นหย่วนผ่าวร้อนขึ้นเรื่อยๆ

ริมฝีปากที่จรดบนแก้มนางร้อนระอุ มือของนาง

ถูกเขาจับยึดไว้ นางเรียกขานพี่ชายสามด้วยเสียง

พึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ บิดกายพยายามหลบหนี แต่

กลับถูกร่างของเขาทาบกดไว้แน่น อี๋หนิงมองแผง

อกที่กำยำแข็งแรงและแขนที่เปียมไปด้วย

พละกำลังของเขา จากนั้นลมหายใจก็พลันสะดุด

เล็กน้อย นางยังคงล่องลอยอยู่บนท้องฟั้า ทว่า

ทันใดนั้นเขาก็คว้าตัวนางลงมา

นางกอดแขนอันกำยำของหลัวเซิ่นหย่วนไว้โดยไม่

รู้ตัว

หลัวอี๋หนิงสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของ

ความปรารถนาของบุรุษ นางคิดจะหลบหนี แต่

เขากลับรวบข้อมือของนางไว้ ไม่ยอมให้นาง

หลีกเลี่ยง เดิมกระดูกของหลัวอี๋หนิงก็เล็กเรียว

ยามมือของเขารวบมือของนางก็ยังคงเหลือที่ว่าง

เขายื่นมือออกไปจับมืออีกข้างของนางมากำรวบ

ไว้ในมือ จากนั้นก็ก้มศีรษะประทับจูบลงบนนิ้ว

มือของนางอย่างแผ่วเบา เคลื่อนผ่านแต่ละนิ้ว

พร้อมลมหายใจที่ร้อนลวก เดิมทีปลายนิ้วก็ไวต่อ

สิ่งเร้าอยู่แล้ว ความรู้สึกวาบหวามพวยพุ่งขึ้นมา

เป็นระลอก

มือที่อยู่ในฝั่ามือใหญ่ลื่นละเอียดเหลือคณา

แม้แต่ผ้าไหมชั้นเลิศก็ยังไม่อาจให้สัมผัสเช่นนี้ ยิ่ง

ไปกว่านั้นเมื่อมือทั้งคู่ของนางถูกเขากอบกุมไว้

บัดนี้นางจึงเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอบอบบางที่

ปล่อยให้เขาลูบสัมผัสได้ตามอำเภอใจ เสียงของ

หลัวเซิ่นหย่วนดังขึ้นอีกครั้ง “อย่าได้หวาดกลัว

ไป”

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านเข้ามาเผยให้เห็นตู้โตวสีแดง

ซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านรอยแยกของสาบเสื้อของ

อี๋หนิงที่คลายออก บนตู้โตวลู่โฉวปักลายใบปทุม

ก้านดอกปทุมสีชมพูอ่อนพันธนาการเกี่ยว

กระหวัด ดอกบงกชตูมแหลมมน เฝั้ารอวันผลิ

บาน

ยามที่หลัวเซิ่นหย่วนอยู่ในฐานะพี่ชาย เขาวางท่า

เคร่งขรึม เพียงนางแสดงท่าทีเปราะบาง เขาก็จะ

ปล่อยนางไป แต่ในสถานะสามีเขาเป็นบุรุษเพศ

ความปรารถนาในการครอบครองของผู้ที่อยู่ใน

ฐานะสามีเข้มข้นรุนแรง แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยน

เพียงใดสุดท้ายก็ยังเป็นดุจสัตว์ร้าย

หลัวเซิ่นหย่วนต้องการครอบครองนาง เมื่อก่อน

เขามักอดกลั้นอยู่เป็นนิจ ทว่ายามนี้ไม่อาจฝืน

สะกดกลั้นไว้แล้ว

หลัวเซิ่นหย่วนกอดนางไว้ใต้ร่าง แม้แต่คำปฏิเสธ

อี๋หนิงก็ไม่มีโอกาสได้เปล่งออกมา นางถูกปิดปาก

ไว้อีกครั้ง

อี๋หนิงส่งเสียงต่ำโดยไม่รู้ตัว “ไม่! ไม่ได้…” นาง

เกรงว่าจะทนรับไม่ไหว

สำหรับบุรุษผู้สูญเสียสติสัมปชัญญะ เสียงอันแผ่ว

เบาของนางยิ่งพัดกระพือให้ไฟลุกโชน เขากดนาง

ไว้กับหัวเตียง อี๋หนิงเจ็บปวดจนแทบอยากถีบเขา

ออกไป ดูคล้ายจะสอดแทรกเข้าไปได้ไม่หมด อัน

ที่จริงต้องถือว่าหลัวเซิ่นหย่วนพยายามสะกดกลั้น

อย่างเต็มกำลังแล้ว มิเช่นนั้นนางคงมีสภาพ

อเนจอนาถยิ่งกว่าในยามนี้ หลัวอี๋หนิงไม่เคย

ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดมาก่อน ทว่าตอนนี้

นางกลับนึกอยากร้องไห้ออกมา เขาฝืนหยุด

ชั่วคราว ก่อนปลอบประโลมนางเสียงแผ่วเบา

“ต่อไปก็จะดีขึ้นแล้ว…”

เขาจนปัญญา ก่อนหน้านี้ที่อดกลั้นมาโดยตลอด

เหตุผลหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องนี้

ต่อไปก็ไม่มีทางดีขึ้นได้ นี่มันไม่เหมาะสมกันเลย!

อี๋หนิงโกรธจนกัดเขา ทว่าทันทีที่เขาออกแรง

แขนของเขาก็เขม็งตึงขึ้น จะกัดอย่างไรก็กัดไม่ลง

แต่กลับทำให้หลัวเซิ่นหย่วนเริ่มส่งเสียงหอบต่ำ

อี๋หนิงเพิ่งมีอายุสิบสี่ ร่างยังเล็กบอบบาง ร่างที่อยู่

ภายใต้การกดทับของเขาประหนึ่งลูกแกะน้อยที่

ถูกทาบทับด้วยภูเขา

หลัวเซิ่นหย่วนเพียงยิ้มออกมา เขาอุ้มนางขึ้นมา

นั่งในอ้อมกอดของตน นางทำได้เพียงกอดเขา

เอาไว้ จากนั้นก็ถูกเขาพาเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง เพราะ

ถูกกักขังอยู่ในซอกมุมจึงไร้ทางหลบหนี นางเป็น

ดุจผลมี่เถา[6]ที่อวบอิ่มชุ่มฉ่ำ ถูกเขาดูดกลืนกิน

เนื้อและน้ำ กระทั่งเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ทุกอย่าง

จึงสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงลมหายใจหอบของเขา

แสงจันทร์พร่าเลือน อี๋หนิงที่เดิมสติก็ไม่แจ่มชัด

นักรู้สึกอยากนอนเต็มกำลัง มือที่ผลักออกไปอ่อน

ระโหยโรยแรง สภาพนางราวกับดินโคลนเหลว

กองหนึ่ง

หลัวเซิ่นหย่วนสงบขึ้นมาก ครั้งแรกทำให้เขา

พอใจขึ้นมาเล็กน้อย เขากอดปลอบประโลมนาง

จากนั้นครั้งที่สองก็เริ่มขึ้น

อี๋หนิงผล็อยหลับไปในช่วงเช้าตรู่ นางรู้สึกได้ว่ามี

คนอุ้มนางไปอาบน้ำ อากาศหนาวมาก นางจึงซุก

ตัวเข้าไปในอ้อมกอดอันอุ่นร้อนของคนผู้นั้น เขา

อุ้มนางกลับมา ครานี้เขาสามารถกอดนางนอนได้

แล้ว นางรู้สึกชอบมาก

กาลข้างหน้าหากเกิดอะไรขึ้นก็ให้เขาเป็น

ผู้จัดการ นี่คือราคาค่างวดของการนอนหลับอัน

แสนสุข

วันรุ่งขึ้นอี๋หนิงสะดุ้งตื่น ก่อนจะพบว่าตนปวด

เมื่อยบริเวณเอว รู้สึกทรมานจนไม่อาจเปรียบ

จากนั้นก็พลันนึกถึงเมื่อคืนที่ไม่ว่านางจะปฏิเสธ

อย่างไร เขาก็กดทับนางไว้ใต้ร่างและเรียกร้องไม่

หยุด

เขาเองก็ตื่นแล้ว อี๋หนิงไม่กล้ามองเขาเล็กน้อย

นางหันหน้าออกไปมองแสงอาทิตย์นอกหน้าต่าง

หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า บนแผ่นหลัง

กำยำปรากฏรอยข่วนจากมือนาง เขาเดินเข้ามา

กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน “วันนี้เจ้านอน

พักผ่อนให้มาก ข้าให้สาวใช้ไปต้มไข่ลวกน้ำตาล

มาให้เจ้า อีกครู่ก็จะยกเข้ามา ที่เรือนของท่านแม่

ข้าก็ส่งคนไปบอกกล่าวแล้ว เจ้าไม่ต้องไปคารวะ”

ครั้นอี๋หนิงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็รู้สึกว่าไม่กล้ามอง

เขา ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับเชยใบหน้าของนาง

ขึ้นแล้วโน้มศีรษะลงจุมพิตบนหน้าผากของนาง

“ตอนเย็นข้าจะกลับมา”

อี๋หนิงปวดร้าวจนไม่อาจขยับกาย นางอยากกัด

เขาให้ตาย เย็นนี้อย่าได้กลับมาอีกเลย!

หลัวเซิ่นหย่วนสวมชุดขุนนางจากไปแล้ว

ในขณะนี้เองสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกก็รายงานเข้ามา

ว่าโหลวมามามาขอพบ อี๋หนิงให้พวกนางเข้ามา

โหลวมามาพาเจินจูและไต้เม่าเข้ามาด้วย เมื่อ

โหลวมามาเห็นสภาพของอี๋หนิง รอยยิ้มที่เดิมฉีก

กว้างก็พลันหุบลง สีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย

เมื่อนางได้รับรู้ว่าอี๋หนิงและหลัวเซิ่นหย่วนมี

ความสัมพันธ์เฉกสามีภรรยาแล้ว สีหน้าของโหลว

มามาก็ยิ่งถมึงตึง นางเป็นแม่นมของท่านอิงกั๋วกง

แต่เล็กท่านอิงกั๋วกงก็มีนางคอยปรนนิบัติดูแล

ครานี้นางตามมาเป็นสินเจ้าสาวให้อี๋หนิง กระทั่ง

ละทิ้งโอกาสเสพสุขในยามบั้นปลายชีวิตที่ชนบท

เพราะเห็นว่าคุณหนูอายุยังน้อย เกรงว่าเมื่อออก

เรือนไปแล้วจะถูกนายท่านเขยทำให้บาดเจ็บ

เพราะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

โหลวมามาให้เจินจูและไต้เม่าอยู่รอปรนนิบัติ

ส่วนนางไปอาบน้ำให้อี๋หนิงอีกครั้ง ทันทีที่เห็น

นางก็ยิ่งโกรธ คุณหนูมีร่องรอยบาดแผลฉีกขาด

เห็นทีคงเป็นเพราะคุณหนูยังแบกรับไม่ไหว แต่

ต้องมาถูกนายท่านเขยบังคับฝืนใช้กำลัง

โหลวมามาปาดขี้ผึ้งไว้บนฝั่ามือแล้วประกบร้อน

เพื่อให้ละลาย ก่อนทาลงบนรอยแผลเขียวช้ำของ

อี๋หนิง นางปวดใจจนอดกล่าวออกมาไม่ได้ “ครา

หน้าหากนายท่านเขยกระทำเยี่ยงนี้อีก ท่านต้อง

เรียกพวกบ่าวนะเจ้าคะ จะทนรับเช่นนี้ได้

อย่างไร!”

อี๋หนิงตกอยู่ในภวังค์ โหลวมามาต้องเรียกนางอีก

ครั้งจึงได้สติ อี๋หนิงทำได้เพียงพูดว่า “…ให้

ห้องครัวตุ๋นน้ำแกงบำรุงใส่ตัวยาจำพวกเทียนหมา

[7]ตั่งเซิน[8]”

โหลวมามาชั่งใจ “เตรียมให้ผู้ใดหรือเจ้าคะ”

อี๋หนิงกล่าวด้วยอาการทอดถอนใจ “ย่อมเป็นข้า

ข้าต้องบำรุง” มิเช่นนั้นหากเกิดเรื่องอย่างนี้ต่อไป

อีกสองสามครั้ง นางต้องทนรับไม่ไหวเป็นแน่

คืนนั้นตอนที่หลัวเซิ่นหย่วนกลับมา หลัวอี๋หนิง

กำลังพิงกายอยู่ข้างหน้าต่างเพื่ออ่านหนังสือ

ด้านข้างมีจานเล็กใส่พุทราเชื่อมวางอยู่ เหลือ

เพียงไม่กี่ลูกแล้ว แสงอาทิตย์ยามฤดูเหมันต์ส่อง

ผ่านกิ่งไม้ของต้นแปะก๊วยทอดลงบนหนังสือของ

นาง หลัวเซิ่นหย่วนเดินเข้าไปดูก็พบว่านางกำลัง

อ่าน ‘บันทึกการทำอาหาร’ เล่มหนึ่งอยู่ นางได้

ยินเสียงฝีเท้าเขา แต่กลับไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียง

เลื่อนจานใบเล็กที่อยู่ข้างกายไปตรงหน้า “เจินจู

ยกพุทรามาให้ข้าอีกสักนิด ข้ายังอยากได้โหยวฉา

ด้วย กินจนรู้สึกกระหายแล้ว”

“ยังจะกินโหยวฉาอีกรึ อีกครู่คงกินข้าวไม่ไหว”

ผู้ที่มาพลันกล่าวขึ้น

เมื่ออี๋หนิงเงยหน้าขึ้นจึงพบว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับ

มาแล้ว เขายังคงอยู่ในชุดขุนนาง สวมเข็มขัดหนัง

รัดช่วงเอว ไหล่กว้าง เรือนร่างสูงโปร่ง เขาสวมได้

น่ามองยิ่งนัก ทั้งหล่อเหลาและสูงสง่า

“…เหตุใดวันนี้ท่านจึงกลับมาเร็วนัก”

ยามนี้การอาศัยอยู่ในห้องเดียวกับเขากลับ

ก่อให้เกิดความรู้สึกคลุมเครือ อี๋หนิงอึดอัด

เล็กน้อย เขานั่งลงข้างกายนาง “วันนี้ผู้ว่าการ

มณฑลกลับมายังเมืองหลวงเพื่อถวายรายงาน

ต่างกล่าวกันว่าทั่วทุกหนสามารถทำการเก็บเกี่ยว

ได้ดี ไร้ภัยพิบัติหรือสภาวะแร้นแค้น ดังนั้นจึงเลิก

ประชุมแต่หัววัน”

เป็นชั่วขณะที่นางไม่รู้จะกล่าวอะไรจึงได้หยิบ

กาน้ำชามารินชาให้เขา

“ต่อไปไม่ต้องแยกผ้าห่มแล้ว” เขาหยิบหนังสือ

ของหลัวอี๋หนิงขึ้นมาอ่าน ปลายนิ้วลูบไล้กระดาษ

ก่อนจะโพล่งขึ้นอย่างกะทันหัน เขาเงยหน้าขึ้น

“ข้ายังคงเป็นพี่ชายเจ้า เพียงแต่ยามนี้ยังเป็นสามี

ที่แท้จริงของเจ้าด้วย”

อี๋หนิงสัมผัสได้ถึงความรักความเอ็นดูในบัดดล

ยังคงเป็นความรู้สึกที่ได้รับจากพี่ชาย

ทว่ายามนี้นางรู้สึกว่าการแยกผ้าห่มยังเป็นเรื่องที่

เหมาะสมกว่า

หลัวเซิ่นหย่วนเลิกคิ้ว “อย่างไรกัน เจ้าไม่ยินดี

หรือ”

“มิใช่…” นางส่งผลพุทราในจานเล็กให้เขา กล่าว

ด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้สึกว่าเป็นการดี…ที่จะแยกผ้า

ห่มนอน” นางจำต้องพักฟืนบาดแผล

มุมปากของหลัวเซิ่นหย่วนยกหยักบางๆ ก่อนเอ่ย

ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ในเมื่อเป็นคำขอของเจ้า

เช่นนั้นก็ทำตามความต้องการของเจ้าเถิด”

——————–

1. เปั่าลมข้างหมอน หมายถึงภรรยาใส่

แนวคิดหรือความต้องการของตนให้สามีฟัง

2. หยวนเปั่าคือเงินจีนในสมัยโบราณ

ประเภทหนึ่ง ในที่นี้จึงหมายถึงได้รับโชค

อย่างกะทันหัน

3. เพิ่มลายบุปผาบนผ้าดิ้น หมายถึงการ

พยายามเพิ่ม เสริม เติมแต่ง ปรุงแต่งในสิ่งที่

เดิมทีมีอยู่แล้ว

4. ซื่อเย่ คือชื่อตำแหน่งหนึ่งในกั๋วจื่อเจียน มี

หน้าที่คอยบริหารดูแลสถาบัน เทียบได้กับ

รองผู้อำนวยการ

5. กั๋วจื่อเจียนคือหน่วยงานบริหารการศึกษา

ระดับสูงสุดและสถานศึกษาระดับสูงสุดสมัย

ราชวงศ์หยวน หมิงและชิง

6. ผลมี่เถาคือผลพีชน้ำผึ้ง

7. เทียนหมามีสรรพคุณแก้ชักเกร็ง สงบตับ

ลดหยาง ขับลม ทะลวงเส้นลมปราณ

8. ตั่งเซินมีสรรพคุณลดความดันโลหิต มีผล

ต่อระบบประสาท เพิ่มภูมิต้านทานของ

ร่างกาย

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 166"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
18/06/2026
6192208aBy6WoSao
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
30/11/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.