ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1017 ทำลาย / ตอนที่ 1018 หุ่นเชิด
ตอนที่ 1017 ทำลาย / ตอนที่ 1018 หุ่นเชิด
ตอนที่ 1017 ทำลาย
เซี่ยเฉียวอยากจะทำลายแดนมายานี้ แต่นางก็ไม่สามารถที่จะหลอกคนอื่นได้ เรื่องตามหาวิญญาณนี้ทำได้ก็ทำ ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น นางไม่ได้โกหก
แต่ในสายตาของหยวนฉังจื่อและนักพรตกว่างหลุนแล้วนางกำลังหลอกวิญญาณอยู่
นอกจากนี้…ยังเป็นการหลอกอย่างมีชั้นเชิงด้วย
การหลอกลวงแบบนี้ฉลาดที่สุด นางไม่ได้ให้ความหวัง แต่ทำให้คนคิดว่าคำพูดของนางเป็นความจริง!
พวกเขารู้สึกว่าวิญญาณตนนี้น่าสงสารมาก
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องตายอย่างน่าอนาถ ตายแล้วก็ยังต้องมาพบกับนักพรตจากวัดอวี้ซวีผู้นี้อีก
“ทำไมข้าจะต้องเชื่อเจ้า…หากเจ้ากำลังล้อเล่นกับข้าอยู่ล่ะ!?” ฮูหยินเองก็ไม่ได้โง่
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงมาหาเจ้า” เซี่ยเฉียวพูดไม่ช้าไม่เร็วท่าทางจริงใจอย่างยิ่ง “ข้ามาตามหาวิญญาณ เพียงแต่วิญญาณที่ข้าตามหาเป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่ง ซึ่งน่าจะถูกนักพรตคนหนึ่งเก็บไป ข้าตามหาวิญญาณเหล่านั้นมาหลายวันแล้ว หากข้าเดาไม่ผิดเขาก็คือนักพรตที่หลบซ่อนอยู่บ้านเจ้านี่แหละ เขาจะต้องอาคมที่ร้ายกาจสามารถเก็บวิญญาณและเก็บกลิ่นอายเอาไว้ได้ ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่”
“ในเมื่อข้าหาเขาพบได้ ความสามารถของข้าก็ยังเชื่อถือได้ ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อ จะให้ข้าสาบานก็ได้” เซี่ยเฉียวยกมือขึ้นมาทำท่าจะสาบานทันที “ข้าเป็นโม่ชูเซิงผู้สืบทอดของวัดสุ่ยเย่ว์ หากว่าข้าไม่ช่วยเจ้า…เจ้าชื่ออะไรนะ”
“จั่วซังเหนียง”
“หากข้าโม่ชูเซิงไม่ช่วยเข้าจั่วซังเหนียงตามหาลูกของนางก็ขอให้ทางเต๋าของข้าถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ไม่ตายดี” เซี่ยเฉียวสาบานด้วยท่าทางจริงจัง
ไอแค้นของวิญญาณแข็งเกร่งมาก เซี่ยเฉียวไม่อยากจะต่อสู้กับนาง
นางจะต้องเปลืองพลังมาก ทั้งยังมีศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังอีก
ซังเหนียงหวั่นไหวแล้ว
ความแค้นที่ใหญ่หลวงที่สุดของนางก็คือเรื่องลูก
แต่นางก็ยังรู้สึกลังเลเล็กน้อย ในบ้านของนางนี้ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย นักพรตวั่นผู้นั้นเก่งกาจมาก เขามีอาวุธวิเศษมากมาย นางเองก็ถูกบังคับอย่างไม่มีทางเลือก นั่นเป็นเหตุผลที่นางให้เขาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ หากประเดี๋ยวนักพรตที่อยู่ตรงหน้านางกลุ่มนี้พ่ายแพ้ต่อเขา และนักพรตวั่นผู้นั่นจัดการพวกเขาเรียบร้อยแล้ว เขาก็คงจะมาคิดบัญชีกับนางด้วย…
ขณะที่นางกำลังลังเลอยู่นั้น เซี่ยเฉียวก็สัมผัสได้ว่าพลังชั่วร้ายของภาพลวงตานี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด
นางสะบัดยันต์แผ่นหนึ่งออกไปทันที!
“อิงพสุธาฟ้าดิน ตามประตูสวรรค์ อีกาทองคำศรเมฆา เทพทั้งเหนือใต้…ข้าขอวิงวอนต่อทวยเทพผู้มีบุญทั้งหลาย ทิศทั้งห้าจงปรากฏ ความโกลาหลนี้จงแตกสลาย! ทำตามบัญชาบัดเดี๋ยวนี้! ทำลาย!
เซี่ยเฉียวทำสัญลักษณ์มือซานชิง[1] หมายถึงเทพสูงสุดทั้งสาม แล้วยันต์เหลืองแผ่นนั้นก็ระเบิดกลางอากาศ และแทบจะในทันที เซี่ยเฉียวและคนอื่นๆ ก็รู้สึกมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพอพวกเขาลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองยืนอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรมหลังหนึ่งเท่านั้น
ใบไม้รอบๆ ร่วงหล่นเหี่ยวแห้งและเหลืองกรอบ อีกาที่อยู่บนกิ่งไม้ส่งเสียงร้อง
หยวนฉังจื่อมองไปที่เซี่ยเฉียวด้วยความตกใจ “ปรมาจารย์โม่ นั่นมันคาถาอะไรน่ะ ท่านร้ายกาจอะไรเช่นนี้!”
พวกเขาก็ทำลายค่ายอาคมได้ แต่แน่นอนว่ามันจะต้องสิ้นเปลืองอะไรต่างๆ ไปไม่น้อย แม้แต่พลังของพวกเขาเองก็ต้องสูญเสียไปมากทีเดียว
แต่ปรมาจารย์โม่ผู้นี้แค่สะบัดยันต์ออกไปเท่านั้นก็ทำสำเร็จแล้ว?
“ย่อมเป็นวิชาที่ตกทอดมาของวัดสุ่ยเย่ว์ของข้า ก็ไม่ได้มากมายอะไร” เซี่ยเฉียวถ่อมตัวเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองนาง
คนโกหก
ตอนที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่ป้อมเหมิงจยา นางไม่ออกไปจับวิญญาณข้างนอกก็ขังตัวเองไว้ในเรือนเพื่อวาดยันต์ ยันต์ที่นางใช้เมื่อครู่นี้มีลวดลายรูปแบบที่คุ้นตา เขาเคยเห็นเซี่ยเฉียววาดมันเองกับตา
แต่กระดาษยันต์แผ่นนั้นซับซ้อนจริงๆ เขาจำได้ว่าตอนที่เซี่ยเฉียววาดมัน นางก็ล้มเหลวหลายครั้ง หลังจากที่นางวาดสำเร็จ ร่างกายของนางก็ดูเหมือนกับคนที่แช่น้ำเย็นๆ มาระยะหนึ่งแล้ว
เขารู้แต่ไม่พูด
เซี่ยเฉียวถ่อมตัวหน่อยก็ดีแล้ว ต่อไปนักพรตจากวัดอวี้ซวีผู้นี้จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับนางไม่หยุดหย่อน
หยวนฉังจื่ออิจฉาตาร้อนมาก เขายังเหลือบมองไปยังตะกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่ข้างๆ เซี่ยเฉียวด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะมีเวลาพูดอะไรไปมากกว่านี้ ทันใดนั้นลมก็พัดแรงขึ้น แล้วใบไม้ร่วงที่อยู่รอบๆ ตัวพวกเขาก็ปลิวว่อนฟาดฟันใส่ตัวพวกเขาราวกับคมมีด
“อะไรกันเนี่ย!” หยวนฉังจื่อตื่นตระหนกลนลาน
เขารีบหยิบเข็มทิศออกมา และหลังจากที่เขานับนิ้วคำนวณแล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “ปรมาจารย์โม่ ที่นี่มีพลังชั่วร้ายมากจริง!”
“ก็ใช่น่ะสิ พวกเราถูกล้อมแล้ว” เซี่ยเฉียวมองเห็นวิญญาณจำนวนมากทีเดียว
ตอนที่ 1018 หุ่นเชิด
นักพรตกว่างหลุนและคนอื่นๆ ก็นำอาวุธของตนเองออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูดแล้วก็ยิ่งรีบล้วงเอาขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาทันที แต่ละคนต่างก็พาแตะน้ำตาวัวลงบนเปลือกตาของตนเองหยดหนึ่ง วินาทีถัดมาพวกเขาก็ได้เห็นภาพฉากที่น่ากลัวรอบกาย
ไอสีดำแทบจะปกคลุมทั่วบ้านทั้งหลัง
แล้วยังมีวิญญาณอีกเป็นร้อยลอยเข้ามา ลมสายหนึ่งกระโชกมา และพลังชั่วร้ายเหล่านั้นก็ราวกับจะห่อหุ้มพวกเขาเอาไว้ทั้งหมดได้ภายในพริบตา
นักพรตกว่างหลุนยังคงฉลาดมากที่รู้ว่าสถานะของจ้าวเสวียนจิ่งนั้นไม่ธรรมดา เวลานี้เขาจึงให้น้ำตาวัวหยดหนึ่งแก่จ้าวเสวียนจิ่งด้วย จากนั้นก็ลากตัวเขามายืนอยู่ตรงกลาง
“วิญญาณพวกนี้เป็นหุ่นเชิด! พวกมันถูกควบคุม!” หยวนฉังจื่อขมวดคิ้ว เขาโมโหมาก “นักพรตสายมารผู้นั้นน่ารังเกียจจริงๆ แม้แต่คนตายไปแล้วก็ไม่เว้น!”
แต่โชคดีที่เขายังไม่ได้กลิ่นอายเลือดมากนัก คิดว่านักพรตสายมารผู้นั้นยังมาได้ใช้เลือดของเด็กและผู้หญิงเป็นเครื่องสังเวย
มิฉะนั้นมันจะยิ่งมีพลังมากขึ้นไปอีก
หากลองคิดดูก็น่าจะเป็นเช่นนั้น หากเกิดคดีร้ายแรงขึ้นมาภายในอาณาเขตเมืองหลวงเช่นนี้ ทางการก็จะต้องตรวจสอบทุกครัวเรือนอย่างเข้มงวด นักพรตสายมารผู้นั้นก็คงจะขยับตัวทำอะไรยากไปด้วย!
พวกเขาอยู่ในที่แจ้ง แต่นักพรตสายมารผู้นั้นอยู่ในที่ลับ ตอนนี้เขาพูดเรื่องพวกนี้ไปก็เปล่าประโยชน์
จะต้องทำลายอาคมและตบะเต๋าของเขา
วิญญาณดูมึนงงเล็กน้อย พวกเขาบางตนยื่นมือไปทางเซี่ยเฉียว บางตนก็แผ่นไอเย็นจางๆ ออกมา และหนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนว่าก่อนตายเขาจะเป็นคนมีฝีมือขายศิลปะมาก่อน กำลังพ่นไฟออกจากปากของตนเอง และเปลวไฟนั้นก็จุดใบไม้ร่วงจนติดไฟประกอบกับลมที่พัดโหมจนไฟลุกไหม้ขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวเคยเห็นโลกมามาก เวลานี้ไม่มีประโยชน์ที่นางจะจัดการวิญญาณเหล่านี้อย่างดุเดือด อีกอย่างวิญญาณเหล่านี้ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย หากต้องแตกสลายไปอย่างไร้ค่าก็น่าสงสาร
เซี่ยเฉียวหยิบธงเรียกวิญญาณออกมา
นักพรตชั่วร้ายผู้นั้นสามารถเก็บวิญญาณได้ นางเองก็ทำได้เช่นกัน มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะควบคุมวิญญาณได้ดีกว่ากันแล้ว!
กระดิ่งบนธงเรียกวิญญาณดังขึ้นทำให้วิญญาณเหล่านี้มึนงงไปชั่วขณะ เซี่ยเฉียวจุดธูปอีกดอก กลิ่นหอมล่องลอยยิ่งทำให้มันได้ผลดียิ่งขึ้นเป็นสองเท่าโดยไม่ต้องใช้แรงมาก แล้วเซี่ยเฉียวก็หยิบยันต์คาถาปึกหนึ่งออกมาทันที
เมื่อหยวนฉางจื่อและคนอื่นๆ เห็นภาพเช่นนั้น พวกเขาก็เลือกที่จะใช้คาถาคุ้มกายกันขึ้นมาโดยปริยาย
ยันต์คาถาแผ่นหนึ่งโจมตีออกไป
เซี่ยเฉียวใช้ยันต์คาถาพวกนั้นราวกับของที่ได้มาเปล่าๆ หยวนฉังจื่อที่เห็นเช่นนั้นรู้สึกปวดใจนัก
ยันต์พวกนั้นคือเลือดเนื้อเชียวนะ!
ธงเรียกวิญญาณมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ วิญญาณเหล่านั้นก็ยิ่งสับสนลังเลมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่นานวิญญาณจำนวนมากก็บินไปหาธงเรียกวิญญาณของเซี่ยเฉียว
เวลาผ่านไปทีละน้อย
วิญญาณที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ ก็น้อยลงเรื่อยๆ
ในที่สุดวิญญาณตนสุดท้ายก็หายไป เซี่ยเฉียวราวกับจะหมดสติกระนั้น
แต่มันยังไม่จบ เซี่ยเฉียวรวบรวมพลังดึงธงเรียกวิญญาณลงมา นางหยิบไหเล็กๆ ออกมาใบหนึ่ง แล้วใช้มือล้วงเข้าไปปาดหมึกสีแดงชาดออกมา ตามด้วยสีทองคำอีกเล็กน้อย แล้วนางก็วาดยันต์คาถาลงบนธงเรียกวิญญาณสำเร็จในคราเดียว
หลังจากเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางแล้ว ทุกคนต่างก็โล่งอกทันที
หยวนฉังจื่อรู้ว่านางกำลังทำอะไรอยู่
แม้ว่าเมื่อครู่นี้นางจะเก็บวิญญาณพวกนั้นมาได้แล้ว แต่พวกวิญญาณก็ยังได้รับอิทธิพลจากนักพรตสายมารผู้นั้นอยู่ดี การกระทำสุดท้ายของปรมาจารย์นี้จึงเป็นการตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณและนักพรตสายมารผู้นั้นลงอย่างสิ้นเชิง!
เวลานั้นนักพรตที่รูปร่างเหมือนเด็กผู้นั้นก็ล้มลงในบ่อน้ำแห้งบ่อหนึ่งภายในบ้านทันที
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
วิชาอาคมของเขาถูกทำลายแล้วจริงๆ หรือ!
ร่างของเขาสั่นสะท้าน เขายังคงกระอักเลือดสดๆ ออกมาไม่หยุด ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขามีแต่รอยฟกช้ำ และมีไอสีดำแผ่นซ่านออกมาไม่หยุด
อาคมย้อนกลับแล้ว
ท้องฟ้าและอากาศแจ่มใส
ในเวลานั้นวิญญาณแค้นจั่วซังเหนียงก็กล้าปรากฏออกมาในที่สุด นางมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง
นางยังมีวิญญาณแค้นอีกมากที่อยู่ในมือนาง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ฮูหยินทำร้ายจนถึงตายมาตลอดหลายปีมานี้ ในที่สุดเวลานี้นางก็ยอมปล่อยวิญญาณเหล่านั้นออกมา “ปรมาจารย์…ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าจะช่วยตามหาวิญญาณของลูกข้า…”
“ข้าจะยอมปล่อยคนพวกนี้ไป…”
[1] สัญลักษณ์มือซานชิง ท่าแบมือ พับงอนิ้วกลางและนิ้วนางลงกลางฝ่ามือ