หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 601 รับแทนเขา
เล่มที่ 21 ตอนที่ 601 รับแทนเขา
“อาการกำเริบ? มิใช่ว่าควรรีบไปตามหมอหลวงหรือไร มาหาพวกข้าทำไม?!” แม่ทัพกงซุนไม่ยอมหลงกลแม้แต่น้อย ขันทีน้อยที่มารายงานก่อนหน้านี้ชะงักไป “นี่…องค์ชายแปดให้ผู้น้อยมาขอร้องคุณหนูกงซุนขอรับ”
“หรือองค์ชายแปดประชวรจนเลอะเลือนไปแล้ว มิใช่ว่ามีหมอหลวงคอยปรนนิบัติโดยเฉพาะอยู่แล้วหรือ?”
“…” มีเพียงแม่ทัพกงซุนที่กล้ากล่าวเช่นนี้ เพียงแต่กลับไม่มีผู้ใดเต็มใจที่จะเป็นศัตรูกับเขา ชั่วขณะนั้นบรรยากาศกระอักกระอ่วนหาใดเปรียบ อวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้างมองออก คิดว่าการที่องค์ชายแปดอาการทรุดกะทันหันต้องมีลับลมคมในเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม นางกลับอยากจะเห็นเสียหน่อย ตกลงแล้วเป็นผู้ใดที่ให้เกียรตินางถึงเพียงนี้กันแน่
“ท่านพ่อเจ้าคะ องค์ชายแปดอาการกำเริบเป็นเรื่องสำคัญ หากชักช้าเกรงว่าจะไม่มีผู้ใดรับผิดชอบไหว” ในยามที่นางกล่าวคำนี้ มองไปยังขันทีน้อยที่กำลังร้อนตัวด้วยสายตาแฝงความหมายลึกล้ำ “ซูเอ๋อร์ไปครู่เดียว ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องกังวล”
“เช่นนั้นก็ดี พ่อเองก็จะรีบตามไป”
ขันทีด้านข้างมีความยินดีเต็มใบหน้า “คุณหนูกงซุน เชิญทางนี้ขอรับ”
ภายในห้องของหวงฝู่รุ่ย หวงฝู่เซียวเปลี่ยนท่าทีเข้มงวดจริงจังก่อนหน้าไปสิ้น ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนราวกับทำการเตรียมตัวมาดีแล้ว “รุ่ยเอ๋อร์ รีบนอนลงเถิด”
ซานสุ่ยยืนอยู่ข้างโต๊ะมาโดยตลอด ยากที่จะละสายตาออกจากกาน้ำชา ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน เพียงแต่องค์ชายห้ายังอยู่ที่นี่ เขามิอาจเตือนองค์ชายแปดได้
“บ่าวสุนัข ไม่รู้จักปรนนิบัติเจ้านายหรือไร?!” คำพูดของหวงฝู่เซียวดุดัน ซานสุ่ยจึงค่อยได้สติกลับมา ตอบรับไปอย่างเหม่อลอยคำหนึ่ง “พ่ะย่ะค่ะ…” ปฏิกิริยาเช่นนี้ตกอยู่ในสายตาของหวงฝู่รุ่ย เจ้านายและบ่าวสบตาแลกเปลี่ยนกัน มีความเงียบงันคละเคล้าอยู่ในนั้น
ซานสุ่ย เขาคิดจะกล่าวอะไร?
“คุณหนูกงซุนมาแล้ว!” ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงรายงานของขันทีดังแว่วมา เพียงไม่นาน สตรีสุภาพงดงามก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขา
ไม่รอให้หวงฝู่รุ่ยกล่าวอันใด บุรุษที่อยู่ข้างเตียงก็เดินเข้าไป สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “คุณหนูกงซุน ในที่สุดก็มาแล้ว จู่ๆ น้องแปดก็รู้สึกไม่สบายกะทันหัน ขอให้คุณหนูกงซุนตรวจดูเสียหน่อย”
“…” หวงฝู่รุ่ยขมวดคิ้ว มองไปยังเสด็จพี่ของตนที่แสดงท่าทีเออออไปเอง เขากลับไม่กล้าเอ่ยปากกล่าวอันใด อวิ๋นซูเดินมาเบื้องหน้าเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “องค์ชายแปดรู้สึกไม่สบายที่ใดเพคะ?”
“ข้า…” เขามองไปทางหวงฝู่เซียวโดยไม่รู้ตัว พลันสบกับดวงตากล่าวเตือนของอีกฝ่าย “ข้า…รู้สึกแน่นหน้าอก”
นิ้วมืออันเย็นเยียบของอวิ๋นซูแตะลงบนชีพจรของเขาเบาๆ เมื่อดูจากชีพจร อาการของเขาดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เพียงแต่พิษในร่างกายได้รับมาจากครรภ์มารดา ฝังลึกลงไปในเลือดเนื้อและกระดูกของเขาแล้ว หากต้องการกำจัดย่อมมิใช่เรื่องง่าย แต่ดูแล้ว หมอหลวงในพระราชวังของแคว้นเหลียนมีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ อย่างน้อยนางก็พบแนวโน้มว่าอาการจะดีขึ้นบ้าง
“หากองค์ชายต้องการ สามารถไปเดินเคลื่อนไหวด้านนอกได้บ่อยๆ เพคะ นอนอยู่บนเตียงหลายปีกลับไม่ดีต่อพระวรกายนัก”
ความจริงหมอหลวงเองก็กล่าวเช่นนี้ ตัวเขาเมื่อก่อนก็คาดหวังในอิสระยิ่ง เพียงแต่ตอนนี้เขากลับหวาดกลัวที่จะได้พบแสงอาทิตย์ด้านนอก กลัวที่จะได้พบสายตาแปลกประหลาดของข้าราชบริพารทั้งหลาย กลัวพวกเขาจะกล่าวว่าตนทำร้ายหมู่เฟย ตนเป็นคนไม่ดี
บางที มีเพียงอยู่ในห้องนี้ เขาจึงด้านชาจนลืมเลือนเรื่องเหล่านั้นได้ ลืมว่าตนเป็นคนที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่
“นี่คือเทียบยา ให้หมอหลวงหลายท่านตรวจดูก่อน หากคิดว่าใช้ได้ก็ให้ต้มเสวยทุกวัน วันละสองครั้ง”
นางหยิบเทียบยาที่เตรียมไว้ดีแล้วออกมา คิดไม่ถึงว่าหวงฝู่เซียวกลับรับไป สอดเข้าไปในแขนเสื้อตามใจ “ลำบากคุณหนูกงซุนแล้ว ข้าสั่งให้คนเตรียมขนมอร่อยๆ ไว้ มิสู้ไปดื่มชาพักผ่อนเสียหน่อยเถิด”
“ขอบคุณน้ำพระทัยขององค์ชายห้า เพียงแต่หม่อมฉันยังมีเรื่องสำคัญต้องทำ ไม่รบกวนแล้วเพคะ”
อะไรนะ? คิดจะไปหรือ?!
“มิใช่ว่าแม่ทัพกงซุนยังไม่กลับมาจากตำหนักฮองเฮาหรือ หากคุณหนูกงซุนไม่รังเกียจก็อยู่พักผ่อนที่นี่สักครู่เถิด รอให้แม่ทัพกงซุนออกมาก่อนค่อยไป ยิ่งไปกว่านั้นน้องแปดก็เพิ่งจะอาการกำเริบ ระยะนี้อาการยังไม่ทรงตัว” หวงฝู่รุ่ยยิ้ม ด้านนอกมีข้าราชบริพารหลายคนยกขนมเดินเข้ามา นำมาจัดวางเต็มโต๊ะด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
หวงฝู่เซียวรู้ว่าหากนัดหมายอวิ๋นซูไปเพียงลำพัง เกรงว่านางจะป้องกันตัวและไม่หลงกล แต่ที่นี่ไม่เหมือนกัน มีน้องแปดอยู่ด้วย เชื่อว่านางคงไม่สงสัยอันใด ยานี้ไม่ได้ออกฤทธิ์ในทันที เมื่อถึงตอนนั้นตนสามารถหาข้ออ้างส่งนางออกไปจากวัง แล้วค่อยหาโอกาสพานางไปที่ตำหนักตนเอง
“องค์ชายห้าทรงทราบได้อย่างไรว่าท่านพ่อของหม่อมฉันไปตำหนักฮองเฮา มิใช่ว่าองค์ชายอยู่ที่นี่ตลอดหรือเพคะ?” บนใบหน้าของอวิ๋นซูเจือไปด้วยรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี สายตาเช่นนั้นราวกับมองทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง
หวงฝู่เซียวใบหน้ากระตุก เพียงไม่นานก็กำจัดความกระอักกระอ่วนนี้ออกไป “เมื่อครู่…บ่าวที่ข้าส่งออกไปมารายงาน กล่าวว่าขันทีใหญ่ในตำหนักฮองเฮาเชิญแม่ทัพกงซุนไปพบ ดังนั้นจึงเสียเวลาระหว่างทาง” นังเด็กนี่มีความรู้สึกเฉียบคมจริงๆ เกือบเผยพิรุธแล้ว
ไม่ได้การ ต้องลงมือให้เร็วเสียหน่อย เพื่อมิให้เกิดเรื่องเหนือคาด! เขายื่นมือออกไปหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะ ซานสุ่ยขยับด้วยความเคร่งเครียด ความผิดปกตินี้ตกอยู่ในสายตาหวงฝู่รุ่ย พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เมื่อครู่นี้ ตั้งแต่แรกเริ่มซานสุ่ยก็ยืนจ้องกาน้ำชานั้นมาโดยตลอด หรือว่า…ในการน้ำชามีอะไรผิดปกติ?
วันนี้เสด็จพี่เองก็เป็นมิตรจนผิดปกติเช่นกัน เขาเข้าใจนิสัยของเสด็จพี่ดี เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น เสด็จพี่ควรจะเกลียดคุณหนูกงซุนถึงจะถูก เหตุใดจึงมีท่าทีผิดปกติไป?
“นี่คือชายวนยางหลงจิ่ง เป็นชาชั้นเลิศ ทานคู่กับขนมเหล่านี้ คุณหนูกงซุนไม่ต้องเกรงใจ” หวงฝู่เซียวแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร ต้องการลดความระวังในใจของอวิ๋นซูจึงรินให้ตนจอกหนึ่ง “ครั้งที่แล้วล่วงเกินแล้ว องค์ชายเช่นข้าเป็นคนมีนิสัยใจร้อน หวังว่าคุณหนูกงซุนจะไม่ใส่ใจ ข้าขอใช้น้ำชาแทนสุราคารวะคุณหนูหนึ่งจอก!”
กล่าวจบก็ยกจอกชาขึ้นดื่มน้ำชาลงไป ท่าทีสงบนิ่งเช่นนี้ทำให้หวงฝู่รุ่ยคิดว่า ตนสงสัยมากไปหรือไม่?
เพียงแต่จะอย่างไร สายตาของซานสุ่ยก็มิอาจละไปจากกาน้ำชานั้น เขาเม้มริมฝีปากซีดขาว ไม่รู้ว่าควรจะใช้วิธีใดกล่าวเตือนคุณหนูกงซุน
“เสด็จพี่ เชื่อว่าคุณหนูกงซุนคงล้าแล้ว มิสู้ให้ซานสุ่ยส่งนางกลับไป…” คำพูดยังมิทันกล่าวจบ หวงฝู่เซียวก็หันมามองเด็กชายบนเตียงที่กล้าสอดปาก “รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง คุณหนูกงซุนเข้าวังมาเพื่อตรวจรักษาให้เจ้าอย่างยากลำบาก จะอย่างไรก็ควรแสดงน้ำใจบ้างถึงจะถูก!”
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เพียงแต่ใบหน้ายังคงมีท่าทีเป็นมิตร “คุณหนูกงซุน รุ่ยเอ๋อร์ถูกข้าตามใจตั้งแต่เด็กจนเสียคน หวังว่าคุณหนูกงซุนจะไม่ใส่ใจ มา ลิ้มลองชาหลงจิ่งนี้เถิด”
สายตาของอวิ๋นซูตกอยู่บนมือของเขาที่ยื่นออกมา กลไกเล็กๆ ทั้งสองที่อยู่บนฝากาน้ำชาดึงดูดความสนใจของนาง ต้องทราบว่าของเช่นนี้มิได้มีเพียงที่แคว้นเหลียน ชีวิตที่แล้วที่อยู่ในพระราชวังแห่งแคว้นอี้ มีพระสนมหลายท่านตกตายอยู่ภายใต้กาน้ำชาเช่นนี้
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ อีกฝ่ายลงมือในน้ำชา เพียงแต่…จะเป็นอะไรได้บ้าง?
หวงฝู่เซียวมองสตรีสุขุมเยือกเย็นฝั่งตรงข้าม สายตาค่อยๆ เคลื่อนออกจากใบหน้าขาวนวลนิ่งเรียบ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เขาคิดมาตลอดว่าคุณหนูกงซุนผู้นี้มีรูปโฉมอยู่ในระดับกลางเท่านั้น ทว่าตอนนี้ดูแล้ว ผมสีดำขลับถูกรวบอยู่ด้านหลังอย่างเรียบง่าย ใช้ปิ่นงดงามไม่เหมือนใครกลัดเอาไว้ห้อยอยู่บิเวณเอวเรียวบาง ลำคอยาวระหงราวกับรูปสลักอันงดงาม ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าผิวขาวราวหยกเช่นนั้นจะกระจ่างใสเปล่งประกายเช่นไร
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขายิ่งรู้สึกราวกับว่าในใจมีไฟอันร้อนรุ่มกำลังเคลื่อนไหว ในสมองคิดถึงไปแล้วว่าอีกสักครู่จะโปรดปรานสตรีผู้ไม่รู้จักดีชั่วเช่นนี้อย่างไร
จากมุมนี้ หวงฝู่รุ่ยเห็นสายตาที่หวงฝู่เซียวใช้สำรวจอวิ๋นซูอย่างชัดเจน สายตาของเสด็จพี่เหมือนกับยามที่ได้เห็นนางข้าหลวงผู้มีรูปโฉมงดงามก่อนหน้านี้ทุกกระเบียดนิ้ว หะ เหตุใดเขาจึงคิดเช่นนั้นกับคุณหนูกงซุนได้?!
มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น ความไม่สงบในใจเพิ่มมากขึ้น คุณหนูกงซุนเป็นคนดี เพียงแต่เสด็จพี่…ตนควรทำเช่นไรดี?!
“ทำไม คุณหนูกงซุนมิชอบดื่มชาหรือ?”
ในใจของหวงฝู่เซียวรู้สึกร้อนรน เขาไม่รู้ว่าแม่ทัพกงซุนจะโผล่ออกมาเมื่อใด จำเป็นต้องทำเวลาเสียหน่อยถึงจะถูก
ในที่สุดอวิ๋นซูก็เคลื่อนไหว มือเรียวยาวสัมผัสขอบถ้วยอันอุ่นร้อน บุรุษฝั่งตรงข้ามมีประกายในดวงตา จากนั้นจึงหันหน้าออกไปราวมิตั้งใจ เพียงแต่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับการกระทำของอวิ๋นซู
ทันใดนั้น สตรีส่งเสียงเรียกขึ้นมา “ท่านพ่อ?!”
อะไรนะ?! คนทั้งสามที่อยู่ในห้องรีบหันมองไปนอกหน้าต่าง โดยเฉพาะหวงฝู่เซียวที่ตกใจจนมีเหงื่อเย็นซึมออกมาจากฝ่ามือ
พริบตานั้นเอง อวิ๋นซูรีบสับเปลี่ยนจอกชาบนโต๊ะ จากนั้นจึงแย้มยิ้มเล็กน้อย “ที่แท้หม่อมฉันมองผิดไป”
หวงฝู่เซียวลอบถอนใจ ยังดีที่มองผิดไป เขาเกือบต้องทิ้งโอกาสเช่นนี้ไปเปล่าๆ แล้ว!
“เรื่องราวครั้งที่แล้วเป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น องค์ชายห้าทรงมีพระทัยกว้างขวาง ทำให้หม่อมฉันนับถือยิ่งนัก หม่อมฉันขอคารวะหนึ่งจอก” นางหยิบจอกชาขึ้นมา หวงฝู่เซียวมีความยินดีเต็มหน้า “คุณหนูกงซุนเกรงใจเกินไปแล้ว! คารวะหมดจอก!”
กล่าวจบก็ดื่มลงไป จากนั้นจึงรอการเคลื่อนไหวของอวิ๋นซูอย่างสงบ
ไม่! ดื่มไม่ได้! ตอนนี้ในใจของหวงฝู่รุ่ยมั่นใจแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียง ไม่รอให้หวงฝู่เซียวและอวิ๋นซูมีปฏิกิริยาใดก็แย่งจอกชาในมือนาง ดื่มเข้าไปจนหมด รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบอันแปลกประหลาด
“รุ่ยเอ๋อร์ นี่เจ้าทำอะไร?!” หวงฝู่เซียวตกใจยิ่งนัก ลุกขึ้นยืนโดยพลัน
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว นี่องค์ชายแปดกำลังทำอะไร?!
หวงฝู่รุ่ยสูดหายใจลึก จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา “ข้าเพียงรู้สึกกระหายน้ำ จึงอดไม่ได้ไปชั่วครู่…ขออภัยคุณหนูกงซุนแล้ว…” เขามองไปยังอวิ๋นซูด้วยท่าทีขออภัย ราวกับขอโทษอวิ๋นซูที่ลากเข้ามาพัวพันในครั้งนี้ ไม่ว่าในชานี้จะมีอะไรอยู่ เขาก็คิดจะยับยั้งเสด็จพี่ ไม่อยากลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องอีก
ในใจของอวิ๋นซูก็รู้สึกหนักอึ้ง หรือว่าองค์ชายแปดก็ทราบเรื่องราวด้วย? เพียงแต่เขาถึงกับทำเช่นนี้ หากในชานี้มียาพิษอยู่จริงๆ เล่า เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร?
“เหลวไหล! กระหายน้ำก็ให้ซานสุ่ยรินน้ำให้เจ้า เหตุใดจึงดื่มชาของคุณหนูกงซุนด้วย! จริงๆ เลย…เร็ว รีบไปตามหมอหลวง!”
“องค์ชายห้าเพคะ เพียงแค่ดื่มชาเท่านั้น เหตุใดต้องตามหมอหลวงด้วย?” อวิ๋นซูสงบลง สายตาเจือรอยยิ้มหยุดอยู่บนสีหน้าย่ำแย่ของหวงฝู่เซียว
“…” สมควรตาย จะอย่างไรก็ต้องรีบส่งรุ่ยเอ๋อร์ออกไปเสีย หากยาออกฤทธิ์ต่อหน้าคุณหนูกงซุน ตนจะอธิบายอย่างไร? “เกรงว่าร่างกายของรุ่ยเอ๋อร์จะไม่เหมาะกับการดื่มชา ซานสุ่ย ยังไม่รีบไปตามหมอหลวงอีก! คุณหนูกงซุน พวกเราเปลี่ยนสถานที่ดื่มชากันเถิด ในห้องนี้อบอ้าวยิ่งนัก”
ใช่แล้ว กระทั่งเขาก็รู้สึกว่าผิวของตนร้อนยิ่งนัก
ราวกับมีความร้อนไหลออกมาจากจมูก หวงฝู่รุ่ยส่งเสียงด้วยความตกใจ “เสด็จพี่ ท่าน…”
Venus36
นางเอกฉลาดอ่า หายใจหายคอลุ้น