หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 639 เผยเบาะแสครั้งแรก
เล่มที่ 22 ตอนที่ 639 เผยเบาะแสครั้งแรก
“คุณหนูกงซุน ช่วยคุณหนูของข้าได้หรือไม่เจ้าคะ?” สาวใช้มองไปยังท่าทีในยามนี้ของฟู่หย่า ในใจรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก ยามปกติคุณหนูปฏิบัติต่อนางไม่เลวเลย ไม่เคยตำหนินางมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้ เพราะความละเลยของนาง…เหตุใดนางจึงจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?! หากนางอยู่ข้างกายคุณหนูคงไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแล้ว
อวิ๋นซูสูดหายใจลึก มองไปยังใบหน้าที่ไม่มีอารมณ์อันใดเบื้องหน้า ในใจรู้สึกหนักอึ้งยิ่งนัก ดูแล้วคุณหนูฟู่คงไปเก็บดอกไม้มีพิษมา บางทีอาจจะถูกหนามทิ่มจนบาดเจ็บจึงได้มีสภาพเช่นนี้
เพียงแต่เหตุใดดอกไม้ชนิดนี้จึงมีพิษที่แปลกประหลาดถึงเพียงนี้ได้ และเป็นผู้ใดนำดอกไม้อันตรายเช่นนี้มาปลูกไว้ในวังกันแน่
อวิ๋นซูใช้เข็มเงินคัดกลีบดอกนั้น ในสมองเกิดความคิดหมุนวนอย่างรวดเร็ว เดิมทีดอกไม้ก็มีพิษสูงอยู่แล้ว หรือว่ายังมีคนทายาพิษไว้บนดอกไม้อีก? คนผู้นั้นเพ่งเล็งคุณหนูฟู่หรือคุณหนูฟู่โชคไม่ดีเอง?
สายตาของนางหยุดอยู่บนปลายนิ้วที่ได้รับบาดเจ็บของฟู่หย่า พลันนั้นดวงตาเปล่งประกาย รีบจับมือทั้งสองของอีกฝ่ายมาวางบนโต๊ะ พบว่ามือขวาดำกว่ามือซ้ายมาก
“นี่มัน…” หลานอวิ๋นและเฟิ่งหลิงเดินเข้ามาใกล้ พวกเขาสังเกตุเห็นลักษณะอันผิดปกตินี้เช่นกัน
อวิ๋นซูราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบม้วนแขนเสื้อฟู่หย่าขึ้นดู พบว่าแขนขวาถูกพิษจนมีสีเข้มกว่าแขนซ้ายอย่างชัดเจน นางรีบเงยหน้าขึ้น มองไปยังบุรุษทั้งสองที่อยู่ในห้อง “ข้าต้องการตรวจร่างกายให้คุณหนูฟู่ พวกท่านหลบไปก่อนได้หรือไม่?”
หลานอวิ๋นกับเฟิ่งหลิงสบตากัน จากนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไป
อวิ๋นซูลุกขึ้นยืน ประคองฟู่หย่าไปที่เตียงโดยมีสาวใช้ช่วยเหลือ ค่อยๆ ปลดอาภรณ์ของนางออก
สีเขียวม่วงบริเวณมือขวาแพร่ออกไปจนถึงไหปลาร้า ส่วนผิวอีกฝั่งกลับขาวกระจ่างกว่ามาก อวิ๋นซูตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รีบหยิบเข็มเงินขึ้นมาปักลงไปบนจุดชีพจรต่างๆ ของฟู่หย่า สกัดกั้นการแพร่กระจายของพิษเอาไว้ “ยามปกติคุณหนูฟู่ทานยาหรืออาบน้ำยาที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายหรือไม่?”
คุณหนูกงซุนทราบได้อย่างไร? ในใจของสาวใช้ตื่นตะลึงยิ่งนัก “เพื่อที่จะให้ตนแข็งแรงจนทนรับการปรุงยาได้ คุณหนูจึงทานยาทุกวัน และอาบน้ำด้วยยาสมุนไพรหนึ่งครั้งทุกๆ สามวันด้วยเจ้าค่ะ”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ มิเสียทีที่เป็นบุตรีของหมอหลวงฟู่ รู้ถึงความสำคัญของสุขภาพร่างกายอย่างลึกซึ้ง และเป็นเพราะนางทำเช่นนี้มาหลายปีจึงทำให้ร่างกายของนางมีความสามารถในการต้านพิษ หากเป็นผู้อื่น เกรงว่ายามนี้พิษคงแพร่ไปทั่วทั้งร่างแล้ว
อวิ๋นซูจับนิ้วมือขวาของฟู่หย่าขึ้นเบาๆ ใช้เข็มเงินสะกิดจนเกิดบาดแผลห้าแห่ง เลือดพิษสีดำซึมออกมาเล็กน้อย
“อา!” สาวใช้คิดไม่ถึงว่านางจะทำเช่นนี้ มองไปยังบาดแผลบนมือคุณหนูของตน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดแทนนาง
อวิ๋นซูไม่ได้อธิบายอันใด ทำเพียงเดินไปเขียนเทียบยาด้านข้าง “ไปต้มยาถอนพิษให้คุณหนูของเจ้ามาถ้วยหนึ่ง รอให้เลือดพิษไหลออกมาจนเลือดสะอาดเสียก่อนค่อยป้อนให้นาง”
สาวใช้รับเทียบยาในมืออีกฝ่ายมา มองไปยังอวิ๋นซูด้วยความลังเล “คุณหนูกงซุนเจ้าคะ นายท่านของข้ายังอยู่ในวัง หากเขาเห็นว่านานแล้วคุณหนูยังไม่กลับออกไป เกรงว่า…”
“ข้าเข้าใจ รอให้คุณหนูฟู่กินยาเสียก่อนค่อยไปบอกใต้เท้าฟู่”
“บ่าวจะไปเตรียมยาเดี๋ยวนี้…” สาวใช้หันไปมองนิ้วมือทั้งห้าของฟู่หย่าที่มีเลือดหยดออกมาด้วยความกังวล จากนั้นจึงหายไปจากสายตาอวิ๋นซูอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นซูนั่งลงด้านข้าง มองไปยังพื้นที่เลือดสีดำกระเด็นใส่ จากนั้นสายตาจึงหยุดอยู่บนดอกไม้ในถ้วยชา เวลาเพียงชั่วพริบตาดอกไม้สีม่วงแดงนี้ก็กลายเป็นสีดำโดยสิ้นเชิง ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย ในที่สุดยามนี้นางก็มั่นใจแล้ว มิใช่พิษที่อยู่ในดอกไม้ แต่เป็น…มีคนทายาพิษไว้บนดอกไม้
หากตัวดอกไม้มียาพิษร้ายแรงอยู่แล้ว กลีบดอกไม้คงไม่เปลี่ยนสีไปจากสีดั้งเดิม มันก็เป็นเช่นคุณหนูฟู่ เหี่ยวเฉาแห้งตายไปตามการแพร่กระจายของยาพิษ เพียงแต่ดอกไม้และร่างกายของมนุษย์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงมีสภาพแตกต่างกัน
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด อวิ๋นซูสังเกตุเห็นว่าสีหน้าที่เดิมทีเป็นสีเขียวม่วงของฟู่หย่ากลายเป็นซีดขาวแล้ว เฟิ่งหลิงสั่งให้คนทำความสะอาดเลือดพิษบนพื้น ประตูค่อยๆ ถูกเปิดออก “คุณหนูกงซุน ยามาแล้วเจ้าค่ะ…”
บนร่างของฟู่หย่ายังมีเข็มปักอยู่ อวิ๋นซูพยายามป้อนยานางภายใต้การช่วยเหลือของสาวใช้ จากนั้นจึงพันแผลบนนิ้วของนางให้เรียบร้อย รอดูว่าจะมีปฏิกิริยาอันใดหรือไม่
ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังแว่วมาเบาๆ อวิ๋นซูเปิดประตู หลานอวิ๋นและเฟิ่งหลิงยังคงรออยู่ด้านนอก
“ตอนนี้หมอหลวงฟู่ยังอยู่ในตำหนักองค์ชายสี่ เชื่อว่าคงไม่ออกจากวังเร็วเพียงนั้น” หลานอวิ๋นเอ่ยปาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามคนรู้ดีว่าเรื่องนี้มิอาจปิดบังหมอหลวงฟู่ได้
จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมอบหมายเรื่องหวงฝู่เซียวให้เฟิ่งหลิงเป็นผู้จัดการ ตอนนี้ยังไม่มีคำอธิบายที่องค์ชายสี่กลับเกิดเรื่องขึ้นมาอีก พวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษกับซ่างกวนเมิ่ง จินตนาการได้เลยว่าฟู่หย่าต้องรู้ข้อมูลสำคัญบางอย่างเป็นแน่ จึงได้นำพาอันตรายถึงชีวิตมาสู่ตัว
“ซ่างกวนเมิ่งผู้นี้เก็บไว้ไม่ได้แล้ว” ในใจของเฟิ่งหลิงเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนของฮองเฮาหรือไม่ ทว่านางล้อเล่นกับราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนเช่นนี้ ย่อมมิอาบปล่อยให้นางทำร้ายผู้บริสุทธิ์ตามใจอีก
“องค์ชายอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามเป็นอันขาด บางทีสิ่งที่พวกเขารออยู่อาจเป็นการที่พวกเราทนไม่ไหวก็เป็นได้” หลานอวิ๋นสูดหายใจลึก แม้ในใจจะต้องการจับซ่างกวนเมิ่งมาไต่ถามเรื่องราวให้ชัดเจน แต่เขาเข้าใจดีว่าฐานะของนางเกี่ยวพันไปถึงอำนาจมากมาย หากปะทะกับกลุ่มอำนาจเหล่านี้โดยตรงจะไม่เป็นผลดีกับองค์ชายใหญ่อย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น…เพราะเรื่องของอวิ๋นซูทำให้ความสัมพันธ์ของเฟิ่งหลิงกับท่านมหาราชครูชะงักค้าง เขาเข้าใจดีว่าหนึ่งในสาเหตุที่เฟิ่งหลิงกระทำการต่างๆ อย่างระมัดระวังยิ่งกว่าปกติ เป็นเพราะไม่อยากหลงเหลือจุดอ่อนใดไว้ให้ท่านมหาราชครู แม้จะเป็นท่านตาแท้ๆ ของตน แต่ความหวังสูงสุดของท่านมหาราชครูก็คือให้เฟิ่งหลิงแก้แค้น เพียงแต่ตอนนี้ เพราะเรื่องของอวิ๋นซู ต่อให้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการให้ท่านมหาราชครูลงมือช่วยเหลือ เขาก็จะใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรอง
ตอนนี้เอง ในห้องมีเสียงอุทานดังแว่วมา “คุณหนู ท่านฟื้นแล้วหรือ?!”
ฟื้นแล้ว?
“ข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อย” อวิ๋นซูรีบยกชายกระโปรงเดินเข้าไปในห้อง ยามนี้ฟู่หย่าที่ยังคงมีเข็มเงินปักอยู่บนร่างลืมตาขึ้นแล้ว ดวงตาที่เดิมทีเหม่อลอยไร้แววมีการสั่นไหวเล็กน้อย สายตาของนางเปล่งประกายราวกับคิดถึงเรื่องน่าหวาดกลัวอะไรขึ้นมาได้
“หน้า…หน้า…”
“คุณหนูฟู่? คุณหนูฟูฟื้นแล้วหรือ?” อวิ๋นซูยื่นมือออกไป โบกไปมาเบื้องหน้าฟู่หย่า อีกฝ่ายเบนสายตามาเล็กน้อย ทัศนวิสัยเบื้องหน้าค่อยๆ กระจ่างชัด มีใบหน้าสุขุมเยือกเย็นกำลังมองมาที่ตนด้วยความกังวล
“คุณหนูฟู่ จำได้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด?”
“…” ฟู่หย่าขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับพยายามย้อนนึก ในสมองมีความทรงจำเอ่อล้นออกมาแล่นไปยังเส้นประสาททั้งหมดของนาง “คะ คุณหนู….กงซุน…”
ใบหน้าของอวิ๋นซูเต็มไปด้วยความยินดี กล่าวข้างหูนางว่า “คุณหนูฟู่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ค่อยๆ คิดเถิด ร่างกายยังเจ็บปวดที่ใดอีกหรือไม่?”
นิ้วของนางขยับเล็กน้อย “เจ็บ…เจ็บ…หน้า…ละลาย…เลือด…”
อะไรนะ? อวิ๋นซูไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของอีกฝ่าย นางก้มตัวลงฟังให้ละเอียดอีกครั้ง
“ซ่างกวน…หน้าของ…นาง…ละลาย…มีพิษ องค์ชายสี่ถูกพิษ…”
นางกล่าวถึงซ่างกวนเมิ่งหรือ? ใบหน้าละลายมีความหมายว่าอย่างไร?
อวิ๋นซูยื่นมือออกไปหยิบยาสงบใจเม็ดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ค่อยๆ ป้อนให้นาง สาวใช้ข้างกายรีบรินชาเข้ามา สตรีบนเตียงลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจเล็กน้อย สีหน้าขาวซีดเช่นนั้นมองดูแล้วอ่อนแอยิ่งนัก
หลังจากได้พักผ่อนครู่หนึ่ง ฟู่หย่าจึงหันมามองอวิ๋นซู “ซ่างกวนเมิ่ง…นางมีปัญหา…ข้าเห็นใบหน้าของนาง…ละลาย…เมื่อครู่ เมื่อครู่…”
อวิ๋นซูรีบหยิบถ้วยชาที่มีดอกไม้พิษแช่อยู่มาวางเบื้องหน้าฟู่หย่า “คุณหนูฟู่ ดอกไม้นี้ได้มาจากที่ใด?”
ฟู่หย่าพลันคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น อารมณ์สั่นไหวเล็กน้อย “ซ่างกวนเมิ่ง…ตำหนักของนาง…นางให้ข้า…”
เป็นนางจริงๆ ด้วย! ดวงตาของอวิ๋นซูมืดครึ้มลง พิษชนิดนี้รุนแรงยิ่งนัก หากเป็นเช่นที่หลานอวิ๋นกล่าว หลังจากฟู่หย่าออกมาจากตำหนักซ่างกวนเมิ่ง นางก็ถูกพิษทำให้สลบไป หลังจากตื่นก็มีสภาพเฉกเช่นเมื่อครู่นี้ ในแคว้นเฉิน ได้ยินว่าหลิ่วอวิ๋นชิงกินยานั้นมาระยะหนึ่งถึงจะมีสภาพเป็นหุ่นเชิดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ยามนั้นนางตรวจสอบได้ว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีความเกี่ยวข้องกับตระกูลอู่แห่งแคว้นเหลียน
ยาพิษทั้งสองชนิดนี้ เชื่อว่าต้องฝึกฝนด้วยวิธีการสลับซับซ้อน ตระกูลอู่เชี่ยวชาญในเรื่องการใช้พิษควบคุมผู้อื่นเพียงนี้ เช่นนั้นในวังจะมีหุ่นเชิดมากน้อยเพียงใดที่พวกเขาไม่รู้
เดินออกมาจากห้อง ในมือของอวิ๋นซูยังคงถือถ้วยชานั้นไว้ หลานอวิ๋นและเฟิ่งหลิงรีบเดินเข้ามา “คุณหนูฟู่ได้สติแล้วหรือ?”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย “นางมีสติรับรู้แล้ว ข้านำเลือดพิษออกจากร่างนางกว่าครึ่ง แล้วจึงใช้เข็มเงินสกัดจุดชีพจรของไว้ ขอเพียงใช้ยาค่อยๆ ขจัดพิษไปก็จะหายเป็นปกติ เพียงแต่ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง”
ในที่สุดหลานอวิ๋นก็ทอดถอนใจ แต่เฟิ่งหลิงกลับสังเกตุสีหน้าอวิ๋นซู “ซูเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นอีกหรือ?
“…มีผู้ใดรู้ฐานะของซ่างกวนเมิ่งบ้าง? นางเป็นคนตระกูลอู่สายในหรือ?”
เฟิ่งหลิงไตร่ตรองครู่หนึ่ง “ซ่างกวนเมิ่งคือคนที่ฮองเฮาพามาในวันหนึ่ง ตรัสว่านางเป็นหลานสาวจากแดนไกลของพระนาง เพียงแต่ข้าเคยสั่งให้คนไปตรวจสอบแล้วกลับไม่มีข้อมูลของซ่างกวนเมิ่งแม้แต่ครึ่งส่วน ราวกับนางเป็นคนที่โผล่ออกมาจากอากาศอย่างไรอย่างนั้น ทั้งยังไม่ใช่คนตระกูลอู่สายใน ดังนั้นข้าจึงคาดเดาว่านางคงจะเป็นหมากตัวหนึ่งของฮองเฮา บางทีอาจจะเก็บได้จากที่ใดที่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของฮองเฮามีอำนาจของตระกูลอู่สายในค้ำจุนอยู่ การที่ซ่างกวนเมิ่งเชี่ยวชาญการใช้พิษ คงเพราะได้รับมาจากคนตระกูลอู่สายใน”
“องค์ชายยังจำหลิ่วอวิ๋นฮว๋าแห่งจวนชางหรงโหวได้หรือไม่?”
เฟิ่งหลิงดวงตาเปล่งประกาย ในความทรงจำของเขา ใบหน้านั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่เขารู้ว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าคือบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนชางหรงโหว นิสัยอันตรายยิ่งนัก “มิใช่ว่านางตายไปแล้วหรือ?” เขาจำตอนนั้นได้ดี จวนชางหรงโหวเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้จะไม่ป่าวประกาศต่อภายนอก แต่จะมากจะน้อยก็มีข่าวลือมาบ้าง
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย “พี่หญิงเคยใช้พิษชนิดหนึ่งควบคุมพี่ห้า ดูจากสภาพของคุณหนูฟู่เมื่อครู่นี้แล้วมีจุดที่เหมือนกันอยู่มาก ยาที่ใช้ควบคุมจิตใจนั้นต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลอู่เป็นแน่ ข้าสงสัยว่า…ตอนแรก พี่หญิงจะมีความเกี่ยวข้องกับซ่างกวนเมิ่งหรือไม่”
“ความหมายของเจ้าก็คือ ยาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า เป็นไปได้มากว่าจะได้รับมาจากซ่างกวนเมิ่ง?”
nitnit
เป็นนิยายที่สนุกมากผู้เขียนได้ผูกร้อยเรียงเรื่องราวได้สัมพันธ์กันดำเนินเรื่องเร็วมากไม่อืดอาดยืดยาดสำนวนการแปลก็สละสลวยดีมากแอดจ๋าขอความกรุณาอัพเรื่องลงให้จบเถอะค่ะ มีตั้งพันกว่าตอนลงมาใ้ค่อนเรื่องแล้ว ขอบคุณมาก
Venus36
อยากจะบอกว่าทั้งคู่คทอคนเดียวกัน 55555 อวิ๋นซู ช่างกวนเมิ่งนางคือพี่สาวตัวร้ายยยของนาง / ขอบคุณค่ะ แอดมาไวมากกกก วันนี้