หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 694 ตายอย่างอนาถ
เล่มที่ 24 ตอนที่ 694 ตายอย่างอนาถ
“ไม่ได้แย่งชิงจากข้า? นังสารเลว หากไม่ใช่เพราะเจ้า ท่านพ่อและท่านย่าจะมีใจออกห่างข้าได้อย่างไร จุดจบของท่านแม่จะน่าอนาจเพียงนั้นได้อย่างไร นางดูแลจวนโหวอย่างยากลำบากมานานหลายปีเพียงนั้น ท่านพ่อย่อมมิอาจลืมได้ ล้วนเป็นเพราะเจ้า! ตั้งแต่เจ้ามายังจวนโหว ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป! นังสารเลว ตกลงใช้อวิชชาใดกันแน่จึงทำให้ทุกคนล้วนอยู่ข้างเจ้า! ข้าต่างหากถึงจะเป็นบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนชางหรงโหว! ข้าต่างหาก!”
ซ่างกวนเมิ่งกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ยามนี้นางมิได้รักษาท่าทียโสโอหังของตนอีกต่อไป มีเพียงความบ้าคลั่งและความสิ้นหวังที่ต้องตกอยู่ในมือของศัตรู
ในดวงตาของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาคิดว่าซ่างกวนเมิ่งผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก ตลอดชีวิตล้วนไล่ตามเพียงชื่อเสียง นางไม่ได้พ่ายแพ้ให้อวิ๋นซู แต่พ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาและจิตใจอันทะเยอทะยานของตน บนโลกใบนี้คนที่เหมือนกับซ่างกวนเมิ่งมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่จะมีมากน้อยเพียงใดที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อย่างแท้จริง? บนโลกย่อมมิได้มีหงส์มากมายเพียงนั้น สิ่งที่นางเห็นมีเพียงชื่อเสียงของผู้อื่น ทว่าไม่เห็นความพยายามและความเสียสละที่ผู้อื่นต้องจ่ายออกไป
“ท่านในยามนี้มิได้เป็นสิ่งใดทั้งสิ้น” อวิ๋นซูเอ่ยปากอย่างเรียบเฉย ซ่างกวนเมิ่งแย้มยิ้มอย่างบ้าคลั่ง “เจ้ากำลังเยาะเย้ยข้าหรือ? ฮ่าๆๆ หลิ่วอวิ๋นซู ข้าจะบอกเจ้าให้ อีกไม่นานเจ้าจะยิ้มไม่ออก”
ในดวงตาของนางมีประกายอำมหิต เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว “เจ้ารู้แผนการของฮองเฮาหรือ?” เมื่อได้ยินการข่มขู่ของซ่างกวนเมิ่ง สิ่งแรกที่เขานึกถึงก็คือฮองเฮาที่อยู่เบื้องหลังนาง
ซ่างกวนเมิ่งแค่นเสียงเบาๆ ครั้งหนึ่ง ใช้สายตาดูหมิ่นอย่างหาใดเปรียบมองเฟิ่งหลิง “องค์ชายใหญ่ เข้าไปพัวพันกับนังสารเลวนี่ย่อมไม่มีจุดจบที่ดี หากท่านเลือกข้าให้เร็วเสียหน่อย ข้าคงช่วยท่านรับมือฮองเฮาไปแล้ว เพียงแต่น่าเสียดาย…”
ไหนเลยจะรู้ว่าบุรุษรูปงามหล่อเหล่ากลับเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม เสียงของเขาราวกับตะปูที่ตอกลงไปกลางใจของซ่างกวนเมิ่ง “ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ไม่เลือกเจ้า”
อะไรนะ?! “ท่าน ดี! ดียิ่ง! ข้ากลับอยากจะเห็นเสียจริง องค์ชายที่ไม่ถูกต้องอย่างท่านจะยืนอยู่ในแคว้นเหลียนได้อย่างไร! ฮองเฮาจะไม่ยอมปล่อยท่านไปแน่ ไท่ซ่างหวงจะไม่ยอมปล่อยท่านไปแน่!”
ไท่ซ่างหวง? อวิ๋นซูจับคำพูดของอีกฝ่ายได้อย่างเฉียบคม ไท่ซ่างหวงของแคว้นเหลียน…นางคิดขึ้นมาได้โดยพลัน มารดาผู้ให้กำเนิดของเฟิ่งหลิงมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีกับไท่ซ่างหวงแห่งแคว้นเหลียน หรือว่าจะเป็นเพราะเหตุนี้…
นางรู้สึกราวกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นกำลังฉุดดึงพวกนางอยู่ ช่องว่างลึกไร้ก้นบึ้งเริ่มปรากฏในใจอวิ๋นซู สมองเชื่อมโยงเบาะแสนับไม่ถ้วนเข้าด้วยกัน เหตุใดฮองเฮากระทำเรื่องชั่วช้า ฝ่าบาทกลับลืมพระเนตรข้างหลับพระเนตรข้าง เหตุใดฮองเฮาพระองค์ก่อนหายตัวไป ฝ่าบาทยังปิดบังผู้คนลอบออกตามหาเป็นการส่วนพระองค์ เหตุใดฝ่าบาทจงใจแสร้งทำเป็นโง่เขลามาหลายปี จนกระทั่งระยะนี้ถึงจะมีการเคลื่อนไหว
หรือว่า…จะมีคนที่พระองค์หวาดกลัวอยู่? แล้วคนผู้นี้…
ในที่สุดบนใบหน้าของซ่างกวนเมิ่งก็ปรากฏรอยยิ้มถากถาง ปากก่นด่าไม่หยุด ราวกับทำเช่นนี้ถึงจะทำให้นางระบายความโกรธเกรี้ยวและความไม่ยินยอมพร้อมใจในใจของนางออกมาได้
“ซูเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถิด ปล่อยให้นางอยู่ที่นี่ ตายที่นี่เพียงลำพัง”
“ไม่! ไม่อนุญาตให้ไป! นังสารเลว ปล่อยข้า หากมีความสามารถก็ปล่อยข้าเสีย ข้าจะต้องทำให้เจ้าได้ลิ้มลองรสชาติของการอยู่ไม่สู้ตาย!” เสียงโซ่กระทบกันดังเสียดหู อวิ๋นซูขมวดคิ้ว แต่กลับหันตัวไปโดยมิได้สนใจนาง
ในดวงตาของซ่างกวนเมิ่งมีประกายหวาดกลัวพาดผ่าน “ไม่อนุญาตให้ไป! ห้ามไป!”
“ซ่างกวนเมิ่ง ชั่วชีวิตของท่านล้วนแสวงหาหนทางที่จะเป็นจุดสนใจของผู้คน ก่อนหน้านี้ท่านตายอยู่ที่เรือนหลังของจวนชางหรงโหว ถูกเสื่อคลุมร่างส่งไปยังสุสานไร้ญาติ คราวนี้ท่านจะต้องตายอยู่ในคุกใต้ดินอันเย็นยะเยือกแห่งนี้เพียงลำพัง อีกไม่นานจะไม่มีใครจำท่านได้” ต่อให้ตายก็จะไม่ให้นางตายดี
“เจ้า…เจ้า! กลับมา! นังแพศยา! ข้าจะออกไป ข้าจะออกไปให้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นจะเป็นวันตายของเจ้า! นังสารเลว! อวี้กุ้ยเฟย…อวี้กุ้ยเฟย ท่านให้ข้าออกไปเสีย! อวี้กุ้ยเฟย…ท่านหลอกข้าได้อย่างไร?! อวี้กุ้ยเฟย…กรี้ด!”
เพียงไม่นาน เสียงกรีดร้องอันบ้าคลั่งก็ถูกขวางกั้นไว้หลังประตูเหล็กอันหนาแน่น ในมือของอวิ๋นซูถือขวดกระเบื้องที่บรรจุเลือดพิษจนเต็ม บางทีคุณค่าสุดท้ายของซ่างกวนเมิ่งก็คือช่วยให้ตนศึกษายาแก้พิษลับของตระกูลอู่ มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่นางจะชดเชยให้ความเลวร้ายของนางได้
“เพิ่มคนเฝ้า อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้คุกใต้ดินแห่งนี้โดยเด็ดขาด”
อวิ๋นซูมองไปยังองครักษ์บริเวณประตูอย่างลึกล้ำ เฟิ่งหลิงพลันสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง “ซูเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าจะมีคนมาช่วยนางหรือ?”
สำหรับฮองเฮาแล้ว ซ่างกวนเมิ่งเป็นเพียงหมากที่ถูกทอดทิ้ง จะเสี่ยงอันตรายมาช่วยนางออกไปอีกหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยนิสัยของฮองเฮา ในมือของซ่างกวนเมิ่งคงไม่มีความลับสำคัญอันใดที่เกี่ยวข้องกับพระนางโดยเด็ดขาด ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่มเฟิ่งหลิงจึงไม่คิดจะทรมานสอบถามนาง
“การที่ซ่างกวนเมิ่งเปลี่ยนไปมีสภาพเช่นทุกวันนี้ได้ เกรงว่าต้องใช้ความพยายามของผู้คนจำนวนไม่น้อย” นางก้มหน้าลงมองขวดกระเบื้องในมือของตน หากต้องการสร้างคนให้กลายเป็นยาพิษย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดายเพียงนั้น อวิ๋นซูพอจะมองออกว่าในเลือดของซ่างกวนเมิ่งคละเคล้าไปด้วยพิษลับมากมาย การที่นางสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรียกได้ว่าเป็นความอัศจรรย์แล้ว เพียงแต่ความอัศจรรย์เช่นนี้ สำหรับคนตระกูลอู่บางคนย่อมเป็นของล้ำค่าโดยไม่ต้องสงสัยเลย
มีผู้คนมากน้อยเพียงใดที่เพียงแค่ได้ลิ้มลองยาพิษชนิดหนึ่งก็ต้องตกตาย แต่ซ่างกวนเมิ่งกลับมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เฉกเช่นที่ตนต้องการนำเลือดของนางไปเป็นส่วนผสมของยา คนตระกูลอู่ย่อมคิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นคนผู้นี้จะไม่ปล่อยให้ซ่างกวนเมิ่งตายไปง่ายๆ เป็นแน่
สาเหตุที่อวิ๋นซูไว้ชีวิตนางในตอนนี้เพราะต้องการใช้ซ่างกวนเมิ่งดึงดูดคนผู้นั้นออกมา อวิ๋นซูเชื่อว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นคนที่พาหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามายังแคว้นเหลียนเป็นแน่ และอวิ๋นซูเชื่อว่าคนผู้นี้มิได้ผ่านทางมาโดยบังเอิญ เกรงว่าจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับฮูหยินผู้เฒ่าจวนแม่ทัพเวยหย่วน หากจับคนผู้นี้เป็นๆ ได้ เชื่อว่าจะคลายความลับไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ภายในห้องโถงใหญ่
เมื่อแม่ทัพกงซุนได้ฟังความเห็นของอวิ๋นซู บนใบหน้าพลันเผยความเคร่งขรึมลึกล้ำขึ้นหลายส่วน
“ความหมายของซูเอ๋อร์ก็คือ อย่างช้าคืนนี้ อีกฝ่ายจะมีการเคลื่อนไหวหรือ?”
อวิ๋นซูพยักหน้า บนใบหน้าของแม่ทัพกงซุนเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “เป็นเช่นนี้ก็ดี ข้าแม่ทัพกลับอยากจะเห็นเสียจริง ตระกูลอู่สายในจะร้ายกาจเพียงใดกันแน่ จะช่วยคนที่จวนแม่ทัพคุ้มกันอย่างหนาแน่นออกไปได้เชียวหรือ!”
“ท่านแม่ทัพ ตระกูลอู่สายในเชี่ยวชาญการใช้พิษ ท่านแม่ทัพอย่าได้ลำพองใจเป็นอันขาด”
“องค์ชายโปรดวางพระทัย เรื่องของมือสังหารสองคนนั้น กระหม่อมจะไม่ปล่อยให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด!”
คำพูดนี้ทำให้อวิ๋นซูมองไปทางเฟิ่งหลิงด้วยสายตาสงสัย บุรุษรูปงามทอดถอนใจเบาๆ “ตอนแรกมือสังหารสองคนนั้นยังคงไม่ยอมเปิดเผยสิ่งใด พวกเราจึงตามหาครอบครัวของพวกเขา…”
คำพูดเพิ่งจะถูกกล่าวออกมา อวิ๋นซูก็เข้าใจกระจ่าง พวกเขาต้องการใช้ครอบครัวของมือสังหารทั้งสองมาข่มขู่ “ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงยอมพูดหรือ?”
เฟิ่งหลิงพยักหน้าเบาๆ “ยอมก็ยอมอยู่ เพียงแต่เป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญใด เป็นเรื่องที่พวกเรารู้อยู่นานแล้ว บางทีพวกเขาคงรู้ว่าเมื่อยอมรับงานจากฮองเฮาย่อมมิอาจมีชีวิตอยู่นาน ดังนั้นจึงขอร้องให้พวกเราคุ้มครองครอบครัวของพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็…”
“จากนั้นจึงฆ่าตัวตายหรือ?” เมื่อคิดถึงศพทั้งสองที่ถูกหามออกมาก่อนที่ตนจะไปพบซ่างกวนเมิ่ง สีหน้าของเฟิ่งหลิงก็แปรเปลี่ยนไปหนักอึ้งยิ่งนัก สองคนนี้ยอมสารภาพตามความจริง ตนไม่อาจทำร้ายชีวิตของพวกเขาได้ คิดไม่ถึงว่าพวกเขากลับเลือกเส้นทางเช่นนี้ เห็นได้ว่าวิธีการของฮองเฮาโหดเหี้ยมมากเพียงใด ถึงกับทำให้ทั้งสองสูญเสียความกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ในดวงตาของอวิ๋นซูเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความผิดของผู้ใด
“หึ ที่น่ารังเกียจก็คือฮองเฮาถึงกับโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงนี้! ในยามที่พวกเราคิดจะส่งครอบครัวของพวกเขาทั้งสองไปยังสถานที่ปลอดภัยกลับถูกลอบสังหาร! ลูกน้องที่ข้าส่งออกไปทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสตรีและเด็กที่ไม่มีแม้แต่แรงจะฆ่าไก่ทั้งหมดต่างก็…”
ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย ความหมายของแม่ทัพกงซุนก็คือ ถูกฆ่าปิดปากหมดแล้วหรือ?!
ภายในห้องโถงใหญ่พลันจมลงสู่ความเงียบงัน ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจคาดคิดว่าะมีผลลัพธ์เช่นนี้
แม่ทัพกงซุนลุกขึ้นยืน “อย่างไรก็ตาม ข้าแม่ทัพจะต้องจับตามองซ่างกวนเมิ่งให้ดีเป็นแน่ จะหนีหรือ? ฝันไปเถิด!”
…
ภายในคุกใต้ดิน ซ่างกวนเมิ่งถูกพันธนาการอยู่กับเครื่องพันธนาการราวหุ่นกระบอกพังๆ ตัวหนึ่ง ในสมองของนางขาวโพลน ปากพึมพำกับตัวเองไม่หยุด “ไม่ ข้าไม่แพ้ ข้าจะต้องไม่แพ้…”
“หึ เจ้าของไร้ประโยชน์” ในความมืดมีเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมา ซ่างกวนเมิ่งพยายามเงยหน้าขึ้น “ผู้อาวุโส? ผู้อาวุโส?!” บนใบหน้าของนางปรากฏความยินดี จริงดังคาด พบว่าบุรุษผู้สวมชุดเกราะเฉกเช่นองครักษ์ผู้หนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามา แม้ยามนี้ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนไป แต่เสียงเช่นนี้ ซ่างกวนเมิ่งกลับจำได้ดี
“ผู้อาวุโส ท่านมาช่วยเมิ่งเอ๋อร์จริงๆ หรือ? เร็ว รีบพาเมิ่งเอ๋อร์ออกไปจากคุกใต้ดินนี่เถิด!” นางรู้อยู่แล้วว่าตนจะต้องไม่ตายอยู่ที่นี่! หลิ่วอวิ๋นซู รอดูเถิด รอให้ตนออกไปได้เสียก่อน จะต้องแก้แค้นนางด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมที่สุด!
“เจ้ายังคิดจะออกไปอีกหรือ?”
เสียงหัวเราะอันเย้ยหยันเช่นนี้ทำให้ซ่างกวนเมิ่งตัวแข็งทื่อ “ผู้อาวุโส…”
ประกายสีเงินส่องสว่าง ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ จากนั้นเบื้องหน้าพร่าเลือน สุดท้ายนางยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ศีรษะค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้น เลือดพิษพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอ สาดกระเซ็นไปบนร่างของบุรุษผู้นั้น อย่างไรก็ตาม เขากลับทำเพียงใช้มือเช็ดมันอย่างรังเกียจ จากนั้นจึงย่อตัวลงเก็บศีรษะที่มีใบหน้าตื่นตะลึงขึ้นมาจากพื้น
ถึงกับคิดว่าตนจะมาช่วยนางเชียวหรือ ตอนแรกตนถูกใจตัวโง่งมเช่นนี้ได้อย่างไร? คราวนี้ฮองเฮาทรงกริ้วมากจนพัวพันมาถึงตน มิปล่อยให้นางทนทุกข์ทรมานจนตายก็นับว่าตนมีเมตตามากแล้ว!
บุรุษนำศีรษะในมือที่ยังคงมีเลือดไหลมาห่อด้วยความรวดเร็ว มองไปยังร่างกายบนเครื่องพันธนาการอีกครั้ง ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เขารู้ดีว่าคุณค่าของซ่างกวนเมิ่งล้วนอยู่ที่ศีรษะ ขอเพียงนำศีรษะกลับไป ความพยายามในระยะนี้ของเขาก็ไม่นับว่าเสียเปล่า
แค่นเสียงเบาๆ ครั้งหนึ่ง บุรุษพลันหายตัวไปจากคุกใต้ดินประดุจสายลม
บนเครื่องพันธนาการอันโดดเดี่ยวมีร่างกายไร้ศีรษะอันแปลกประหลาดถูกแขวนอยู่เช่นนั้น เลือดสีดำเอ่อทะลักออกมาจากลำคอไม่หยุด เลือดพิษอาบย้อมไปยังอาภรณ์อันหรูหรา ลมหนาวพัดมา ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
จะอย่างไรแม่ทัพกงซุนก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมารายงานรวดเร็วเพียงนี้ “แย่แล้วขอรับ! ท่านแม่ทัพ แย่แล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น?!” อวิ๋นซูและเฟิ่งหลิงหยุดการกระทำในมือ ในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
มีทหารองครักษ์ผู้หนึ่งเข้ามารายงาน สีหน้าของคนผู้นั้นย่ำแย่ยิ่งนัก “ซ่างกวนเมิ่งนาง…”
Venus36
สุดท้ายตามไม่ทัน เฮ้อออ คนร้ายพาส่วนหัวไปทำพิษแน่ๆ