หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 24 ตอนที่ 695 กรรมตามสนอง
เล่มที่ 24 ตอนที่ 695 กรรมตามสนอง
แม่ทัพกงซุนรีบหยัดกายลุกขึ้นยืน “นี่ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร? นางฆ่าตัวตายหรือ?”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว “ไม่ นางไม่ฆ่าตัวตายแน่” นางต้องการออกไปอย่างยิ่ง จากท่าทีเมื่อครู่นี้ของซ่างกวนเมิ่งคงถูกผู้อื่นสังหาร มิเช่นนั้นนางจะคิดหนีออกไปเพื่อแก้แค้นตนได้อย่างไร
แม่ทัพกงซุนรับรู้อะไรบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน “ส่งคนไปเพิ่ม ตรวจค้นในจวนให้ถึงที่สุด อย่าให้คนน่าสงสัยหลุดรอดไปได้แม้เพียงผู้เดียว!”
หากซ่างกวนเมิ่งไม่ได้ฆ่าตัวตาย เช่นนั้นจะต้องถูกผู้อื่นฆ่าเป็นแน่ คิดไม่ถึงว่าในจวนแม่ทัพของเขาจะมีอำนาจอื่นแทรกเข้ามาได้! นี่เป็นเรื่องที่แม่ทัพกงซุนคิดไม่ถึง
ในยามที่ทุกคนไปถึง ด้านนอกคุกใต้ดินมีผู้คนมารวมตัวกันไม่น้อย องครักษ์ทุกนายต่างถอยออกไปยืนเรียงแถวด้วยใบหน้าเปี่ยมสงสัย รองแม่ทัพผู้หนึ่งกำลังสอบสวนพวกเขา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านแม่ทัพ ท่าน…เข้าไปดูหน่อยเถิดขอรับ ทุกสิ่งด้านในยังไม่มีผู้ใดแตะต้อง”
อวิ๋นซูก้าวเดินเข้าไปเป็นคนแรก ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น นางรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกของตน ภายในคุกอันมืดมิดราวกับมีสายลมเย็นยะเยือกไหลเวียน
เฟิ่งหลิงและแม่ทัพกงซุนตามคุ้มครองนางอยู่ด้านหลัง สิ่งที่พวกเขากังวลก็คือผู้ลงมือจะยังซ่อนตัวอยู่ที่ใดสักแห่งเพื่อรอโอกาสเคลื่อนไหว จะอย่างไรเวลาก็สั้นเกินไป พวกเขาคิดว่าต่อให้ต้องการช่วยซ่างกวนเมิ่งก็ยังต้องรอยามค่ำคืนที่การป้องกันอ่อนแอที่สุด แน่นอนว่าผู้ที่โกรธที่สุดย่อมเป็นแม่ทัพกงซุน แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยรู้ว่าในสายตาของผู้อื่น จวนแม่ทัพของตนจะอ่อนแอเพียงนี้ พลันเกิดความรู้สึกอัปยศที่ถูกดูหมิ่น
เสียงฝีเท้าของคนทั้งสามดังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในคุกใต้ดินที่ปิดสนิทแห่งนี้ แสงเทียนที่สั่นไหวยิ่งสะท้อนบรรยากาศกดดัน
ยามที่พวกเขาเห็นร่างบนเครื่องพันธนาการก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เฟิ่งหลิงทนไม่ไหวรีบดึงข้อมือของอวิ๋นซูไว้ ต้องการใช้ร่างกายของตนไปบดบังสายตาของนาง อย่างไรเสียภาพเบื้องหน้าก็ไม่เหมาะให้สตรีผู้หนึ่งได้เห็น ต่อให้เป็นแม่ทัพกงซุนที่ผ่านสนามรบมามากก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพะอืดพะอม
ยิ่งเข้าไปใกล้พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกกดดัน เนื่องจากบาดแผลบริเวณลำคอที่ถูกตัดขาดเรียบสนิทเพียงนั้น เห็นได้ว่าผู้ลงมือทั้งรวดเร็วแม่นยำและโหดเหี้ยม อีกทั้งวรยุทธยังลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง
เลือดสีดำยังคงมิแห้ง แต่เริ่มจับตัวเป็นแผ่นเดียวกันแล้ว กลิ่นเหม็นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม่ทัพกงซุนอดรนทนไม่ไหวอยากรีบจัดการร่างอันน่าหวาดกลัวนี้โดยพลัน
ร่างผอมบางถูกแขวนอยู่เช่นนั้น อาภรณ์บนร่างของนางถูกเลือดอาบย้อมจนมองสีเดิมไม่ออก ทำให้ผู้คนรู้สึกสังเวชยิ่งนัก เฟิ่งหลิงในยามนี้ไม่อยากให้อวิ๋นซูเข้าไปใกล้อีก เขารู้สึกว่าผู้ลงมือโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง เห็นได้ชัดว่าสามารถพาคนออกไปได้ แต่กลับนำไปเพียงศีรษะ เห็นได้ชัดว่า…กำลังข่มขู่และกล่าวเตือนพวกเขา หรืออาจต้องการทำให้ตกใจกลัว
ท่าทีของอวิ๋นซูไร้ซึ่งความสุขอย่างชัดเจน เฟิ่งหลิงคิดว่านางไม่ควรเห็นใจพี่สาวผู้นี้ของตนถึงจะถูก บนใบหน้าของสตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นมีเพียงความเย็นยะเยือก มองลำคอที่ถูกตัดขาดไม่ทราบว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ซ่างกวนเมิ่งยังมีค่าให้ตระกูลอู่ใช้งาน แต่กลับคิดไม่ถึงว่าค่าของนางจะอยู่หลังความตายเช่นนี้ พวกเขานำศีรษะของนางไปทำอะไร? อวิ๋นซูรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลอู่คงมิธรรมดาเพียงนั้น นางเริ่มจินตนาการแล้วว่าตระกูลอู่จะใช้ศีรษะของซ่างกวนเมิ่งไปสร้างสัตว์ประหลาดอันใดออกมาอีกหรือไม่? การใช้วิชาลับที่ไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ กระทั่งอวิ๋นซูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ยามนี้เอง คล้ายกับแม่ทัพกงซุนสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง เขาก้มตัวลง ยื่นมือออกไปสัมผัสพื้น เฟิ่งหลิงสังเกตุเห็นการกระทำนี้ของเขาจึงหยิบเทียนด้านข้างขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปใกล้
พบว่าบนพื้นมีรอยเท้าจางๆ อยู่สองสามรอย คล้ายกับว่าเหยียบถูกเลือดบนพื้นในตอนที่มานำศีรษะของซ่างกวนเมิ่งออกไป
“รอยเท้าแต่ละรอยมีความตื้นลึกเท่ากัน เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งจริงๆ ” เขาขมวดคิ้ว สามารถไปมาไร้ร่องรอยภายในจวนแม่ทัพของเขาได้เช่นนี้ทำให้แม่ทัพกงซุนรู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ เงยหน้าขึ้นมองไปทางอวิ๋นซูโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความอันตราย เดิมทีคิดว่าตนสามารถปกป้องนางได้ ไม่เคยคิดเลยว่าผู้อื่นจะเข้ามานำศีรษะของซ่างกวนเมิ่งออกไปสบายๆ ภายใต้การคุ้มครองอันแน่นหนา อีกทั้งกระทำการเด่นชัดเพียงนั้นยังหนีไปได้
หากครานี้จุดประสงค์ของคนผู้นั้นคืออวิ๋นซู แม่ทัพกงซุนไม่มั่นใจเลยว่าจวนแม่ทัพของตนจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดอยู่หรือไม่
“แม่ทัพกงซุนไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจัดเตรียมคนไว้ข้างกายซูเอ๋อร์แล้ว หากมีการเคลื่อนไหวพวกเขาย่อมสังเกตุเห็น” องครักษ์เงาขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเหลียนย่อมมิใช่พวกกินหญ้า เฟิ่งหลิงเคยแลกเปลี่ยนฝีมือกันมาก่อน หากอยู่ในสถานการณ์อันตรายจะปรากฏตัวออกมา นี่เป็นการตัดสินใจหลังจากการสังหารที่ฮองเฮาจัดเตรียมคราวที่แล้ว องครักษ์เงาเหล่านี้จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมอบให้เขา เฟิ่งหลิงรู้ถึงความร้ายกาจของพวกเขาเป็นอย่างดี
เดิมทีเขาก็มีองครักษ์เงาอยู่แล้วกลุ่มหนึ่ง เพียงแต่ระยะนี้จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนได้ประทานให้เขาอีกกลุ่มหนึ่ง เห็นได้ว่าเรื่องราวกำลังดำเนินไปสู่สถานการณ์อันเคร่งเครียด
อวิ๋นซูยืนอยู่เบื้องหน้าศพไร้ศีรษะ สายตาหยุดอยู่บนเส้นเลือดบริเวณข้อมือซ้ายขวาที่ถูกตนเองกรีด เฟิ่งหลิงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ได้ยินสตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นี้กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “คราวนี้นางคงไม่อาจมีชีวิตรอดได้อีกจริงๆ แล้ว”
เรื่องของซ่างกวนเมิ่งหรือหลิ่วอวิ๋นฮว๋าบอกกับนางว่า ต่อแต่นี้ไป หากต้องการกำจัดคนผู้หนึ่ง จำเป็นต้องแน่ใจว่าอีกฝ่ายตายจริงหรือไม่ มิเช่นนั้นหากภายภาคหน้าอีกฝ่ายมายืนอยู่เบื้องหน้าของตนด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปคงทำให้ผู้คนรู้สึกยากจะรับได้
“ท่านแม่ทัพ สอบถามเรียบร้อยแล้วขอรับ เพียงแต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคนผู้นี้ถูกฆ่าได้อย่างไร”
รองแม่ทัพเดินเข้ามาจากด้านนอก สีหน้าย่ำแย่อย่างบอกไม่ถูก
“คนพวกนี้…สะอาดหรือไม่?” นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ทัพกงซุนสงสัยองครักษ์ในจวนของตน ต้องทราบว่าหากต้องการเป็นองครักษ์ของเขาย่อมต้องถูกตรวจสอบพื้นเพจนกระจ่างชัด
ยามนี้เอง ด้านบนมีเสียงรายงานดังขึ้นอย่างร้อนรน “เรียนท่านแม่ทัพ พบศพหลังภูเขาจำลองศพหนึ่งขอรับ!”
ศพ?
ทุกคนรีบตามออกไป ส่วนศพนั้นถูกหามมายังพวกเขา แม่ทัพกงซุนดึงผ้าสีขาวที่ปิดใบหน้านั้นออก พบใบหน้าเขียวม่วงขององครักษ์ผู้มีร่างกายกำยำ สีหน้าดูหวาดผวา มีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด
“เป็นเขา?!” องครักษ์หลายคนตื่นตะลึงขึ้นมา รองแม่ทัพเข้าใจอะไรบางอย่างได้โดยพลันจึงส่งสัญญาณให้พวกเขากล่าวต่อไป
“จางซั่ว…เมื่อครู่นี้เป็นเขาที่ออกมาจากคุกใต้ดิน…” เหตุใดยามนี้จึงตายแล้ว?
อวิ๋นซูมองไปยังร่างกายที่ค่อนข้างกำยำล่ำสันของคนผู้นี้ เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าศีรษะของซ่างกวนเมิ่งถูกนำออกไปได้อย่างไร เชื่อว่าคงมีคนสังหารองครักษ์ผู้นี้ จากนั้นจึงใช้ฐานะของเขาเข้ามา นำศีรษะของซ่างกวนเมิ่งยัดเข้าไปในเสื้อเกราะและออกไปจากคุกใต้ดินโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว
“เช่นนั้นเขาเข้าไปได้อย่างไร? ข้าแม่ทัพสั่งไว้แล้วว่านอกจากคุณหนูและข้า ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเข้าไปมิใช่หรือ?!”
องครักษ์ทั้งหลายสบตากัน พวกเขาขมวดคิ้วแน่น “เรียนท่านแม่ทัพ พวกเรา…พวกเราไม่ทราบว่าเขาเข้าไปได้อย่างไร เมื่อรู้ตัวเขาก็ออกมาจากด้านในแล้ว…”
อะไรที่เรียกว่าไม่ทราบว่าเขาเข้าไปได้อย่างไร?! หว่างคิ้วของแม่ทัพปรากฏความดุดันขึ้นมาโดยพลัน “พวกเจ้าถูกของกันหมดหรือไร?!”
องครักษ์ทั้งหลายรีบคุกเข่าลง “ผู้น้อยสำนึกผิดแล้วขอรับ!”
“สำนึกผิดแล้วมีประโยชน์อันใด คนก็ตายไปแล้ว!” โทสะของแม่ทัพกงซุนยากจะควบคุม ในความคิดของเขา ตนทำให้องค์ชายใหญ่และอวิ๋นซูผิดหวังจริงๆ ก่อนหน้านี้ตนยังสัญญาอย่างมันอกมั่นใจ คิดไม่ถึงว่ายามนี้กลับถูกตบหน้าเอาเสียได้
“ท่านพ่อ” อวิ๋นซูก้าวออกมาดึงมือของแม่ทัพกงซุนเบาๆ “ดูจากสภาพการตายขององครักษ์ผู้นี้แล้วคงถูกพิษ ผู้ที่สังหารซ่างกวนเมิ่งและนำศีรษะออกไปคงจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้นางมีสภาพเช่นนี้ คนผู้นี้เชี่ยวชาญการใช้พิษยิ่งนัก บางทีพวกเขาคงถูกวางยาพิษโดยไม่รู้ตัว ทำให้สติพร่าเลือนจนลืมเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของพวกเขา แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายร้ายกาจเกินไป”
บนโลกใบนี้มียาเบื่อย่อมต้องมียาแฝด อวิ๋นซูเชื่อว่าหากคนตระกูลอู่คิดจะเข้ามาในคุกใต้ดินย่อมไม่ใช่เรื่องยากอันใด กลับง่ายเสียด้วยซ้ำ องครักษ์เหล่านี้จะลดความระมัดระวังลงก็เป็นเรื่องปกติ ยามนี้ซ่างกวนเมิ่งได้รับกรรมแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นไปตามที่อวิ๋นซูคาดหวังแต่เรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุให้ดี อย่าให้ผู้มีใจคิดไม่ซื่อใช้ประโยชน์จากการตายของซ่างกวนเมิ่ง
ทุกคนกลับไปยังห้องโถง เฟิ่งหลิงเห็นว่าอวิ๋นซูมีท่าทีราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก
“ซูเอ๋อร์กังวลเรื่องการเคลื่อนไหวต่อไปของฮองเฮาหรือ??”
สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นเบนสายตาขึ้นมอง ในดวงตาเต็มไปด้วยความกระจ่างใส ครั้งนี้ซ่างกวนเมิ่งพ่ายแพ้อยู่ในมือของพวกเขา ทั้งยังถือโอกาสสาดน้ำโคลนให้ฮองเฮา ย่อมเป็นการตบพระพักตร์ฮองเฮาโดยไม่ต้องสงสัยเลย พระนางจะยอมจบง่ายๆ ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของซ่างกวนเมิ่ง คล้ายกับว่าฮองเฮาจะมีแผนการอะไรบางอย่างต่อตน
“ท่านคิดว่าฮองเฮาทราบฐานะของท่านมากน้อยเพียงใด?”
องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเหลียนในยามนี้ก็คือคุณชายสามตระกูลเฟิ่งแห่งแคว้นเฉินในกาลก่อน อีกทั้งซ่างกวนเมิ่งหรือหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายังรู้เรื่องทุกอย่างนี้อย่างกระจ่างชัด
บนใบหน้าของเฟิ่งหลิงเจือไปด้วยรอยยิ้ม “ต่อให้นางรู้ทั้งหมด ข้าก็ไม่กลัว”
เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจเช่นนี้ของอีกฝ่าย อวิ๋นซูกลับเงียบลง เมื่อเห็นท่าทีของนาง เฟิ่งหลิงจึงรู้ว่าดรุณีน้อยผู้มีความคิดลึกล้ำนี้กำลังคิดอะไรบางอย่างจึงทอดถอนใจเบาๆ “ซูเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าผู้ใดมอบอำนาจให้ฮองเฮา?”
ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย “ไท่ซ่างหวง?”
เมื่อได้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียน อวิ๋นซูจึงรู้ว่าฮองเฮาปัจจุบันไม่ใช่คนในใจของจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียน เช่นนั้นจะเป็นผู้ใดที่ดึงนางขึ้นมาเล่า? ผู้ที่มีอำนาจยิ่งกว่าจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนคงมีเพียงผู้เดียวแล้ว ฮองเฮาองค์ปัจจุบันเป็นคนที่ไท่ซ่างหวงเลือกมา พระนางย่อมทำงานให้ไท่ซ่างหวง เช่นนั้นการที่ฮองเฮาเพ่งเล็งเฟิ่งหลิงทุกทาง เมื่อคิดดูแล้วคงเป็นพระประสงค์ของไท่ซ่างหวง
พระองค์ไม่โปรดฮองเฮาองค์ก่อน ย่อมไม่โปรดเฟิ่งหลิง ไม่อาจทนเห็นจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมอบอำนาจให้เขา ดังนั้นจึงคิดทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดพระราชนัดดาผู้นี้
ครอบครัวจักรพรรดิไร้ใจ นี่เป็นเรื่องที่อวิ๋นซูรู้นานแล้ว เพียงแต่เมื่อเห็นท่าทีเรียบเฉยของเฟิ่งหลิงทั้งๆ ที่ถูกปู่แท้ๆ ของตนเกลียดชังเพียงนั้น ในใจของเขาจะรู้สึกเช่น อย่างไรก็ตาม…โชคดีที่เขาเติบโตมาในแคว้นเฉินตั้งแต่เด็ก ในใจจึงเห็นจวนชางติ้งโหวแห่งแคว้นเฉินเป็นครอบครัวของตน ความเกลียดชังที่ไท่ซ่างหวงมีต่อเขา บางทีสำหรับเฟิ่งหลิงคงคล้ายกับศัตรูธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น เป็นเพียงศัตรูที่มีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าเท่านั้น
จะอย่างไรเมื่อปีนั้นก็เป็นไท่ซ่างหวงที่บีบบังคับให้ฮองเฮาพระองค์ก่อนจากไป ความแค้นเก่าก่อนเหล่านี้ เมื่อคำนวณดูแล้วคงไม่จำเป็นต้องให้เฟิ่งหลิงมีความรู้สึกอันใดกับปู่ผู้นี้อีก
nitnit
ตัวละครที่เป็นตัวร้ายโผล่ออกมาอีกตัวหนึ่ง ไท่ซ่างหวง ปู่แท้ๆนะเนี่ย
Pennybull
ไท่ซ่างหวง คือใครไม่ทราบ ใครรู้ช่วยอธิบายด้วยจ้า ขอบคุณด้วยจ้า
Venus36
จักรพรรดิล้วนไร้ใจทั้งนั้น และราชวงศ์ด้วย กลัวจริงๆ อวิ๋นซูมาถึงที่นี่ นางก็สร้างความสั่นสะเทือน สุดยอดจ้า แต่ก็แอบเป็นห่วง จะโดนอะไรอีกไหมนะ????