หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 26 ตอนที่ 772 ขอบคุณถึงประตู
เล่มที่ 26 ตอนที่ 772 ขอบคุณถึงประตู
ไม่เสียทีที่เป็นจวนแม่ทัพกงซุน มองเห็นกลิ่นอายน่าเกรงขามได้จากประตูจวน กระทั่งสิงโตหินบริเวณประตูก็ยังใหญ่กว่าที่อื่นมาก
ที่ประตูมีองครักษ์ท่าทีโหดเหี้ยมดุดันยืนอยู่สองคน ให้ความรู้สึกปิดกั้นผู้คนไม่ให้เข้าไป
จริงดังคาด ในตอนที่ลู่เซิ่งอวิ๋นเดินก้าวขึ้นบันได เบื้องหน้าพลันมีกระบี่อันเย็นยะเยือกสองเล่มปรากฏ “ผู้มาเยือนคือผู้ใด?!”
เขากุมคอของตนโดยไม่รู้ตัว ไม่ถูก วันนี้ตนมาขออภัย! ลู่เซิ่งอวิ๋นรู้สึกโมโหตนเองอยู่ในใจ “ผู้น้อยลู่เซิ่งอวิ๋น วันนี้มาเพราะต้องการมาเยี่ยมเยียนคุณหนูกงซุน ทั้งยังนำของขวัญเล็กน้อยมาด้วยขอรับ”
ในมือขององครักษ์ด้านหลังถือกล่องไหมเอาไว้ มีท่าทีเคารพนอบน้อม
องครักษ์เฝ้าประตูทั้งสองสบตากัน “รอสักครู่ ข้าจะเข้าไปรายงาน”
ภายในเรือน ชุนเซียงนำข่าวจากด้านนอกมาเบื้องหน้าอวิ๋นซู “คุณหนูเจ้าคะ เจ้าโจรบ้ากามนั่นมาถึงประตูแล้ว” ในน้ำเสียงไม่ปกปิดความรังเกียจแม้แต่น้อย
“โจรบ้ากาม?”
“ก็คือเจ้าคนที่เสียมารยาทกับคุณหนูตอนอยู่ในตำหนักอวี้กุ้ยเฟย!”
อวิ๋นซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาเองหรือ? “มาด้วยเรื่องอันใด?”
“เชื่อว่าคงนำของขวัญมาขออภัยเจ้าค่ะ! หึ ให้บ่าวไล่ตีเขาออกไปเถิด!”
ทว่าอวิ๋นซูกลับยื่นมือไปหยุดชุนเซียงไว้ ไล่ตีคนออกไปหรือ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าผู้อื่นจะพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับจวนแม่ทัพได้ “ไม่ต้อง จะอย่างไรผู้มาเยือนก็เป็นแขก ดูเสียหน่อยว่าเขาต้องการพูดอะไร”
เมื่อได้รับคำอนุญาตจากด้านใน ลู่เซิ่งอวิ๋นจึงถูกพาเข้าไปในจวนแม่ทัพ
แม้ยามฝันเขาก็คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ตนได้เหยียบย่างเข้าสู่ประตูใหญ่จวนแม่ทัพด้วย ต้องทราบว่าก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าไป อย่างไรก็ตาม ได้ยินว่าตั้งแต่คุณหนูกงซุนกลับมา แม่ทัพกงซุนก็เปลี่ยนไปเข้าหาง่ายขึ้น ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด กระทั่งบรรยากาศของที่นี่ก็แตกต่างจากด้านนอก เดิมทีลู่เซิ่งอวิ๋นมีอารมณ์เคร่งเครียด ยามนี้จึงผ่อนคลายลงมาก ในเมื่อคุณหนูกงซุนยอมให้ตนเข้าไปแล้วย่อมแสดงให้เห็นว่านางไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องวันนั้น ขอเพียงตนประจบประแจงให้ดี มิแน่ว่าอาจสร้างความสัมพันธ์อันดีกับจวนแม่ทัพกงซุนแทนจวนลู่ก็เป็นได้
เพียงไม่นาน ลู่เซิ่งอวิ๋นก็ถูกพามาที่โถงด้านหน้า
“คุณชายโปรดรอสักครู่”
“ได้”
ลู่เซิ่งอวิ๋นมากมารยาทเป็นพิเศษ แตกต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง เขานั่งลงด้วยท่าทีสง่างาม คิดว่าวันนี้จะต้องเปลี่ยนมุมมองที่คุณหนูกงซุนมีต่อเขาให้ได้ การละเล่นเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด
เพียงไม่นานเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังใกล้เข้ามา ลู่เซิ่งอวิ๋นรีบจิบชาแล้วจึงเบนสายตาขึ้นมอง เงาร่างสุขุมเยือกเย็นพลันปรากฏเบื้องหน้า
เขารีบลุกขึ้นยืน “คุณหนูกงซุน ลู่เซิ่งอวิ๋นน้อมพบคุณหนูขอรับ” เขาเรียนรู้ท่าทีมาจากขุนนางเหล่านั้น มือทั้งสองประสานคารวะ
ชุนเซียงติดตามอยู่ด้านหลังอวิ๋นซูด้วยท่าทีเย็นชา มองไปยังท่าทีเสแสร้งของบุรุษผู้นั้น ในใจรู้สึกเหยียดหยามหาใดเปรียบ
“คุณชายลู่ไม่จำเป็นต้องมากมารยาทเพียงนี้”
“ความจริงที่ผู้น้อยแซ่ลู่มาในวันนี้เพราะต้องการขออภัยคุณหนูกงซุน วันนั้นไม่ทราบว่าผีร้ายตนใดเข้าสิง อาจเพราะดื่มสุราไปเล็กน้อยจึงทำให้เลอะเลือนกระทั่งทำผิดต่อคุณหนูกงซุน สมควรตายนับหมื่นครั้งจริงๆ!” ลู่เซิ่งอวิ๋นมีท่าทีเสียอกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง “หวังว่าคุณหนูกงซุนจะใจกว้างไม่คิดเล็กคิดน้อย ผู้น้อยแซ่ลู่จึงจะสงบใจได้”
ดื่มสุรา? ยามปกตินายน้อยลู่ผู้นี้ก็เลวทรามต่ำช้าอยู่แล้ว ยามนี้กลับมาแสร้งทำเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอม ชุนเซียงยังคงไม่ลืมทุกการกระทำของเขาในตอนนั้น มิใช่เลอะเลือนเพราะดื่มสุราเป็นแน่
“ทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด นายน้อยลู่ไม่จำเป็นต้องเก็บไปใส่ใจ”
ประโยคนี้ของอวิ๋นซูทำให้ลู่เซิ่งอวิ๋นฉีกยิ้มโดยพลัน “ใช่ๆๆ เข้าใจผิด เป็นเรื่องเข้าใจผิด! วันนี้ผู้น้อยแซ่ลู่นำของขวัญขออภัยมาเล็กน้อย หวังว่าคุณหนูกงซุนจะรับไว้ เด็กๆ…”
“ไม่จำเป็น” นางกล่าวตัดไมตรีจิตของอีกฝ่าย “น้ำใจของนายน้อยลู่ข้ารับไว้ด้วยใจแล้ว นำของขวัญเหล่านี้กลับไปเถิด ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอวี้กุ้ยเฟยแทนซูเอ๋อร์ด้วย ชุนเซียง ส่งแขก”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
“ประเดี๋ยวก่อน คุณหนูกงซุน…นี่เป็นของขวัญขออภัยที่ผู้น้อยแซ่ลู่นำมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะอย่างไรคุณหนูก็โปรดรับไว้เถิด เช่นนั้นผู้น้อยแซ่ลู่จึงจะวางใจได้! ดูของขวัญพวกนี้ก่อนเถิดขอรับ นี่เป็นประการังเลือดชั้นยอดจากทะเลใต้ ทั้งยังมีผ้าไหมเมฆา นับเป็นสิ่งถักทอชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่ง ใช่แล้ว ยังมีปิ่นหยกหิมะด้วยขอรับ คุณหนูกงซุนโปรดดูให้ดี ด้านบนมีลวดลายสีชมพูด้วย…”
ชุนเซียงกลับขวางอยู่เบื้องหน้าลู่เซิ่งอวิ๋น “นายน้อยลู่ เชิญกลับไปเถิด”
“นี่…โปรดรับของขวัญไว้เถิด…” จะอย่างไรลู่เซิ่งอวิ๋นก็มีความเชื่อว่ารับของผู้อื่นลงมืออ่อนโยนกินของผู้อื่นย่อมไว้ไมตรี หากมิรับของขวัญคงยากจะสานสัมพันธ์อันดีได้จริงๆ
“คุณหนูกล่าวว่ารับไว้ด้วยใจแล้ว นายน้อยลู่นำของขวัญกลับไปเถิด”
เมื่อเห็นสาวใช้เบื้องหน้า ในใจของลู่เซิ่งอวิ๋นพลันรู้สึกไม่พอใจ ทว่าบนใบหน้ากลับแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม “เช่นนี้ทำให้ผู้น้อยแซ่ลู่ลำบากใจยิ่งนัก คุณหนูกงซุน…”
สตรีสุขุมเยือกเย็นทำเพียงนั่งจิบชาอยู่ด้านข้างอย่างเงียบงัน ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของลู่เซิ่งอวิ๋นก็มิปาน
“นายน้อยลู่ทำเช่นนี้ คุณหนูของข้าก็ลำบากใจ”
“นังสาวใช้นี่…” ลู่เซิ่งอวิ๋นเกือบหลุดปากด่าตามนิสัยดั้งเดิมไปเสียแล้ว ยังดีที่เขาหยุดปากได้ทันเวลาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม “ของขวัญเล็กน้อยเพียงเท่านี้ไม่อาจแสดงความเคารพที่มีได้จริงๆ คุณหนูกงซุนอย่าได้คิดมากเป็นอันขาด”
คิดมาก? หากไม่ใช่ว่าชุนเซียงไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวายให้อวิ๋นซู นางอยากจะหัวเราะดังๆ เสียจริง คนผู้นี้มิใช่น่าขันธรรมดาเสียแล้ว
“คุณหนูของข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ เชิญนายน้อยลู่กลับไปเถิด”
ในใจของลู่เซิ่งอวิ๋นกลับเข้าใจกระจ่างเป็นอย่างดี หากวันนี้ไม่สามารถทำให้อวิ๋นซูรับของขวัญไว้ได้ คงไม่อาจก้าวหน้าไปได้ตลอดกาล ต่อให้ต้องตายอยู่ที่นี่ ตนก็ไม่ยอมจากไปเช่นนี้แน่นอน
“คุณหนูกงซุน วันนี้ผู้น้อยเเซ่ลู่ไม่ขอสิ่งอื่นใดอีก เพียงคุณหนูยอมรับน้ำใจนี้ของผู้น้อยเเซ่ลู่ไว้เป็นพอ มิเช่นนั้นผู้น้อยแซ่ลู่คงไม่อาจกินอยู่อย่างสงบใจได้แน่! ตั้งแต่วันนั้น ไม่มียามใดที่ผู้น้อยแซ่ลู่ไม่รู้สึกผิด ในใจราวกับถูกมีดกรีดแทง กระทั่งอาหารก็กินไม่ลง…”
ยิ่งลู่เซิ่งอวิ๋นกล่าวก็ยิ่งดูน่าอนาถ ชุนเซียงอดไม่ไหวจึงตอบกลับไปประโยคหนึ่ง “มุมปากของนายน้อยลู่มีน้ำมันติดอยู่ด้วยเจ้าค่ะ”
น้ำมัน? บุรุษยกมือขึ้นเช็ดโดยไม่รู้ตัว ชุนเซียงพลันแย้มยิ้มออกมา “นายน้อยลู่กินอาหารไม่ลงมิใช่หรือเจ้าคะ?”
“…” ลู่เซิ่งอวิ๋นเข้าใจได้ทันทีว่าตนถูกสาวใช้ผู้นี้หยอกล้อเอาเสียแล้ว พลันนั้นจึงโกรธจนยื่นมือออกไปคิดจะดึงชุนเซียง เพียงแต่จะอย่างไรชุนเซียงก็เป็นผู้มีวรยุทธติดตัว สามารถพลิกมือผลักลู่เซิ่งอวิ๋นออกไปได้
บุรุษเซถอยหลังไปหลายก้าว ในดวงตามีประกายลุกโชน พลันทรุดตัวลงกับพื้น
“โอ้ย…เจ็บจะตายอยู่แล้ว นังสาวใช้นี่ เหตุใดจึงลงมือทำร้ายผู้อื่นได้?”
ชุนเซียงชะงักไป รีบมองไปที่มือของตน เป็นไปไม่ได้กระมัง บุรุษดีๆ ผู้หนึ่ง เหตุใดผลักเบาๆ จึงล้มลงได้?
“โอ้ย ผู้น้อยแซ่ลู่เพียงต้องการมามอบของขวัญขออภัยเท่านั้น จะรู้ได้อย่างไรว่าจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้ข้ารู้สึกหนาวเน็บในใจเสียจริง โอ้ย…”
“คุณหนู ไม่ ไม่ใช่นะเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ออกแรงเลยเจ้าค่ะ!” ชุนเซียงกลัวว่าอวิ๋นซูจะเข้าใจผิดจึงรีบหันไปอธิบายกับนาง สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นค่อยๆ ยืนขึ้น เสียงของลู่เซิ่งอวิ๋นยิ่งฟังดูน่าอนาจ “โอ้ย เอวของผู้น้อยแซ่ลู่เจ็บยิ่งนัก เช่นนี้จะทำอย่างไรดี?”
“คุณชายลู่!” ชุนเซียงโกรธยิ่ง เจ้าบุรุษไร้ยางอายคิดจะใส่ร้ายตนใช่หรือไม่?
“ชุนเซียง อย่าได้เสียมารยาท”
ในที่สุดอวิ๋นซูก็เอ่ยปาก ลู่เซิ่งอวิ๋นรู้สึกยินดีอยู่ในใจ กลยุทธ์นี้มีประโยชน์จริงๆ ดังนั้นเขาจึงล้มตัวนอนกับพื้นแล้วร้องโอดโอยออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย “คุณหนูกงซุน ผู้น้อยแซ่ลู่ได้รับความอยุติธรรมจริงๆ เดิมทีเพียงต้องการให้คุณหนูรับของขวัญชดเชยนี้ไว้ ผู้น้อยแซ่ลู่จึงจะกลับไปอย่างวางใจ ไหนเลยจะรู้ว่ากลับได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ เอวเคล็ดเช่นนี้จะดีไปได้อย่างไร? หากผู้น้อยแซ่ลู่ถูกหามออกไปแล้วผู้อื่นเห็นเข้า มิแน่อาจกล่าวกันว่าจวนแม่ทัพทำร้ายแขกก็เป็นได้ ผู้น้อยแซ่ลู่ไม่อยากทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดเช่นนี้เลยจริงๆ!”
ฟังผิวเผินคล้ายกับมีน้ำใจไมตรียิ่งนัก แต่ในคำพูดกลับแฝงไปด้วยความข่มขู่
หากลู่เซิ่งอวิ๋นถูกหามออกไปจากจวนแม่ทัพกงซุน เขาจะต้องประกาศออกไปเป็นแน่ ย่อมต้องกล่าวว่าจวนแม่ทัพใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คน ตีแขกจนพิการ
“นายน้อยลู่เป็นผู้มีจิตใจดีงามจริงๆ สาวใช้ของซูเอ๋อร์เสียมารยาทไปแล้ว” บนใบหน้าของอวิ๋นซูประดับไปด้วยรอยยิ้มบางเบา ชุนเซียงดวงตาสว่างวาบ ทว่าอวิ๋นซูกลับส่งสายตาบอกให้นางวางใจ
แต่ไหนแต่ไรชุนเซียงเป็นคนรู้จักหนักเบายืดหยุ่น อวิ๋นซูย่อมไม่เชื่อว่านางจะลงมือกับลู่เซิ่งอวิ๋นจริงๆ ฝีมือการแสดงของบุรุษผู้นี้ล้ำเลิศยิ่งนัก ทำให้อวิ๋นซูอดรนทนไม่ไหว อยากร่วมมือกับเขาเสียหน่อย ถือโอกาส…ทำให้เขาได้รับความลำบากสักเล็กน้อย
“นายน้อยลู่ได้รับบาดเจ็บในจวนแม่ทัพ จะกล่าวอย่างไรก็รู้สึกไม่ดีจริงๆ โชคดีที่ซูเอ๋อร์เชี่ยวชาญการแพทย์ จะต้องรักษาอาการบาดเจ็บของนายน้อยลู่ให้หายดีเป็นแน่ จากนั้นค่อยให้คนไปส่งนายน้อยลู่”
อะไรนะ? ลู่เซิ่งอวิ๋นเบนสายตาขึ้นมอง เขาย่อมเคยได้ยินว่าคุณหนูกงซุนได้รับการขนานนามว่าเป็นหัตถ์เซียน ลูกไม้เช่นนี้ของตนเกรงว่าจะถูกเปิดโปงแล้วกระมัง? “ไม่ๆๆ ไม่จำเป็นขอรับ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องลำบากคุณหนูกงซุนแล้ว! ผู้น้อยแซ่ลู่หวังเพียงว่าคุณหนูจะรับของขวัญไป เช่นนั้นต่อให้ผู้น้อยแซ่ลู่ขาเป๋ไปข้างหนึ่งก็ย่อมหายดีได้!”
อวิ๋นซูย่อมรู้ดีว่าลู่เซิ่งอวิ๋นกำลังคิดสิ่งใดอยู่ ของขวัญเหล่านี้ไม่อาจรับได้ มิเช่นนั้นวันหน้าบุรุษผู้นี้จะนำศัตรูและเรื่องวุ่นวายติดตัวมาหาถึงประตูจวนด้วยเหตุผลต่างๆ นานาไม่จบไม่สิ้น อวิ๋นซูจำเป็นต้องทำให้เขารู้ว่าประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพกงซุนมิใช่ว่าผู้ใดก็สามารถเข้ามาได้ตามใจ
“อะไรนะ? นายน้อยลู่ขาเป๋หรือ? เพราะหกล้มเมื่อครู่นี้หรือไม่? วางใจให้ซูเอ๋อร์รักษาเถิด” ไม่ทราบว่านางหยิบเข็มเงินออกมาจากที่ใด ลู่เซิ่งอวิ๋นยังไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณต้นขา ไม่นานความรู้สึกชาอันยากบรรยายก็แพร่ไปทั่วทั้งขา พริบตาเดียวก็ไม่อาจขยับได้อีก
“โอ้ย! ขะ ขาข้า เหตุใดจึงขยับไม่ได้แล้ว?”
“สาหัสเพียงนี้เชียวหรือ? นายน้อยลู่ไม่จำเป็นต้องกังวล ชุนเซียงสาวใช้ของข้าเชี่ยวชาญด้านการจัดกระดูก ชุนเซียง…”
“เจ้าค่ะ คุณหนู” ชุนเซียงเข้าใจความหมายของอวิ๋นซูได้โดยพลัน อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม ลู่เซิ่งอวิ๋นไหนเลยจะรู้ว่านางต้องการทำอะไร เห็นเพียงสาวใช้ผู้นั้นจับขาของตนก่อนจะออกแรงบิด เสียงดังกึกกัก เขาได้ยินเสียงดังกังวานออกมาจากกระดูกของตนชัดเจน ตามมาด้วยความเจ็บปวดอันยากจะทนไหว
“อ้าก!”
ชุนเซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เหตุใดนายน้อยลู่จึงกรีดร้องอย่างอนาถเพียงนี้? หรือขาอีกข้างจะบาดเจ็บด้วย? เช่นนั้นบ่าวจะจัดกระดูกให้นายน้อยลู่เองเจ้าค่ะ”
“เจ้าๆๆ…ไม่ ไม่ต้อง” อย่างไรก็ตามไม่ทันเสียแล้ว ชุนเซียงเอื้อมไปดึงขาอีกข้างหนึ่งของลู่เซิ่งอวิ๋นอย่างดุดัน ความเจ็บปวดอันอยากจะรับไหวอีกระลอกหนึ่งแพร่ไปทั้งร่าง สีหน้าของบุรุษพลันขาวซีด เสียงร้องอันน่าสังเวชจุกอยู่ที่ลำคอ ท่าทีย่ำแย่อเนจอนาถ
อวิ๋นซูมองไปยังท่าทีน่าสมเพชของบุรุษผู้นั้นด้วยสายตาเย็นชา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
องครักษ์ที่อยู่ด้านข้างตกใจจนพูดอะไรไม่ออกไปนานแล้ว บุรุษบนพื้นทนไม่ไหวอีกต่อไป “ยังมัวตะลึงอันใดอยู่ ยังไม่รีบมาช่วยข้าอีก…”
“เอ๋? ขะ ขอรับ…”
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูส่งสายตาครั้งหนึ่งพลันมีองครักษ์ของจวนแม่ทัพเข้ามาขวางพวกเขาเอาไว้
Venus36
สะใจมาก วิธีของอวิ๋นซูล้ำลึก