Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 27 ตอนที่ 808 โยนอิฐล่อหยก

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 27 ตอนที่ 808 โยนอิฐล่อหยก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 27 ตอนที่ 808 โยนอิฐล่อหยก

“โอหัง วังหลังแห่งนี้ยังมีที่ใดที่เปิ่นกงเข้าไปไม่ได้อีกหรือ?!” ถึงกับต้องการคำอนุญาตจากฝ่าบาทเชียว? นี่นับเป็นเรื่องน่าขันยิ่งนัก!

องครักษ์ทั้งสองกลับไม่มีเจตนาถอยแม้แต่น้อย “ฮองเฮา ตำหนักชิงเหอแห่งนี้มีกฎเกณฑ์มาหลายปีแล้ว หากไม่มีคำอนุญาตจากฝ่าบาท ไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไปไม่ได้!”

เดิมทีตำหนักชิงเหอเป็นสถานที่ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับนางสนมตั้งครรภ์ ทุกคนต่างรู้ดีว่าลูกหลานราชวงศ์กำเนิดออกมายากเป็นที่สุด หลายครั้งที่ยังไม่ได้คลอดออกมาก็ต้องตายก่อนวัยอันควร ด้วยเหตุนี้บรรพบุรุษแห่งแคว้นเหลียนจึงจัดเตรียมสถานที่ที่มีฮวงจุ้ยยอดเยี่ยมเช่นนี้เอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นยังให้อำนาจจักรพรรดิคุ้มครองเต็มที่ ต่อให้เป็นฮองเฮาก็ไม่สามารถเข้าไปรบกวนสนมที่บำรุงครรภ์อยู่ด้านในได้ตามใจ

ฮองเฮาเหลียนไม่ทราบว่าท่าทีของตนในยามนี้บิดเบี้ยวมากเพียงใด “ทำไม หรือตอนนี้บุคคลผู้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเข้าพักในตำหนักชิงเหอได้ แต่พวกเจ้ากลับขวางทางเปิ่นกงหรือ!”

“กระหม่อมได้รับพระบัญชาจากฝ่าบาท หากเหนียงเหนียงทรงดื้อรั้นเช่นนี้ โปรดอย่ากริ้วที่กระหม่อมต้องเสียมารยาท!” เสียงวิ้งๆ ดังขึ้น ทั้งสองชักกระบี่บริเวณเอวออกมาพร้อมกัน ท่าทีเช่นนี้ทำให้แม่นมที่อยู่ด้านข้างตกใจจนรีบดึงฮองเฮากลับมา หากพระวรกายอันสูงส่งของเหนียงเหนียงต้องบาดเจ็บเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ย่อมไม่คุ้มค่า “เหนียงเหนียง โปรดระงับอารมณ์ด้วยเพคะ”

พระหัตถ์ของฮองเฮาเหลียนสั่นระริก ดวงเนตรของพระนางหยุดอยู่บนพื้นหญ้าเขียวด้านใน ตกลงเป็นเทพเซียนจากที่ใดกันแน่ถึงทำให้ฝ่าบาทปกป้องเพียงนี้ได้? ยามนี้พระนางสูญสิ้นสตินึกคิดไปแล้วโดยสิ้นเชิง สะบัดมือแม่นมออกแล้วหมุนตัวเดินไป ข้าราชบริพารด้านหลังตามไปติดๆ

แม่นมผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นทิศทางที่ฮองเฮาเสด็จไปพลันต้องอุทานออกมา “แย่แล้ว!” เหนียงเหนียงจะเสด็จไปหาฝ่าบาทหรือ?

จริงดังคาด ฮองเฮาเสด็จไปยังทิศทางของห้องทรงอักษรโดยตรง

“บ่าวถวายพระพรฮอง…เอ๋ เหนียงเหนียง!” ขันทีใหญ่ที่เฝ้าอยู่นอกห้องทรงอักษรกำลังคารวะ ไหนเลยจะรู้ว่าฮองเฮาจะถึงกับเดินผ่านเขาไปโดยตรง ใช้พระหัตถ์ผลักประตูห้องทรงอักษรแล้วเสด็จเดินเข้าไป เพียงแต่ด้านในมีเพียงความว่างเปล่า ไหนเลยจะมีเงาร่างของจักรพรรดิเหลียนอยู่

“เหนียงเหนียง พระนางเข้าไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”

ฮองเฮาเหลียนหมุนตัวมา พระเนตรมืดครึ้มหยุดอยู่บนใบหน้าขันทีใหญ่ “ฝ่าบาทเล่า?”

“ฝ่าบาท…เมื่อครู่ทรงเสด็จไปที่ตำหนักชิงเหอแล้วพ่ะย่ะค่ะ…” เดิมทีขันทีใหญ่ไม่อยากพูด ทว่าท่าทีของฮองเฮาเหลียนน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ราวกับจะมีเปลวเพลิงแห่งความโกรธพุ่งออกมาจากพระเนตรอย่างไรอย่างนั้น

อะไรนะ? เมื่อครู่ตนเพิ่งออกมาจากที่นั่น หรือฝ่าบาททรงประทับอยู่ด้านใน?

“สตรีในตำหนักชิงเหอคือผู้ใด?” ฮองเฮามิได้สังเกตเลยว่าสุรเสียงของตนร้อนรนเพียงใด

“นี่…” ขันทีใหญ่แย้มยิ้มอย่างลำบากใจ “บ่าวไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”

“โอหัง เจ้าถึงกับกล้าปิดบังเปิ่นกงเชียวหรือ!”

เสียงเพี้ยะดังขึ้น ฮองเฮาถึงกับตบหน้าขันทีใหญ่ครั้งหนึ่ง การกระทำเช่นนี้ทำให้ทุกคนตกใจ คนไม่น้อยสูดหายใจเย็นยะเยือก ขันทีใหญ่เป็นคนสนิทข้างกายฝ่าบาท เกรงว่าหลายปีมานี้คงไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้กระมัง? ฮองเฮาถึงกับไม่ไว้หน้าฝ่าบาทแม้แต่น้อย

ขันทีใหญ่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโกรธเพียงนี้ เขากุมแก้มของตนโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงเก็บอารมณ์ของตน ก้มหน้าลง “บ่าวไม่ทราบจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”

“หึ ต่อให้พวกเจ้าไม่พูด เปิ่นกงก็มีวิธีตรวจสอบ!”

…

“ทูลองค์ชาย เมื่อครู่ฮองเฮาไปก่อความวุ่นวายที่ห้องทรงอักษร ว่ากันว่าขันทีใหญ่ถูกตีด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ภายในสวนบุปผา เฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูได้รับข่าวนี้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองมีท่าทีแปลกใจอยู่บ้าง ปฏิกิริยาในคราวนี้ของฮองเฮาอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาไปมาก คิดไม่ถึงว่าจะระงับอารมณ์ไม่ได้เพียงนี้

เฟิ่งหลิงรู้สึกยินดียิ่งนัก ความคิดของอวิ๋นซูถึงกับให้ผลเช่นนี้เชียวหรือ แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยเห็นฮองเฮาเสียสตินึกคิดถึงเพียงนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะเป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวัง

เงาร่างในชุดไว้ทุกข์เดินไปเดินมาอยู่นอกประตูโค้ง ไม่นานก็ดึงดูดความสนใจของเฟิ่งหลิง เขาส่งสายตาครั้งหนึ่ง พลันมีเงาดำทะยานตัวจากไป

อวี้กุ้ยเฟยรู้ว่าอวิ๋นซูและองค์ชายใหญ่อยู่ด้านใน แต่นางยังคิดไม่ออกว่าจะเอ่ยปากเช่นไร ยามนี้จึงลังเลว่าควรเข้าไปพบหรือไม่

ตอนนี้เอง จู่ๆ บุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหน้านาง ทำให้อวี้กุ้ยเฟยตกใจ

นางรีบหันมา เห็นเฟิ่งหลิงกำลังยืนมองนางอยู่บริเวณไม่ไกล

อวี้กุ้ยเฟยจัดเผ้าผมของตนด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน สูดหายใจลึกก่อนจะเดินเข้าไป

“ถวายพระพรกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเพคะ” อวิ๋นซูยังคงย่อตัวคารวะอย่างมากมารยาท อวี้กุ้ยเฟยรีบเข้ามาประคองนาง “คุณหนูกงซุนอย่าทำเช่นนี้เป็นอันขาด! โธ่ ครั้งนี้เปิ่นกงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีจริงๆ!”

“เหนียงเหนียงมาเพราะเรื่องนายน้อยลู่หรือ? โปรดระงับความโศกเศร้าด้วยเพคะ”

ตนมาเพื่อขออภัยองค์ชายใหญ่และคุณหนูกงซุน ไหนเลยจะกล้าปล่อยให้คุณหนูกงซุนปลอบใจตนเช่นนี้ บนใบหน้าของอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยรอยยิ้มขออภัย “เปิ่นกงไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดเช่นไรดี คราวนี้เซิ่งอวิ๋นก่อเรื่องใหญ่จนพัวพันไปถึงคุณหนูกงซุน เปิ่นกงไม่มีหน้ามาพบองค์ชายจริงๆ!”

“เหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องตำหนิตนเองเช่นนี้ เรื่องของนายน้อยลู่ หม่อมฉันรู้สึกเสียใจยิ่งนัก น่าเสียดายที่ไม่อาจจับคนร้ายที่แท้จริงได้ ไม่อาจคืนความยุติธรรมให้นายน้อยลู่ได้”

เดิมทีอวี้กุ้ยเฟยคิดว่าเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซูจะพาลโกรธมาถึงตน ยามนี้เมื่อเห็นพวกเขามีท่าทีสงบนิ่งไร้ความโกรธเกรี้ยวเช่นนี้จึงผ่อนคลายได้บ้าง “ชะตาชีวิตของเซิ่งอวิ๋นสมควรเป็นเช่นนี้แล้ว หากยามปกติเขาไม่หาเรื่องไปทั่วคงไม่ดึงดูดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้มาสู่ตัวเอง ส่วนน้องสาวของเปิ่นกง…ทำให้คุณหนูกงซุนลำบากแล้วจริงๆ…”

ตอนที่เติ้งซื่อบุกไปถึงเบื้องพระพักตร์จักรพรรดิเหลียนโดยไม่สนใจสิ่งใด ทั้งยังหันหัวหอกไปที่อวิ๋นซู อวี้กุ้ยเฟยพะวงใจกับเรื่องนี้มาโดยตลอด

อวี้กุ้ยเฟยส่ายหน้าเล็กน้อย “ฮูหยินลู่ปวดใจจากการสูญเสีย หม่อมฉันเข้าใจได้เพคะ”

อวี้กุ้ยเฟยฝืนยิ้มออกมา จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ยามนี้พิธีหมั้นหมายใกล้มาถึงแล้ว หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก เปิ่นกงขอแสดงความยินดีกับองค์ชายและคุณหนูกงซุนล่วงหน้า”

“ขอบพระทัยเหนียงเหนียง”

อวี้กุ้ยเฟยราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ มองไปยังเฟิ่งหลิงอย่างระมัดระวัง “องค์ชาย มีบางคำเปิ่นกงไม่ทราบว่าควรถามหรือไม่”

“เหนียงเหนียงเชิญกล่าวมาเถิด” อย่างไรก็ตามเฟิ่งหลิงคาดเดาได้แล้วว่านางคิดจะถามอะไร

“เปิ่นกงได้ยินว่าฝ่าบาทให้คนไปรับแม่นางผู้หนึ่งเข้ามาพักที่ตำหนักชิงเหอเช่นนั้นหรือ?”

เฟิ่งหลิงแย้มยิ้ม เรื่องนี้เป็นดั่งหินก้อนใหญ่ทำให้เกิดคลื่นพายุคลั่งกลางวังหลังที่เดิมที่สงบนิ่งไร้เรื่องราว กลายเป็นหัวข้อสนทนาในวังหลวงต่อจากเรื่องลู่เซิ่งอวิ๋น ไม่เพียงแต่อวี้กุ้ยเฟยที่คิดคาดเดาอยู่ในใจ กระทั่งนางสนมทุกคนต่างอยากรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นเทพเซียนจากที่ใดกันแน่

“วันหน้าต้องขอให้อวี้กุ้ยเฟยดูแลให้มากแล้ว”

เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ดวงตาขออวี้กุ้ยเฟยพลันลุกโชนราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง จากนั้นจึงแย้มยิ้มอย่างกระจ่างชัด “เปิ่นกงเข้าใจแล้ว”

วันคัดเลือกนางสนมจัดขึ้นก่อนพิธีหมั้นหมายหนึ่งวัน เวลาเช่นนี้กลับมีสตรีนางหนึ่งปรากฏขึ้น ทุกคนไม่สงสัยเลยว่าต้องเป็นคนที่ฝ่าบาทต้องพระทัยเป็นแน่ หลายปีมานี้ข้างกายฝ่าบาทไม่มีคนได้รับความโปรดปรานแม้แต่ผู้เดียว บางทีสตรีนางนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนเหตุการณ์ในพระราชวัง อวี้กุ้ยเฟยมองได้ชัดเจนนานแล้ว ไม่ว่าตนจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถครอบครองตำแหน่งในพระทัยฝ่าบาทที่เป็นของฮองเฮาพระองค์ก่อนได้เด็ดขาด หรือควรกล่าวว่าไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีทางแย่งชิงมาได้ ดังนั้นพระนางจึงมอบความหวังทั้งหมดไว้บนร่างของโอรสตน ตอนนี้หวงฝู่อี้ก็มีสภาพเช่นนี้แล้ว นางไม่มีใจไปแย่งชิงอะไรทั้งสิ้น หวังเพียงจะเกาะองค์ชายใหญ่อยู่ในวังให้ดี เพื่อคืนวันอันสงบสุขของตน

ยามค่ำคืน จักรพรรดิเหลียนพาข้าราชบริพารเสด็จไปยังตำหนักชิงเหอโดยไม่สนใจสายตาของทุกคน นับเป็นการโจมตีทุกคนอย่างหนักโดยไม่ต้องสงสัยเลย

ข้าราชบริพารทุกคนถอยออกไปด้านนอก จักรพรรดิเหลียนเสด็จไปยังศาลากลางน้ำของตำหนักชิงเหอโดยลำพัง

น้ำนี้ดึงมาจากน้ำพุร้อนภายในวัง ดังนั้นจึงทำให้อากาศอุ่นสบายแม้จะเป็นฤดูหนาว

ภายในศาลากลางน้ำมีน้ำชาจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่อาหารกลับเป็นอาหารที่ชาวบ้านธรรมดามักกินกัน ทั้งสองนั่งเผชิญหน้า ไม่มีความรักลึกซึ้งอันใด มีเพียงความเคารพและการคล้อยตาม

“กินเพียงของเหล่านี้จะบำรุงร่างกายได้หรือ?” จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังชาหยาบกร้านอาหารธรรมดาบนโต๊ะ เอ่ยพระโอษฐ์ถามด้วยความสงสัย

อิงจือแย้มยิ้มเล็กน้อย “ของเหล่านี้แม้ไม่อาจเทียบอาหารเลิศรสในพระราชวัง แต่กลับเหมาะสมรอบคอบยิ่งนัก สารอาหารใดล้วนมีครบครัน กินแล้วไม่เลี่ยนเพคะ”

นี่ทำให้จักรพรรดิเหลียนคิดไปถึงหลายปีก่อนหน้านี้ ภาพยามที่ฮองเฮาพระองค์ก่อนตั้งครรภ์องค์ชายใหญ่ นางเองก็ชอบกินของบำรุงเหล่านี้เช่นกัน ยามนั้นตนยังรู้สึกกังวล อย่างไรก็ตามวันนี้เมื่อเห็นเฟิ่งหลิงมีใบหน้างดงามและความโดดเด่นเฉกเช่นที่ไม่มีผู้ใดเทียมแล้วพลันคิดว่าความกังวลของตนคงมากไปจริงๆ

“เจิ้นสั่งให้คนคุ้มครองตำหนักชิงเหออย่างเข้มงวดแล้ว เจ้าดูแลครรภ์อย่างวางใจเถิด”

อิงจือเผยรอยยิ้มสงบออกมา “หม่อมฉันและสามีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทมากเหลือเกิน ยามนี้ได้เป็นกำลังให้ฝ่าบาท นับว่าเป็นวาสนาของหม่อมฉันและเด็กในท้องแล้วเพคะ”

จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรสายตาของอิงจือ จู่ๆ กลับรู้สึกอิจฉาขึ้นมา “จะให้เจิ้นสั่งให้คนพาสามีเจ้าเข้าวังมาด้วยกันหรือไม่?”

“สามีของหม่อมฉัน…ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วเพคะ”

อะไรนะ?! จักรพรรดิเหลียนไม่ทราบเรื่องราวโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานอิงจือก็ได้สติกลับมาจากความโศกเศร้า “กว่าจะปกป้องเด็กคนนี้ได้ องค์ชายเองก็พยายามเต็มที่ หม่อมฉันพอใจแล้วเพคะ ตอนนี้เรื่องที่หม่อมฉันทำได้มีเพียงเรื่องนี้แล้ว นับว่าได้ตอบแทนบุญคุณองค์ชายใหญ่แทนสามี”

จักรพรรดิเหลียนรู้สึกว่าตนถามเรื่องไม่สมควรไปแล้ว เพียงแต่เมื่อมองไป สายตาของอีกฝ่ายกลับมากล้นไปด้วยความสุขอันไร้ขีดจำกัด ดูแล้วเขาคงมีความทรงจำอันงดงามที่กระทั่งความตายก็ไม่อาจทำลาย

บุรุษไม่กล่าวสิ่งใดอีก หยิบตะเกียบขึ้น คีบอาหารที่ดูขัดตาที่สุดขึ้นมาเล็กน้อย

พระองค์คิดถึงความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งนัก หากไม่เบนพระเนตรขึ้นมองไป พระองค์ยังคิดว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามพระองค์ก็คือสตรีที่ตนรัก

หลายปีก่อนหน้านี้พวกเขาก็นั่งอยู่ที่นี่ เต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อบุตรที่ใกล้จะออกมาดูโลก ต่อให้กินเพียงอาหารหยาบกร้านรสอ่อนก็รู้สึกพึงพอใจหาใดเปรียบ ความคิดถึงฮองเฮาพระองค์ก่อนเอ่อล้นแพร่กระจายไปช้าๆ เฉกเช่นชาขมถ้วยนี้

เสียงโครมครามดังขึ้น ในตำหนักฮองเฮามีเสียงดังออกมา

“พระองค์ถึงกับค้างคืนที่ตำหนักชิงเหอเชียวหรือ?” นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีมานี้! ต้องทราบว่าเรื่องเช่นนี้เกิดกับฮองเฮาพระองค์ก่อนเท่านั้น! พระองค์ พระองค์ทำเช่นนี้ได้อย่างไร…

“เหนียงเหนียงอย่าทรงกริ้วเป็นอันขาด! บางทีฝ่าบาทอาจดีพระทัยชั่วครู่…” กระทั่งแม่นมก็ไม่อาจไม่เชื่อ ระหว่างจักรพรรดิเหลียนกับสตรีนางนั้นถึงกับมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาเช่นนี้เชียวหรือ แต่นี่คือนิสัยของบุรุษ ไม่ว่าผู้ใดก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพียงแต่ฮองเฮาคิดไม่ได้ท่านั้น

“หึ มิใช่ว่าเขามีรักลึกซึ้งต่อฮองเฮาพระองค์ก่อนกระทั่งความตายก็มิอาจเปลี่ยนแปลงหรือไร? ตอนนี้กลับลืมเสียได้? เช่นนั้นเหตุใดจึงเป็นเปิ่นกงไม่ได้!”

“โธ่ เหนียงเหนียง ทรงตรัสเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด!” แม่นมเบนสายตาขึ้นมองไปนอกหน้าต่างอย่างเคร่งเครียด “หากไท่ซ่างหวงทรงทราบย่อมไม่ดีเป็นแน่!”

ฮองเฮาเหลียนเงยหน้าขึ้น น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาทำให้แม่นมตกใจ

“เปิ่นกงแค้นยิ่งนัก! เหตุใดจึงไม่ยอมรับข้า? ทั้งๆ ที่ข้า…ข้ารักเขาเพียงนี้…”

“เหนียงเหนียงโปรดอย่าร้อนพระทัยไปเลยเพคะ สตรีในวังหลังแห่งนี้มีท่านใดบ้างที่มีจุดจบที่ดี? ต่อให้เป็นฮองเฮาพระองค์ก่อนที่ได้รับพระทัยจากฝ่าบาท ยามนี้มิใช่ว่าหายตัวไปไม่พบร่องรอยแล้วหรือ? แค่มีมากขึ้นหนึ่งคนเท่านั้น เหนียงเหนียงต้องหวาดกลัวนางหรือเพคะ? ตั้งครรภ์มังกรแล้วอย่างไร พวกเราก็สามารถ…” ดวงตาของแม่นมเปล่งประกายโหดเหี้ยม

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 27 ตอนที่ 808 โยนอิฐล่อหยก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

2 Comments

  1. Pennybull

    สงสารฮองเฮาทำมัย อีนี่ก็ร้ายกาจ เคยหลายครั้งแล้วที่จะฆ่านางเอก คิดว่าความคิดนี้ยังมีอยู่ในหัวที่
    ไร้สมองของอีนังฮองเฮา

    21/02/2023 at 8:00 น.
  2. Venus36

    สงสารฮองเฮาแฮะ แต่นางทำตัวเอง เลือกข้างผิดเอง ว่าแล้วอวิ๋นซูต้องใช้แผนนั้น หากไม่ได้นางคงไม่สามารถโค่นล้มฮองเฮาได้

    20/02/2023 at 17:58 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
02/11/2023
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.