Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 33 ตอนที่ 978 ถูกปิดบัง

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 33 ตอนที่ 978 ถูกปิดบัง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 33 ตอนที่ 978 ถูกปิดบัง

ในมุมหนึ่งของสวนบุปผา หนานฟางเยี่ยนยื่นศีรษะมองไปในลาน หลังจากมั่นใจแล้วว่าซูฉินจากไปแล้วจริงๆ จึงค่อยตบหน้าอกผ่อนลมหายใจออกมา

เมื่อครู่ถึงกับทำให้หลังของนางเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

นางกัดริมฝีปากอย่างอารมณ์เสีย ไม่อาจระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจได้ หากคำพูดเหล่านั้นถูกเหนียงเหนียงได้ยินเข้า นางจะถูกสั่งสอนหรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้นหากพี่ใหญ่รู้เรื่องเมื่อคืน มิใช่ว่าตนจะโชคร้ายหรือ…

แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง หนานฟางเยี่ยนกลับไม่รู้สึกว่าตนทำอะไรผิด เป็นสตรีที่โลภในชื่อเสียงเกียรติยศนางนั้นที่ไม่ดี หากไม่ใช่เพราะนางเอาเปรียบพี่ใหญ่ ตนจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร? ถูกต้อง ตนคิดทำเพื่อตระกูลหนาน ต่อให้ท่านพ่อรู้คงไม่ตำหนินางเป็นแน่!

ในขณะที่หนานฟางเยี่ยนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หลานอวิ๋นที่จัดการเรื่องที่เฟิ่งหลิงมอบหมายเสร็จแล้วกลับมาเห็นหนานฟางเยี่ยนทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ในมุมหนึ่งของสวนบุปผาเข้าพอดี พาลให้คิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน ในใจของหลานอวิ๋นมืดครึ้มลง เดินไปด้านหลังนางอย่างไร้เสียง “คุณหนูหนาน!”

หนานฟางเยี่ยนถูกเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำเอาตกใจ เมื่อหันกลับไปมองพบว่าเป็นหลานอวิ๋นจึงคิดจะหนีไป แต่หลานอวิ๋นกลับเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง เดินมาขวางอยู่เบื้องหน้านาง

“คุณหนูหนาน! ไปเดินคุยกันสักหน่อยได้หรือไม่?”

เรื่องที่หนานฟางเยี่ยนถูกหลานอวิ๋นจับได้เมื่อคืนนี้ยังคงส่งผลกระทบกับนาง ดังนั้นเมื่อเห็นเขาอีกครั้งย่อมรู้สึกร้อนตัวจนอารมณ์ไม่ดี แต่ตอนนี้นางไม่อาจหนีได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า “เจ้าอยากพูดอะไร? คุณหนูเช่นข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้า”

หลานอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น เอ่ยปากตรงประเด็น “คุณหนูหนานบอกผู้แซ่หลานได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงไม่ชอบ…ไม่ชอบแม่นางในเรือนนั้น?”

เมื่ออยู่ในจวนตระกูลหนาน เขาย่อมไม่อาจเรียกอวิ๋นซูว่าพระชายาได้โดยตรง

เมื่อหนานฟางเยี่ยนได้ยินพลันใจเต้น ยื่นคอขึ้นกล่าวเสียงสูง “หึ…กล่าวเหลวไหลอันใดกัน? คุณหนูเช่นข้าไม่มีเวลามายุ่งเรื่องของผู้อื่น! อีกอย่าง คุณหนูเช่นข้าจะชอบหรือไม่ชอบผู้ใด ยังไม่ถึงคราวให้เจ้ามาถามไถ่!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้แซ่หลานคงทำได้เพียงไปถามนายน้อยหลานเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนแล้ว มีงูมากมายเพียงนั้น หากทำร้ายผู้อื่นในเคหาสน์เข้าเกรงว่าจะไม่ดี!” ใบหน้าของหลานอวิ๋นเรียบนิ่ง จงใจหมุนตัวเดินไปช้าๆ เดินมุ่งไปยังห้องหนังสือของหนานฟางเฟย

หนานฟางเยี่ยนเห็นดังนั้นจึงร้อนใจจนหน้าแดง ไม่สนใจสงวนท่าทีของสตรี ยกชายกระโปรงไล่ตามไป “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้! คุณหนูเช่นข้าสั่งให้เจ้าหยุด ได้ยินหรือไม่”

หนานฟางเฟยหยุดฝีเท้าลง เบนสายตามองไปที่นาง คล้ายกำลังรอให้นางกล่าวต่อไป

หนานฟางเยี่ยนเร่งฝีเท้ามายืนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา ดรุณีน้อยทรงเสน่ห์หน้าแดง เงยหน้าขึ้นมองไปที่เขาด้วยสายตาข่มขู่ “เรื่องเมื่อวานไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหนูเช่นข้า เจ้าเชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ช่าง แต่คุณหนูเช่นข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไปพูดจาไร้สาระต่อหน้าพี่ใหญ่เป็นอันขาด!”

บนใบหน้าของหลานอวิ๋นเต็มไปด้วยความจนใจ ความดื้อรั้นของคุณหนูแห่งตระกูลหนานผู้นี้ทำให้เขารู้สึกปวดหัวจริงๆ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “ในเมื่อยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน เช่นนั้นเหตุใดจึงต้องขวางผู้แซ่หลานด้วยเล่า? ผู้แซ่หลานทำเช่นนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแค่อยากเตือนนายน้อยตระกูลหนานเรื่องความปลอดภัยในเคหาสน์เท่านั้น หากวันหน้างูเหล่านั้นมาทำร้ายคุณหนูหนาน มิใช่จะย่ำแย่มากหรือ?”

คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของหนานฟางเยี่ยนเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดง เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าคำพูดเหล่านี้ของหลานอวิ๋นหมายความว่าอย่างไร? ในใจพลันเกิดเปลวเพลิงแห่งโทสะลุกโชน “เหตุใดพวกเจ้าทุกคนจึงคิดว่านางดี ทั้งๆ ที่นางเป็นสตรีที่โลภในชื่อเสียงเกียรติยศ พี่ชายของข้าชอบนางเพียงนั้น อีกทั้งนางกับพี่ชายของข้าก็หมั้นหมายกันมาตั้งแต่เล็กๆ เหตุใดจึงไปแต่งให้ผู้อื่นได้เล่า? สตรีไร้คุณธรรมเช่นนั้น ทรยศคนเชื่อใจได้ลงคอ พวกเจ้าคิดว่านางดีที่ใดกันแน่?”

หลานอวิ๋นได้ยินพลันต้องตื่นตะลึง เขาไม่เคยคิดเลยว่าคุณหนูตระกูลหนานจะรู้เรื่องมากมายเพียงนี้ แม้เรื่องราวจะมิได้เป็นเช่นนั้น แต่เรื่องนี้ยังไม่ถึงคราวให้เขาสอดมือ ควรจะกำจัดเจตนาอันเป็นศัตรูที่นางมีต่อพระชายาเช่นไรดี?

หลานอวิ๋นทอดถอนใจ กล่าวออกมาจากใจจริง “คุณหนูหนาน สัจธรรมของโลกนี้กล่าวไปแล้วก็เป็นเรื่องของวาสนา บางเรื่องฟ้าลิขิตไว้แล้ว หากมีวาสนาย่อมไม่อาจฝืน ส่วนวาสนาของนายน้อยตระกูลหนาน ในความคิดของผู้น้อยเพียงต้องรอเวลาเท่านั้น คุณหนูหนานเดิมทีไม่ใช่คนเลวร้าย เหตุใดจึงบีบบังคับผู้อื่นเช่นนี้?”

หนานฟางเยี่ยนไม่ยินยอมและไม่ยอมฟัง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยโทสะ “คุณหนูเช่นข้าบีบบังคับผู้อื่นตั้งแต่ยามใด? เห็นได้ชัดว่ากงซุนซูผู้นั้นหลงใหลชื่อเสียงเกียรติยศ ตระกูลหนานของข้ามีอะไรไม่ดี หรือว่าปฏิบัติกับนางไม่ดี? พี่ชายของข้าหน้าตาหล่อเหลางดงาม มากทั้งคุณธรรมและความกล้าหาญ สามารถให้ความสุขกับนางได้แน่ เหตุใดจึงต้องเป็นพระชายาองค์ชายด้วย? เห็นได้ชัดว่านางไม่คิดถึงคุณธรรมน้ำใจ เกี่ยวอะไรกับข้า? ต่อให้นางเกิดเรื่องจริงๆ เช่นนั้นก็นับว่าสวรรค์มีตา! สวรรค์ย่อมไม่ปล่อยให้ผู้ทรยศเช่นนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปแน่!”

“คุณหนูหนาน ท่านเข้าใจพระชายาผิดไปแล้ว ความจริง…”

“ความจริงอะไร?” หนานฟางเยี่ยนมองไปทางหลานอวิ๋นด้วยสายตาผิดหวัง เดิมทีนางคิดว่าเขาเป็นคนดี ไม่นึกว่าเขากลับเป็นคนไม่รู้จักแยกแยะเช่นนี้ “คุณหนูเช่นข้าไม่ได้ทำอะไรผิด! หากเจ้าจะทำให้เรื่องนี้ไปถึงหูพี่ใหญ่ให้ได้ เช่นนั้นก็ไปเถิด! หากจะโทษก็ต้องโทษที่กงซุนซูผู้นั้นโชคไม่ดีเอง!”

หนานฟางเยี่ยนราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดตะโกนคำนี้ออกมา จากนั้นจึงวิ่งจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

หัวใจของหลานอวิ๋นบีบรัด เดิมทีคิดจะตามไปขวางนางและอธิบายแทนอวิ๋นซูเสียหน่อย แต่ในขณะที่ก้าวขาออกไป จู่ๆ กลับคิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าตนจะพูดเช่นไร คำพูดเหล่านั้นของคุณหนูตระกูลหนานก็มิใช่ว่าจะไร้เหตุผลทั้งหมด ทว่าพระชายาไม่ใช่คุณหนูกงซุนตัวจริง หากอธิบายออกไปเช่นนี้เกรงว่าคงให้ผลตรงกันข้าม

ดูแล้วคงทำได้เพียงระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้น

ตอนนี้ ภายในห้องของอวิ๋นซู อวิ๋นมู่กำลังจับชีพจรให้นาง เพียงแต่ยามนี้เขากลับไม่ผ่อนคลายมากนัก คิ้วขมวดมุ่น สีหน้าหนักอึ้ง ยามออกแรงที่ปลายนิ้วยังเผยความหนักใจที่ไม่อาจแก้ไขออกมาทางใบหน้า ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ชีพจรเปลี่ยนแปลงไปมาก

“ช่วงสองวันนี้ ซูเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่?”

อวิ๋นซูที่กำลังจะจัดแขนเสื้อของตนชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าลังเลอยู่หลายส่วน “มิได้รู้สึกไม่สบายที่ใด คำพูดนี้ของท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรหรือ?”

อวิ๋นมู่ขมวดคิ้วลึกขึ้นหลายส่วน “แปลกจริงๆ หากไม่ได้รู้สึกไม่สบายเช่นที่เจ้าว่า เหตุใดชีพจรจึงอ่อนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มากนัก?”

อวิ๋นซูหลุบตาลง นางเข้าใจความหมายลึกล้ำที่แฝงอยู่ในคำพูดของอวิ๋นมู่ ทว่ากลับทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้อธิบายอะไร

หลานอวิ๋นที่เพิ่งกลับมาจากสวนบุปผาเมื่อครู่นี้ได้ยินคำพูดของอวิ๋นมู่เข้าพอดีจึงเดินเข้ามา “นายท่านอวิ๋นคงไม่ทราบ ของที่พระชายาเสวยในระยะนี้ล้วนเป็นอาหารย่ำแย่รสอ่อน สุขภาพย่อมไม่ดีเป็นธรรมดา”

อวิ๋นมู่เบิกตาขึ้นโดยพลัน รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง อาหารย่ำแย่เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ในดวงตาของซูฉินที่อยู่ด้านข้างเต็มไปด้วยความสงสัย เหตุใดนางจึงไม่เคยได้ยินหลิงเอ๋อร์กล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน เมื่อย้อนคิดถึงอาหารในระยะนี้ของพวกนาง ต่างอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง หรืออาหารของซูเอ๋อร์จะแตกต่าง?

“ซูเอ๋อร์ คำพูดนี้เป็นจริงหรือ?” อวิ๋นมู่รู้สึกสงสัยจริงๆ แต่เมื่อคิดให้ละเอียดหากไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้จะอธิบายเรื่องชีพจรอย่างไร?

อวิ๋นซูไม่ได้เก็บความกังวลของอวิ๋นมู่มาใส่ใจ ดวงตาเฉลียวฉลาดมองไปทางเฟิ่งหลิง ทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา แต่รอยยิ้มนี้กลับแทนคำพูดนับหมื่น

คล้ายกับว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่อยากพูดอะไรให้มากความ ทำให้ผู้อื่นร้อนใจอยู่เงียบๆ หรือว่าระยะนี้จะเกิดเรื่องที่พวกเขาไม่ทราบ?

ในใจของอวิ๋นมู่รู้สึกกังวลยิ่งขึ้น “เดิมทีพิษในร่างซูเอ๋อร์ก็ลึกลับมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังได้รับสารอาหารไม่เพียงพออีก ข้าเป็นห่วงว่านานไปร่างกายนางจะรับไม่ไหว”

“ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องกังวล ซูเอ๋อร์จะระวังให้มาก” อวิ๋นซูตอบกลับอย่างเรียบเฉยประโยคหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอวิ๋นมู่ยังมีสีหน้าเปี่ยมกังวลจึงกล่าวปลอบใจ “อีกอย่าง ข้างกายซูเอ๋อร์มีเฟิ่งหลิงและแม่ทัพหลานคอยดูแล ท่านพ่อวางใจเถิด”

อวิ๋นมู่เห็นดังนั้นจึงทำได้เพียงถอนใจยาวๆ จากนั้นจึงเดินมาข้างกายเฟิ่งหลิง “เชื่อว่าพวกท่านสองสามีภรรยาคงมีคำพูดที่ยากจะเอ่ย แต่ตอนนี้สุขภาพของซูเอ๋อร์เป็นสิ่งสำคัญ ไม่อาจฝืนได้เป็นอันขาด”

“หลิงเอ๋อร์เข้าใจ” เฟิ่งหลิงตอบรับ จากนั้นจึงหันไปมองใบหน้าด้านข้างที่ดูซูบเซียว ในใจคิดแผนการบางอย่าง

ขณะนั้นเอง ซูฉินคล้ายจะสังเกตเห็นความผิดปกติบนร่างของอวิ๋นซูจึงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ “เหตุใดบริเวณคอของซูเอ๋อร์จึงมีรอยแผลเล่า?”

สีหน้าของอวิ๋นซูชะงักไปเล็กน้อย ยกมือขึ้นสัมผัสผิวหนังบริเวณลำคอ ถึงกับมีบาดแผลเล็กๆ อยู่จริงๆ นางมั่นใจว่าก่อนมายังตระกูลหนานนางไม่มีอาการเช่นนี้

อวิ๋นมู่ที่อยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้นจึงเดินเข้ามาตรวจสอบ พบว่ามีรอยสีแดงเล็กๆ อยู่จำนวนหนึ่งจริงๆ เหมือนกับถูกตัวอะไรกัดและเหมือนกับอาการแพ้ของผิวหนัง

เมื่อเห็นทุกคนมีท่าทางวิตกกังวลเพราะเรื่องของตนอีกครั้ง อวิ๋นซูจึงแย้มยิ้ม “คงเพราะไม่ชินน้ำดินกระมัง ไม่จำเป็นต้องกังวล”

แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ทุกการเปลี่ยนแปลงของนางอาจหมายถึงเบาะแสสำคัญก็เป็นได้ อวิ๋นมู่ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งในใจ แต่เมื่อเห็นบุตรีไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วงจึงทำได้เพียงยื่นยาให้นาง จากนั้นจึงกำชับให้นางพักผ่อนดีๆ

จะอย่างไรที่นี่ก็คือเคหาสน์แห่งตระกูลหนาน เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปดุจไฟป่า ไม่นานก็รู้ไปถึงหูของหนานฟางเฟย เดิมทีเขาเป็นห่วงเรื่องอาการป่วยของอวิ๋นซูอยู่แล้วทำให้รู้สึกยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้ตนสั่งโรงครัวไว้ดีแล้วแท้ๆ เหตุใดจึงเกิดเรื่องสะเพร่าเช่นนี้ได้?

เขาเดินไปมาอยู่ในห้องหนังสือครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเรียกพ่อบ้านเข้ามา “ข้ากำชับแล้วมิใช่หรือว่าอาหารของแขกทุกท่านต้องชั้นยอด? เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน อย่าให้ผู้อื่นกล่าวว่าตระกูลหนานของพวกเราละเลยแขกเป็นอันขาด! อีกอย่าง…รีบสั่งให้คนเตรียมยาบำรุงส่งไปที่เรือนของแม่นางผู้นั้นโดยเร็ว”

“นายน้อยไม่จำเป็นต้องกังวล บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”

ตอนกลางคืน อาหารของอวิ๋นซูและเฟิ่งหลิงถูกเปลี่ยนทั้งหมด ผู้ใดก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ในเรือนยังคงให้ความรู้สึกแปลกๆ เงาร่างเล็กๆ ปรากฏในดวงตาของคนทั้งสองโดยบังเอิญเป็นบางครั้ง แต่พวกเขากลับแสร้งทำเป็นไม่เห็น นับว่าใช้ชีวิตไปอย่างสงบสุข

อย่างไรก็ตาม อาการป่วยของอวิ๋นซูกลับไม่ดีขึ้นเพราะเหตุนี้

หากจะกล่าวว่าก่อนหน้านี้เป็นเพราะอาหารจึงทำให้เลือดลมของนางเสียหาย แล้วระยะนี้จะอธิบายอย่างไรเล่า?

“ระยะนี้ซูเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บหรือ?” สิ่งที่อวิ๋นมู่กังวลที่สุดก็คืออาการป่วยเช่นนี้จะเป็นผลจากการกำเริบของพิษ

สีหน้าของสตรีสุขุมเยือกเย็นไม่ดีเท่าเมื่อก่อน กระทั่งนางก็ยังสังเกตเห็นปฏิกิริยาอันผิดปกตินี้ หรือว่านี่จะเป็นอาการจากพิษยาอายุวัฒนะจริงๆ?

อวิ๋นมู่รู้สึกกังวลยิ่งนัก อาหารไม่มีปัญหาแล้วเหตุใดเลือดลมจึงเสียหายได้เล่า เหตุใดเลือดลมจึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ? หรืออาการของนางจะรุนแรงยิ่งขึ้น? หากเป็นไปได้ พวกเขาไม่อยากคิดไปในทางที่เลวร้ายที่สุดจริงๆ

ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ด้วยกันแตะไหล่อวิ๋นซูเบาๆ ทันใดนั้นนางปรายตามองไปเห็นผ้าห่มบนเตียงมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง นางคิดว่าตนดูผิดไป แต่เมื่อตั้งใจดูอีกครั้ง ผ้าห่มนั้นกระเพื่อมขึ้นลงอย่างผิดปกติจริงๆ

ฮูหยินอวิ๋นขมวดคิ้วโดยพลัน “ซูเอ๋อร์ ในผ้าห่มของเจ้ามีอะไรอยู่หรือ?”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 33 ตอนที่ 978 ถูกปิดบัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

3 Comments

  1. na

    พูดตามตรง ทั้งงู ทั้งอาหาร ไหนจะอาการป่วย ตรรกะปกติคนใกล้ตายจะปล่อยให่เกิดเรื่องปิดพลาดกันง่ายๆขนาดนี้ เห็นชีวิตตัวเองอมตะเหรอ พระเอกก็จะมาใจดีกับแผนร้ายง่ายๆแบบนี้ โลกสวยไปมั้ย ปกติแค่งูตัวเดียวคงตามฆ่าคนร้ายไปแล้ว นี้งูทั้งฝูง

    10/08/2025 at 14:56 น.
  2. Pennybull

    รำคาญเรื่องการกลั่นแกล้งไร้สาระของอีนังหนานฟางเยี่ยนจริงๆ เอาเรื่องเล็กน้อยที่อ่านแล้วเบื่อ มากินเนื้อที่ในนิยายถึง เกินกว่า 8 บท อ่านจนเบื่อแล้ว เมื่อไหร่จะได้เคลื่อนนิยายต่อ
    🥱🥱🥱🥱🥱🥱

    19/05/2023 at 7:54 น.
  3. Malii123

    ปัญญาอ่อนพอกันรู้แต่ไม่บอก ไม่ทำอะไร ตายๆซะก็ดีเหมือนกัน

    18/05/2023 at 21:22 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
06/06/2026
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
06/06/2026
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.