Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 366 ไก่ล้วนดีแต่ใช้ปากจิก

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 366 ไก่ล้วนดีแต่ใช้ปากจิก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 366 ไก่ล้วนดีแต่ใช้ปากจิก
ตอนที่ 366 ไก่ล้วนดีแต่ใช้ปากจิก

หวังเอ้อยาพึงใจสืออี ทว่าสืออีกกลับไม่พึงใจในตัวนาง เรื่องที่นางโกรธแค้นจนผลักสืออีให้ตกลงไปในแม่น้ำแพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้านภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งวัน เหล่าผู้คนว่างงานซึ่งออกมาเฉลิมฉลองวันตรุษต่างพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวกันถ้วนหน้า

มารดาของหวังเอ้อยารู้เรื่องแล้วพลันเกิดความโมโหจนไม่อาจระงับโทสะได้ นางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากลูกสาวเพื่อสั่งสอนทันที “ข้าคงตามใจเจ้าเสียจนเคยตัว เจ้าจึงได้เคยชินกับความเอาแต่ใจเช่นนี้ ผลักคนให้ร่วงตกลงไปในแม่น้ำทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหนักหนาเพียงใด?! หากเขามีอันตรายถึงแก่ชีวิตขึ้นมาจะทำอย่างไร!? เจ้า… เจ้าลูกไม่รักดี! เจ้าทำให้ข้าโกรธจะตายอยู่แล้ว!”

ฝ่ายบิดาของหวังเอ้อยากลับไร้ซึ่งอารมณ์ฉุนเฉียว ขณะจิบชาร้อนอยู่ด้านข้างก็พยายามเกลี้ยกล่อม “นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงเพียงนั้นเสียหน่อย เกิดจากอารมณ์เพียงชั่ววูบของนางเท่านั้น เพียงจ่ายค่าปลอบขวัญชดใช้ให้เสียก็สิ้นเรื่องแล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน เรื่องเล็กน้อยไม่ควรทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่…”

“คนเช่นเจ้าเอาแต่เกลือกกลิ้งอยู่กับโคลนตม! ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาก็คงคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่!” นางถลึงตาใส่สามีอย่างดุดัน

ทว่าเขากลับส่ายหน้าอย่างสบายอารมณ์ ใช้ปากเป่าละอองควันที่ลอยขึ้นเหนือถ้วยชาแผ่วเบาพร้อมเผยรอยยิ้มบาง “ต่อให้ฟ้าถล่มก็มีผู้ใดสักคนคอยต้านทานไว้มิใช่หรอกหรือ? เจ้าจะกังวลไปไยกัน? อย่าเอาแต่โมโหไปเลยน่า ใจเย็นเถิด… ใจเย็นเถิด”

มารดาของหวังเอ้อยาเห็นท่าทางของสามีก็ยิ่งเกิดอารมณ์โทสะเข้าไปใหญ่ นิ้วมือยังคงจิ้มไปบนหน้าผากของหวังเอ้อยาถึงสองหน “เจ้านี่ก็ช่างกระไร! ทำสิ่งใดไม่เกรงกลัวผู้คนจะนำไปนินทาเลยรึ?!”

“ผู้ใดจะกล้านินทาข้า? ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควรเสียหน่อย” หวังเอ้อยายังคงดื้อรั้นทั้งยังเถียงคอเป็นเอ็น

“ถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังไม่รู้จักสำนึกอีกรึ?!” มารดาของหวังเอ้อยาเริ่มโกรธทั้งพ่อและลูกสาวของตน นางชี้นิ้วไปที่กำแพงห้อง “ไสหัวไปคุกเข่าซะ! สำนึกถึงความผิดของตนเมื่อไรค่อยลุกขึ้น!”

ใบหน้าของหวังเอ้อยาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ถึงกระนั้นก็ไม่คิดแก้ตัวอีก นางลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ

บิดาของนางกลับเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “อากาศหนาวเหน็บออกปานนี้ เสาะหาหมอนมารองใต้เข่าซะ ประเดี๋ยวคุกเข่านานจะเจ็บปวดขึ้นมาอีก ”

มารดาของหวังเอ้อยาเผยสีหน้าเขียวคล้ำ ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรอีก นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเองแล้วเดินออกไป หลังจากด่าทอสั่งสอนลูกสาวของตนจบ ยังต้องแบกหน้ารับความผิดเพื่อจ่ายค่าปลอบขวัญชดใช้อีกฝ่ายอีก วันนี้คือวันที่ความหวังของครอบครัวนางพังทลายโดยสิ้นเชิง เห็นทีลูกสาวคนนี้คงต้องอยู่เป็นสาวเทื้อไม่อาจออกเรือนได้อีกแล้ว

สืออีห่อตัวอยู่ในผ้าห่มนวมหนา โผล่ออกมาแต่เพียงศีรษะเท่านั้น ด้านข้างเตียงมีเตาไฟให้ความร้อนตั้งวางไว้ ประกายไฟลุกโชนจากมันทำให้ห้องเล็ก ๆ อบอุ่นขึ้น ผ่านไปเป็นเวลาครึ่งชั่วยามเท่านั้น ความหนาวเย็นตามร่างกายของเขาจึงมลายไปจนหมดสิ้น

แม่นางเหลียนรีบยกถ้วยน้ำขิงร้อน ๆ ถ้วยที่สามยื่นให้ตรงหน้าเขา “รีบดื่มเสีย ดื่มรวดเดียวให้หมด”

“ท่านอา ข้าดื่มอีกไม่ไหวแล้วขอรับ” สืออีเผยสีหน้ายากเข็ญ

“ไม่ได้ ไม่ได้ หากกระแสลมหนาวพัดโกรกมาอีกระลอกอาการของเจ้าอาจทรุดลง หม้อในห้องครัวยังมีเหลืออยู่ประมาณสองสามชาม เจ้าต้องดื่มจนหมด ถึงอย่างไรก็ไม่มีผลเสียใด ๆ กับร่างกายของเจ้า” แม่นางเหลียนมอบความห่วงใยให้กับสืออีอย่างเต็มเปี่ยม เป็นความรักที่ว่าที่แม่ยายมีต่อว่าที่ลูกเขย “หากเจ้าไม่ชอบรสเผ็ด ประเดี๋ยวอาจะไปหยิบลูกกวาดมาให้เจ้าสักสองสามเม็ด”

“ไม่เผ็ด ไม่เผ็ดเลยขอรับ” ท้ายที่สุดสืออีก็ไม่อาจปฏิเสธความหวังดีได้ เขาขบกรามแน่นฝืนดื่มน้ำขิงถ้วยใหญ่เข้าไปอีกถ้วยหนึ่ง ในใจคิดว่าตนเองเติบใหญ่มากแล้ว ดื่มชาขิงสักถ้วยคงไม่จำเป็นต้องกินลูกกวาดตาม มิฉะนั้นหากเด็กหญิงผู้นั้นรู้เข้าเขาคงไม่พ้นถูกหัวเราะเยาะจนตายเป็นแน่

เมื่อนึกถึงหยุนเชวี่ยเขาก็อดรู้สึกเคืองใจขึ้นมาไม่ได้ เจ้าคนไร้จิตสำนึกนั่น ทันทีที่ได้ยินว่าเขาถูกหวังเอ้อยาผลักจนร่วงตกลงไปในแม่น้ำแทนที่จะสงสารเห็นใจกลับหัวเราะร่วน ครู่นี้ยังมาเยี่ยมเขา แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปที่ใดเสียแล้ว

“เฮ้อ จริงสิ วันนี้เจ้าไม่ต้องทำงานใดทั้งนั้น นอนพักห่มผ้าไว้ให้ดีก็พอแล้ว รอจนกระทั่งร้อนอบอ้าวเหงื่อโซมกายจึงค่อยลุกจากเตียง” แม่นางเหลียนกล่าวกำชับพลางดึงผ้าห่มคลุมกายให้เขา

ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงมารดาของหวังเอ้อยาดังขึ้นจากด้านนอกประตู “สะใภ้รอง ข้าขอดูหน่อย เด็กคนนั้นไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”

แม่นางเหลียนรีบผลักบานประตูกระท่อมออกแล้วรีบปิดกลับทันที ด้วยเกรงว่ากระแสลมหนาวเย็นอาจพัดเข้าไปในห้อง จากนั้นจึงโบกมือพร้อมกล่าวว่า “ยังดีที่น้ำไม่ลึกมากเขาจึงไม่เป็นอันตรายใหญ่โต ดื่มชาขิงแก่สักสองสามถ้วยและให้เขาห่มผ้าคลุมกายไว้ก่อน ไม่นานคงหายดี”

“เฮ้อ ข้าสั่งสอนลูกสาวของข้าไม่ดีเอง ครู่นี้ข้าสั่งลงโทษให้นางคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ที่กำแพงบ้านแล้ว นางทำให้ข้าโกรธไม่น้อย” ใบหน้ามารดาของหวังเอ้อยาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ข้าควรชดใช้ความผิดนี้แทนนาง”

แม้อีกฝ่ายออกตัวเช่นนี้ ทว่าแม่นางเหลียนกลับไม่ได้ใส่ใจเอาความนัก “ทั้งสองยังเล็กอาจหยอกล้อกันเล่นแรงไปสักหน่อย ช่างเถิด เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจไปเลย เด็กเอ้อยานั่นคงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้แน่”

“นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหยอกล้อกันตามประสาเด็กแล้ว ใช่ว่านางเป็นเด็กน้อยไม่รู้ประสาอายุไม่เกินสามขวบเสียเมื่อไร?” มารดาของหวังเอ้อยาเป็นคนมีจิตสำนึก แทนที่จะรอให้ผู้อื่นมาต่อว่าถึงที่และถกเถียงถึงเหตุผล นางกลับเดินทางมากล่าวคำขอโทษและรับผิดแทนลูกสาวเสียก่อน นับว่าทำถูกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่เข้าข้างคนของตนในทางที่ผิด

อันที่จริงแม่นางเหลียนเองก็ยังรู้สึกโกรธเคืองอยู่เล็กน้อย นางคิดว่าหลานสาวตระกูลหวังผู้นี้กระทำสิ่งใดโดยขาดสติยั้งคิด ใช้แต่อารมณ์เป็นใหญ่จนเกินไป วันนี้โทสะทำให้นางผลักคนให้ตกลงไปในแม่น้ำที่หนาวเหน็บ ไม่แน่ว่าวันข้างหน้านางอาจทำให้คนถึงแก่ชีวิตได้ ทว่าเมื่อผู้เป็นมารดาเอาแต่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของตนอย่างไม่หยุดปาก ทำให้นางไม่อาจว่ากล่าวคำใดรุนแรง ทั้งยังต้องคอยปลอบประโลมอีกฝ่าย

“เรื่องนี้ต้องโทษที่ข้า ข้าเลี้ยงดูนางอย่างตามใจมาโดยตลอดเสียจนเคยตัว โชคดีเหลือเกินที่ไม่เกิดเรื่องใดร้ายแรงขึ้น หากไม่แล้วข้านี่แหละจะตีนางให้ตายคามือ!” มารดาของหวังเอ้อยาจ้องมองไปยังกระท่อมน้อยหลังนั้นก่อนกล่าวต่อ “ไม่ได้ ถึงอย่างไรข้าก็ต้องกล่าวคำขอโทษต่อหน้าเขา”

ผมเผ้าของสืออีแผ่กระจายทั่วหมอน เขาใช้ผ้าห่มพันห่อร่างไว้อย่างแน่นหนาราวก้อนบ๊ะจ่าง สายตามองไปยังสตรีอีกคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าที่เดิมทีขาวผ่องอยู่แล้วยิ่งซีดจางเข้าไปใหญ่ หนำซ้ำครู่นี้เขาเพิ่งจะดื่มชาขิงแก่ร้อน ๆ เข้าไป ความเผ็ดของมันส่งผลให้ขอบตาแดงระเรื่อเล็กน้อย เรือนผมสีเข้มดำขลับคล้ายน้ำหมึกดูแล้วงดงามราวกับภาพเขียน

มารดาของหวังเอ้อยาลอบทอดถอนใจ นับตั้งแต่เกิดจนอยู่มาครึ่งชีวิตนางไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลาถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่แปลกใจเลยที่ลูกสาวของตนใฝ่ฝันใคร่ตามติดเขาราวยักษ์มาร คิดแต่จะแต่งงานออกเรือนกับเขาให้จงได้

สืออีรู้สึกไม่สบายใจเมื่อถูกจับจ้องเช่นนั้น เขายื่นมือออกมาจากผ้าห่มและสัมผัสปลายจมูกของตนเองอย่างเคอะเขิน คิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นถึงความสงสัย

มารดาของหวังเอ้อยาตระหนักทันทีว่าตนเผลอเสียมารยาทเข้าแล้ว จึงรีบละสายตาพลางเปล่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ

“นางคือท่านป้าสะใภ้ตระกูลหวัง เจ้าอย่าเกรงกลัวไปเลย นางไม่วางใจในความปลอดภัยของเจ้าจึงใคร่มาเยี่ยมเยียนให้เห็นกับตา” แม่นางเหลียนหัวเราะ “ข้าบอกนางแล้วว่าเจ้ายังเยาว์วัย ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ล้มป่วยรุนแรงแต่อย่างใด นางมาที่นี่ก็เพื่อกล่าวคำขอโทษ”

“อ้อ” สืออีพยักหน้าอย่างสุภาพ หางตาและริมฝีปากโค้งขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มบาง “ข้าปลอดภัยดีแล้วขอรับ ทำให้ท่านป้าสะใภ้เป็นห่วงแล้ว”

“ดูคำพูดของเจ้าสิ เดิมทีก็เป็นบุตรสาวของข้าที่ทำผิดต่อเจ้าอยู่แล้ว” ใบหน้าของมารดาของหวังเอ้อยาปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้าง ถึงกระนั้นก็ยังลอบถอนหายใจภายในใจ เด็กหนุ่มสุภาพรู้มารยาทเช่นนี้กลับไร้ซึ่งวาสนาต่อบุตรสาวของนางเสียแล้ว

“เป็นเพราะตัวข้าเองที่ยืนไม่มั่นคง ท่านป้าอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย” สืออีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางกระชับผ้าห่มคลุมกายให้แน่นขึ้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม สีหน้าอ่อนโยน พยายามรักษาระยะห่างอย่างเกรงใจ

มารดาของหวังเอ้อยาถึงขั้นกล่าวคำใดไม่ออกนิ่งไป สืออีซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำกลับไม่ถือโทษโกรธเคือง ทั้งยังแสดงท่าทีสุภาพเป็นอย่างยิ่ง ทำให้นางไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไรดี ทำเพียงเอ่ยกำชับกับเขาไว้หลายประโยคให้ดูแลความอบอุ่นของร่างกายอย่าให้ทรุดลงอีก ก่อนลุกขึ้นและกล่าวคำอำลา

ก่อนจากไปนางยังกล่าวกับแม่นางเหลียนด้วยความเสียดายอย่างหาที่เปรียบมิได้ “เฮ้อ ช่างเถิด ฝืนไม่ได้ ฝืนชะตาลิขิตไม่ได้…”

มารดาของหวังเอ้อยาเพิ่งจากไปได้ไม่นาน เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง

สืออีเอนกายพิงหัวเตียงอย่างเบื่อหน่าย หรี่ตามองแวบหนึ่ง จึงเห็นว่าเป็นศีรษะเล็ก ๆ ที่โผล่เข้ามา ไม่นานนักจึงขยับเข้ามาให้เขาเห็นทั้งตัวพร้อมกับกระแสลมเย็นเยียบที่พัดเข้ามาตามช่องประตู

ได้ทีเขาจึงทำเป็นขยับเปลือกตาอย่างอ่อนแรง ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างน่าอนาถ เส้นผมตกลงมาปรกปิดบังใบหน้าด้านข้างไปครึ่งหนึ่ง

“หยุดเสแสร้งได้แล้ว” หยุนเชวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ท่านแม่ของข้าบอกว่าเจ้าสบายดี ไม่เป็นอะไรร้ายแรง”

“ข้าแสร้งทำเป็นเข้มแข็งด้วยเกรงว่าท่านอาจะเป็นห่วง” สืออีพยายามหดคออย่างน่าสงสาร ร่างกายสั่นสะท้าน “ในแม่น้ำนั่นเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง เจ้าไม่ร่วงตกลงไปเองจะรู้อะไร? คงไม่มีทางยืนพูดโดยไม่ปวดหลังเช่นนี้”

หยุนเชวี่ยเห็นท่าทางเสแสร้งแกล้งทำของเขาก็อดหัวเราะไม่ได้ นางเลิกคิ้วขึ้นก่อนกล่าวออก “เจ้ายังกล้าพูดอีก เป็นบุรุษอกสามศอกทั้งคนกลับถูกหญิงสาวผลักจนตกลงไปในแม่น้ำ ช่างอ่อนแอยิ่งกว่าเด็กหญิงตัวน้อยเสียอีก”

สืออีค้อนขวับและแสดงท่าทีของเด็กหญิงตัวน้อยที่อีกฝ่ายว่าทันที โดยใช้นิ้วมือเรียวงามเกี่ยวทัดเส้นผมไว้ที่ข้างหูพลางกล่าวเสียงแผ่วเบา “เทียบกับหวังเอ้อยาแล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าข้าต่างหากที่เป็นเด็กสาวผู้น่าสงสาร…”

“น้ำไหลเข้าสมองเจ้าไปแล้วหรืออย่างไร?” หยุนเชวี่ยจ้องมองร่างกายที่สั่นงกเพราะความหนาวและดวงตาแดงก่ำที่ ‘น่าสงสาร’ ของอีกฝ่าย แต่แล้วกลับกลอกตาเพราะเห็นศักยภาพของชายร่างใหญ่อีกคนที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเขา

“เจ้ามันไร้จิตสำนึก ข้าเกือบจะถูกน้ำเย็นแช่แข็งให้ตายอยู่แล้ว” สืออีกระชับผ้าห่มพลางตัดพ้อ

“เจ้าเลิกออดอ้อนได้แล้ว น่าขยะแขยงจะตายชัก” ใบหน้าของหยุนเชวี่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างประหลาด ใจหนึ่งต้องการลูบศีรษะเขาเพื่อปลอบโยน ทว่าอีกใจหนึ่งกลับต้องการตบท้ายทอยของเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

สืออีหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ดวงตาสีดอกท้อและหางตาคมเฉี่ยวคู่นั้นกะพริบปริบ ภายในแววตาแดงก่ำยังคงชุ่มชื้นเพราะความหนาวเย็นจากแม่น้ำ แต่แล้วก็ถูกความอบอุ่นภายในห้องเจือจางให้ระเหยกลายเป็นไอ ทำให้เกิดความพร่ามัวไปชั่วขณะหนึ่ง

“ท่านแม่ต้มชาขิงแก่ร้อนเอาไว้ ประเดี๋ยวข้าจะไปยกมาให้เจ้า” หยุนเชวี่ยเผยสีหน้าบูดบึ้งทว่ายังจับจ้องใบหน้าของเขาไม่วางตา

“ข้าดื่มเข้าไปสามถ้วยแล้ว” สืออีหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมเอียงคอมอง สายตาจับจ้องไปยังมือของหยุนเชวี่ยที่ไพล่ไว้ด้านหลังก่อนเลิกคิ้วและเอ่ยถาม “นั่นอะไรรึ?”

หยุนเชวี่ยแกว่งของในมือไปมาก่อนโยนมันลงบนเตียง ที่แท้ก็เป็นกล่องหมากรุก

สืออีโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มทันที “เจ้าใคร่แข่งกับข้างั้นหรือ?”

“มีเงื่อนไขยิ่งกว่านั้นอีก” หยุนเชวี่ยยกเก้าอี้ตัวเล็กมาตั้งไว้เพื่อใช้วางกระดานหมากรุกก่อนหันหน้าไปทางเขา “มาเถิด ผู้ใดแพ้จะต้องออกไปนอนข้างต้าหวงแล้วส่งเสียงเห่าให้เหมือนมัน”

“เจ้าแน่ใจหรือ?” สืออีอมยิ้มพลางใช้สายตาสำรวจนางตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เหตุใดเจ้าต้องมองข้าเช่นนั้นด้วย? ผู้ที่จะพ่ายแพ้ไม่ใช่ข้าเสียหน่อย” หยุนเชวี่ยแบ่งตัวหมากออกเป็นสองฝั่ง จัดเรียงตัวหมากให้เรียบร้อยแล้วจึงเชิดคางขึ้น

“ข้าต่อให้เจ้าสามก้าว” สืออีลูบปลายจมูกแสร้งทำเป็นลังเล “ช่างเถอะ ต่อให้ห้าก้าวดีกว่า จะได้ไม่มีใครบางคนแถวนี้งัดกลอุบายออกมาใช้ กล่าวหาว่าข้าเป็นชายตัวใหญ่รังแกเด็กหญิงตัวเล็ก”

“เชอะ…” หยุนเชวี่ยส่งสายตาดูแคลนให้เขา “เจ้ากลัวว่าตนเองจะแพ้แล้วเสียหน้าจึงมองหาทางลงกระนั้นรึ?”

“เช่นนั้นก็ย่อมได้” สืออียิ้มพลางพยักหน้า “หากเจ้าร้องไห้ขึ้นมาข้าไม่ขอปลอบโยนเจ้าก็แล้วกัน”

“ไก่ล้วนมีดีแค่ปากจิก”

“เจ้ากำลังกล่าวถึงตัวเองอยู่หรือ?”

เกมหมากรุกเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองแข่งกันก่อนถึงสองรอบ ยากที่จะสรุปผลแบ่งแต้มกันได้ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วก้านธูป…

สืออีใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนอีกข้างใช้ปลายนิ้วเคาะขอบกระดานเป็นจังหวะ “นี่ ยังเดินต่อไม่ได้อีกหรือ? เพียงก้าวเดียวเท่านั้นไม่เห็นต้องคิดใคร่ครวญให้มากเสียหน่อย? ทางซ้ายหรือขวาก็ต้องแพ้อยู่ดี อย่าเคร่งเครียดไปเลย”

“เจ้าหยุดพูดพล่ามเสียทีเถอะ” หยุนเชวี่ยเกาศีรษะอย่างไม่อดทนอีกต่อไป “ข้าเสียสมาธิเพราะเสียงของเจ้า”

“หากเจ้าเกาทึ้งผมอีกครั้งเห็นทีคงหัวล้านพอดี” สืออีหลุบตาลง ยื่นมือไปดีดหน้าผากของนางแผ่วเบา “ยอมรับว่าตนพ่ายแพ้เกมหมากเป็นเรื่องยากขนาดนั้นเชียวหรือ? อีกอย่างการแพ้ผู้ที่เชี่ยวชาญกว่าเช่นข้าไม่ใช่เรื่องน่าอับอายเสียหน่อย”

“ไปเถอะ ไปเถอะ” หยุนเชวี่ยผลักมือของเขาออก ใบหน้าฉายชัดไปด้วยความไม่พอใจ ถึงกระนั้นก็ยังกล่าวเสียงขรึม “กล้าเดิมพันก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ แค่เลียนแบบเสียงเห่าของสุนัขเท่านั้นเอง!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 366 ไก่ล้วนดีแต่ใช้ปากจิก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Jan1960

    กำลังเข้มข้นเลย ผู้หญิงบางคนช่างหน้าไม่อายจริงๆ

    22/12/2022 at 3:50 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.