ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 912-1 เจริญรุ่งเรือง
ตอนที่ 912-1 เจริญรุ่งเรือง
พระชายาอวี้ชินอ๋องในตอนนี้กลายเป็นบุคคลที่พวกผู้หญิงอยากเป็นมากที่สุด
เมื่อพูดถึงนาง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ทำให้พวกคุณหนูที่รอออกเรือนอิจฉา แต่ไม่ว่าจะคนที่รอออกเรือนหรือออกเรือนไปแล้วต่างก็อิจฉา
และก็ไม่ใช่แค่ที่ได้อภิเษกกับอวี้ชินอ๋อง แต่เป็นอิจฉาในทุกด้าน
พระชายาอวี้ชินอ๋องอภิเษกในขณะที่มีอายุครบสิบแปดปี
พิธีแต่งงานหรูหรา จวบจนทุกวันนี้ชาวบ้านก็ยังกล่าวขวัญ
เมื่อชาวบ้านพูดถึงงานวันนั้นต่างก็คุยกันอยู่ในหอน้ำชาอย่างออกอรรถรส
ลือกันไปทั่วเมืองหลวง หลังอภิเษกอวี้ชินอ๋องกับพระชายาสองสามีภรรยาก็ตัวติดกันตลอด มีหลายคนเคยเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน คำพูดชื่นชมแพร่สะพัดไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ต่อมาก็มีข่าวลือในวันเกิดขององค์หญิงใหญ่หรือเหล่าฮูหยินของจวนผู้สำเร็จราชการว่าพระชายาอวี้ชินอ๋องตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่น่ายินดีสองชั้น
วันนั้นแม้แต่ฮ่องเต้ก็ได้ข่าว อัครเสนาบดีลู่ดีใจเมายกใหญ่
หลังจากที่อัครเสนาบดีลู่เมาก็อยากจะแจกภาพเขียนให้บรรดาแขกเหรื่อ แจกของล้ำค่าให้ทุกคนออกไปมากมาย แสดงให้เห็นว่าดีใจที่จะมีเหลนขนาดไหน
ไม่เก็บของล้ำค่าตายตัวพวกนั้นแล้ว
อัครเสนาบดีลู่เริ่มนับวันเวลาถอยหลัง พลิกปฏิทินทำเครื่องหมายถูกทุกวัน ตระกูลลู่กำลังจะต้อนรับของล้ำค่าอย่างแท้จริงแล้ว
เดิมทีคิดว่าพระชายาอวี้ชินอ๋องจะระมัดระวังเป็นพิเศษ เหมือนคนท้องทุกคน ดูแลบำรุงครรภ์อยู่ในจวน
แต่ต่อมาพระชายาอวี้ชินอ๋องกลับทยอยเปิดร้านต่างๆ ตัดริบบิ้นเปิดสำนักศึกษา
ได้ยินว่าร้านต่างๆ ที่อยู่ในนามของพระชายาอวี้ชินอ๋องมาจากครอบครัวฝ่ายตัวเองให้บ้าง ครอบครัวสามีให้บ้าง และยังมีทรัพย์สมบัติของส่วนตัวของอวี้ชินอ๋อง กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ รวมกันแล้วมีหลายสิบแห่ง
มีคนสมบูรณ์แบบที่ไหนกัน
พระชายาอ๋องคนนี้เคยแต่งหนังสือ คิดดูก็รู้ว่ามีคงหนังสือเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เด็กจนโต ผู้มีความรู้ไม่สนวัตถุ แถมอายุยังน้อย จะทำงานไม่ค่อยเป็นหรือเปล่า
ในขณะที่หลายคนกำลังสบประมาท ร้านรวงต่างๆ ที่อยู่ในนามของพระชายาต่างมีแขกมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย
แค่คิดดูก็รู้ว่า ถ้าผู้คนได้รู้ว่าไม่เพียงแต่พระชายาอวี้ชินอ๋องจะเป็นเจ้านายของร้านรวงต่างๆ ยังเป็นนักออกแบบให้แต่ละร้านด้วย หลากหลายรูปแบบที่มาจากฝีมือการออกแบบของนาง
ร้าน ‘สารพัดเป๋า’ ของซ่งฝูหลิงอยู่ติดกับร้านขนมแห่งความสุขของย่าหม่า
ทางนี้ขายขนมกินคู่น้ำชา กลิ่นหอมโชยอบอวล พอออกจากร้านขนมเลี้ยวขวาก็จะเป็นอาคารสามชั้นอยู่ข้างๆ ขายสารพัดกระเป๋าหนังสือทำมือรูปแบบต่างๆ มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง มีตะกร้าเตรียมสอบ กระเป๋าลาก กระเป๋าสตางค์ที่เหมาะกับใส่เงินทองแดงและเหรียญเงินของยุคโบราณ ยังมีรถเข็นเด็ก เป็นต้น
ในที่นี้ถ้าใครอยากได้ผ้าก็มีขาย อยากได้หนังสัตว์ก็มีขาย อยากได้เครื่องจักสานก็มีตะกร้าสานที่แสนสะดุดตาขาย
สตรีเจ้าเรือนออกมาซื้อของก็ซื้อตะกร้าสานที่สวยงามแบบนี้เอาไปไว้ใส่ของได้
ใส่ขนม ใส่ผลไม้เชื่อม บนตะกร้ามีฝาปิด จะได้ไม่ต้องใช้ผ้าคลุมแบบเช่นเคย
ของที่สอดรับกับท้องถิ่นก็มี แขวนอยู่ตรงกลางแท่นจัดแสดงที่ชั้นล่าง ของที่ราคาแพงย่อมขาดไม่ได้
กระเป๋าที่เต็มไปด้วยไข่มุก เต็มไปด้วยเพชรนิลจินดา
ยังมีกระเป๋าแบบอื่นๆ อีก ใช้ตาแมวหรือพลอยแดง มรกต บุษราคัม ทับทิม อำพัน หยกขาว โมรา เป็นต้น เอามาทำเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นของที่มีราคาแพงที่สุดในร้าน
ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนจุดกระแส
บรรดาสตรีมีฐานะในเมืองหลวงพากันหิ้วกระเป๋าราคาแพงที่สุดเพื่อเชิดหน้าชูตา กระแสนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ต่อให้ไม่ใช่ตัวเองหิ้วก็ต้องให้คนรับใช้ข้างกายหิ้ว เอาไว้ใส่ของสำคัญเวลาออกไปข้างนอก หรือซื้อให้ลูกสาวใช้ ใส่ผ้าเช็ดหน้าใส่เครื่องหอมเวลาไปเป็นแขกจวนอื่น
ทั้งหมดที่กล่าวมายังถือเป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าพูดถึงพระชายาอวี้ชินอ๋อง นอกจากจะมีร้านกระเป๋าตามเมืองต่างๆ แล้ว ยังมีร้านเครื่องประดับที่แตกสาขาออกไปอีกด้วย ร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงคือสาขาใหญ่
ลำพังแค่เครื่องประดับสำหรับพิธีปักปิ่นของเด็กสาวก็มีถึงสองตู้ในร้าน
มีทั้งปิ่นสำหรับพิธีปักปิ่น กิ๊บติดผม เชือกผูกผมของเด็กสาวทั่วไป ผ้าคลุมผม สายมัดผม แม้แต่กล่องรวมมิตรที่ภายในบรรจุหวี ชุดชั้นในสตรี ถุงเท้า ที่ด้านบนทำเป็นสีเงินทองก็ยังมี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ‘ช้อนทอง’ สำหรับเด็กแรกเกิด รวมถึงเครื่องประดับในพิธีแต่งงาน
รูปแบบมีสารพัดหลากหลาย ทั้งรูปสัตว์หรือดอกไม้นานาชนิด จะประดับอัญมณีระยิบระยับก็มี
นอกจากนี้ยังมีแหวนหลายแบบ ปิ่นระย้า ปิ่นปักผม สร้อยคอ ต่างหูกระดุม ต่างหูระย้า กำไล สร้อยข้อมือ สร้อยข้อเท้า เข็มกลัดติดหน้าอก เครื่องประดับไหล่ เข็มขัด สร้อยคล้องเอว ของประดับกระโปรง ของประดับรองเท้า เป็นต้น
พระชายาอ๋องได้ส่งของเหล่านี้ไปให้พระสนมกุ้ยเฟยและพระสนมคนอื่นๆ ในวังใช้ กอปรกับนางก็ใช้เองด้วย ให้บรรดาฮูหยินของจวนผู้สำเร็จราชการใช้ ให้พวกคุณหนูตระกูลลู่ที่ออกเรือนไปแล้วใช้ มีน้องสะใภ้แบบนี้ยังจะเอาอัญมณีมาประดับหัวอีกเหรอ บางครั้งก็จะเย็บติดกระโปรง มีประกายระยิบระยับ ใส่ออกมาก็สวย
พระชายาอวี้ชินอ๋องยังมักออกแบบรุ่นเฉพาะ แค่คิดดูก็รู้ว่าเอาแค่ร้านเครื่องประดับที่มีอยู่หลายแห่งก็ทำให้นางมีรายได้เป็นกอบเป็นกำเข้าทุกวันแล้ว
คิดว่านางรวยไหมล่ะ
นางแต่งงานกลับกลายเป็นคนที่รวยขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่ย่าแท้ๆ ของนางยังถอนหายใจ ดูท่าเมื่อก่อนฐานะทางบ้านจะฝังกลบพั่งยาไว้ ก่อนหน้านี้หลานของนางลองผิดลองถูกมานานก็เพราะไม่มีโอกาสให้แสดงความสามารถ
ตอนนี้มีโอกาสแล้วนี่แหละผลลัพธ์
มีลู่พั่นหนุนหลัง ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จะขวางไม่อยู่แล้ว
สิ่งที่ทำให้พวกคุณหนูรู้สึกอิจฉาซ่งฝูหลิงไม่ใช่ความสามารถในการหาเงินของพระชายาอวี้ชินอ๋อง
อย่างไรเสียพวกคุณหนูก็ยังไม่ประสีประสาต่อโลกภายนอก ไม่รู้เรื่องข้าวของราคาแพง และก็ไม่ได้มีหน้าที่คุมเงินในบ้านเหมือนแม่ของพวกนาง
แต่พวกคุณหนูพบว่าหลังจากที่พระชายาอวี้ชินอ๋องอภิเษก อยู่ๆ ก็ก้าวกระโดดเป็น ‘ผู้อาวุโส’ ของพวกนาง
ไม่ได้อยู่บนลู่วิ่งเดียวกันแล้ว
เวลาพวกนางเจอพระชายาอวี้ชินอ๋องจะต้องทำความเคารพพร้อมเรียกว่า ‘เจ้าสำนัก’
สำนักศึกษาสตรีจะมีสอบทุกเดือน ผลสอบเปิดเผย แต่ละจวนรู้ได้
ผลสอบไม่ดีก็ขายหน้า รู้หรือเปล่าเดี๋ยวนี้เวลารวมตัวคุยอะไรกัน คุยเรื่องผลสอบ พวกเด็กผู้หญิงอายุสิบเอ็ดสิบสองปีคุยเรื่องเขียนการบ้านเสร็จหรือยัง
ไปเป็นแขกจวนอื่น ฮูหยินของจวนเอ่ยปากถาม “ร่ำเรียนในสำนักศึกษาสตรีหรือไม่ ผลการเรียนเป็นอย่างไร”
แค่คิดดูก็รู้ว่าใครจะกล้าล่วงเกินคนที่ใหญ่สุดในสำนักศึกษาได้
ณ สำนักศึกษาสตรี
ซ่งฝูหลิงประคองท้องที่เริ่มนูนออกมาลงจากรถม้า บรรดาคุณหนูทำความเคารพ “ท่านเจ้าสำนัก”
ซ่งฝูหลิงพยักหน้าเล็กน้อย ถูกเจิงหมอมอประคองเดินเข้าไปด้านใน
เจ้าสำนักซ่งมักหาเวลาไปเดินตรวจดู
นางไม่ค่อยสนใจพวกวิชาดนตรี งานฝีมือสตรี ห้องร่ายรำ แข่งม้า ยิงธนู วิชาป้องกันตัว ปรุงเครื่องหอม ตัดแต่งประดับดอกไม้ ห้องเรียนมารยาทและพิธีต่างๆ การแยกสมุนไพร เป็นต้น
แต่ ‘คลาสสายศิลป์’ ‘คลาสสายวิทย์’ อันหนึ่งเป็นพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ อีกอันเป็นคลาสสำหรับให้สตรีเรียนรู้การบริหารเงินในครอบครัว พวกนี้สำคัญมาก และเป็นหัวข้อสำคัญในการสอบ ส่วนวิชาอื่นเลือกเรียนได้
และนางเพิ่งเปิดคลาส ‘ภาษาต่างแคว้น’ หรือก็คือสอนภาษาอื่น นางมักจะยืนอยู่ที่ประตูหลังแอบเปิดม่านดู
นางกลัวว่าคุณหนูพวกนี้จะรังแกนักพรตหญิงที่นางหามาสอนอย่างยากลำบาก
นอกจากนี้คลาสที่ทำให้ซ่งฝูหลิงต้องทุ่มความสนใจเป็นพิเศษนับตั้งแต่เปิดสำนักศึกษามา ถึงขั้นที่ลงไปสอนด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้งนั่นก็คือ ‘คลาสเด็กเล็ก’
ในสำนักศึกษาสตรีมีเด็กเล็กจำนวนมากที่ยังไม่ถึงวัยเข้าเรียน พวกเขามีคลาสทดลองโดยเฉพาะ
คลาสทดลองวิทยาศาสตร์ คลาสงานฝีมือ ทำของเล็กๆ น้อยๆ ให้พ่อแม่ด้วยตัวเอง ยังมีตั้งแต่ทำปืนขนาดเล็กจากไม้ไปจนถึงเลียนแบบปืนใหญ่ มีคลาสศิลปะ เป็นต้น
ซ่งฝูหลิงหวังว่าการมาของครอบครัวนางไม่เพียงแต่จะสร้างความน่าสนใจในหลายๆ ด้านให้ยุคสมัยนี้ จะเป็นการดีที่สุดหากเด็กๆ เหล่านี้เติบโตและพึ่งพาความคิดจินตนาการของตัวเองสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้แต่ละวงการแต่ละอาชีพ
ไม่เพียงแต่เจ้าสำนักซ่งจะต้องออกแผนการสอน ยังต้องสอนพวกสาวใช้ใหญ่ที่คัดมาจากจวนลู่ ต้องเอาให้ได้ถึงขั้นที่ว่าพวกสาวใช้ใหญ่มาสอนพวกเด็กเล็กที่สำนักศึกษาได้ อธิบายเป็น ไม่ใช่แค่สาธิตเป็น แต่ถามอะไรก็ตอบไม่ได้