Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 62 เจอคู่อริเก่า

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
  3. บทที่ 62 เจอคู่อริเก่า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 62 เจอคู่อริเก่า

เสียงของอันจิ่วเม่ยแผ่วเบาราวกับเสียงลม แต่ลู่เหอฟังทุกคำด้วยความสนใจ สายตาของเขาเริ่มมีประกายแห่งความหวัง พยักหน้าหงึก ๆ ตอบรับ

ที่มาของสูตรนี้ มันเป็นหนึ่งในความรู้ที่อันจิ่วเม่ยได้มาจากกองหนังสือในมิติของเธอ

บางครั้งที่เธอแวะเข้าไปในมิตินั้นเพื่อเล่นกับเหล่าปลาคาร์ฟน้อย เธอก็มักจะไปนั่งอ่านหนังสือในโซนกองหนังสือ เธอเชื่อว่าตราบใดที่มีความรู้ เธอก็จะไม่มีวันอดตาย

หลังจากบอกสูตรเสร็จ อันจิ่วเม่ยถอยออกมาเล็กน้อย สังเกตสีหน้าของลู่เหอ

ลู่เหอชะงักไปทันที ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้น เขามองอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาฉงน ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงให้คำแนะนำแบบนี้กับเขาแถมยังบอกสูตรอีกต่างหาก

แน่นอนว่าเขารู้ว่าคำแนะนำนี้ดีและมีประโยชน์มาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอันจิ่วเม่ยก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรเลย

พวกเขาเจอกันโดยบังเอิญเหมือนการพบกันในห้องน้ำสาธารณะ ทำไมเธอถึงต้องมาช่วยเขาขนาดนี้ด้วย?

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ไม่อนุญาตให้มีการขยายธุรกิจส่วนตัว คนแบบลู่เหอถูกเรียกว่า ‘พ่อค้าผี’ เพราะคนกลุ่มนี้จะมักลักลอบขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น อันจิ่วเม่ยกลับไม่ได้รังเกียจเลยสักนิด เธอยังแสดงความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเขาอย่างเปิดเผย ราวกับเป็นพี่เลี้ยงที่คอยชี้แนะแนวทางด้วยความหวังดีอย่างที่สุด

ด้วยประสบการณ์ในการเป็นพ่อค้า ลู่เหอไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่จะหลงกลง่าย ๆ สมองอันว่องไวของเขาเริ่มครุ่นคิดทันทีว่า อันจิ่วเม่ยอาจซ่อนแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลังท่าทีมีน้ำใจนี้

“ขอบคุณสหายอันมาก นี่เป็นความคิดที่ดีมาก…” ลู่เหอเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ทำไมคุณถึงไม่คว้าโอกาสไว้เสียเอง แล้วกลับมาบอกผมแบบนี้ล่ะ?”

ลู่เหอพูดทิ้งท้ายไว้อย่างมีเลศนัย โดยไม่สบตาอันจิ่วเม่ย แม้แต่น้อย แต่ยังคงจัดการกับข้าวของบนรถเข็นอย่างไม่ใส่ใจ

“ฉันก็อยากทำเหมือนกันนะ” อันจิ่วเม่ยตอบกลับมาอย่างลึกลับ “แต่ดูเหมือนว่า…ยังไม่ถึงเวลาของฉัน”

อันจิ่วเม่ยยังไม่กล้าเอ่ยปากเรื่องความร่วมมือกับเขา ด้วยใจที่เต้นตึกตัก เธอรู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ การพูดออกไปคงเหมือนเด็กฝันกลางวัน ยังไงก็ต้องรอให้ตัวเองทำผลงานดี ๆ ออกมาก่อนค่อยคุยโวดีกว่า

ลู่เหอเป็นชายหนุ่มที่ฉลาดหลักแหลม เขาอ่านออกว่าสาวน้อยยังไม่พร้อมเปิดใจ เขาจึงไม่ได้รุกไล่ คิดในใจว่าหากได้ร่วมงานกับคนที่ฉลาดเช่นนี้คงสนุกไม่น้อย ธุรกิจต้องการคนที่คิดนอกกรอบแบบนี้แหละ ถึงจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้

“ฮ่า ๆ งั้นผมจะรอนะ” ลู่เหอ พยักหน้ายิ้ม ๆ ในใจเขาวางแผนจะเริ่มลุยโต้วทังตั้งแต่พรุ่งนี้ ใครทำก่อนย่อมรวยก่อน เขาต้องการพาคุณปู่ไปใช้ชีวิตดี ๆ ให้ได้

อันจิ่วเม่ยเข็นจักรยานเดินเคียงข้างลู่เหอ ทั้งคู่คุยกันสนุกสนาน หัวข้อวนเวียนอยู่กับเรื่องธุรกิจ อันจิ่วเม่ยรู้สึกประทับใจในไหวพริบของลู่เหอ จนเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าการร่วมงานในอนาคตต้องปังแน่ๆ

สองหนุ่มสาวเดินมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว อันจิ่วเม่ยกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง ทักทายผู้คนด้วยรอยยิ้มกว้างเกินหน้า เธอตั้งใจจะให้ทุกคนเห็นถึงความ ‘ยากจนแสนสาหัส’ ของตัวเอง ที่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองมาใช้

ชาวบ้านคนหนึ่งเห็นดังนั้นก็อดแขวะไม่ได้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “โอ้โห! ดีจริงนะ ซื้อของมือสองยังมีคนมาส่งถึงบ้าน ช่างเป็นคนจนที่มีระดับเสียจริง ๆ”

แม้คำพูดจะฟังดูขำขัน แต่สีหน้าและแววตาที่แสดงความรังเกียจของเขาก็ซ่อนไม่มิด ราวกับกำลังสวมหน้ากากที่โปร่งใสให้เห็นถึงความรู้สึกที่แท้จริง

เดิมทีพวกเขาอิจฉาที่อันจิ่วเม่ยได้อยู่ในบ้านใหม่ แต่พอเห็นเธอซื้อข้าวของเก่ามาใช้ ก็กลายเป็นว่าพวกเขากลับยิ่งมองเธอด้วยสายตาที่หมิ่นแคลนยิ่งขึ้น

‘บ้านหลังใหม่เอี่ยม แต่ข้าวของเก่าโทรมน่าอาย คิดแล้วน่าสมเพชจริง ๆ’ พวกเขาคิดในใจ

อันจิ่วเม่ยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเยาะเย้ยนั้น เธอยังคงกระโดดโลดเต้นนำลู่เหอไปต่ออย่างร่าเริงเหมือนเด็กน้อยที่จะได้ของเล่นใหม่

ดวงตาของเธอเปล่งประกายไปด้วยความสุข แม้ว่าแดดยามบ่ายจะร้อนระอุ คนงานในทุ่งนายังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่มีเพียงคนว่างงานบางคนเท่านั้นที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้าน

ระหว่างทาง โชคร้ายที่อันจิ่วเม่ยกลับต้องเผชิญหน้ากับคู่อริเก่า เพ่ยอิงและห่าวอู๋ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ ทั้งคู่เดินจูงมือกันอย่างสนิทสนม รอยยิ้มบนใบหน้าของเพ่ยอิงบ่งบอกถึงความพึงพอใจที่ได้พบอันจิ่วเม่ยในสภาพนี้

อันจิ่วเม่ยพยายามเมินเฉย เดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่แสดงท่าทีอะไร แต่เพ่ยอิงกลับยิ้มเหยียดและเดินเข้ามาหาเธอ ด้วยแววตาที่แฝงด้วยความเหนือกว่า

“ไม่ทันไร หางแกก็โผล่มาแล้วสินะ!” เพ่ยอิงตวาดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาจับจ้องมาที่อันจิ่วเม่ยด้วยความเกลียดชัง

“นี่ขนาดหลี่เจียเฟิ่งยังอยู่บ้านแท้ ๆ แกยังรีบร้อนไปหาผู้ชายคนอื่นเร็วขนาดนี้ ถ้าหลี่เจียเฟิ่งไม่อยู่ แกคงเหิมเกริมยิ่งกว่านี้แน่! นังจิ้งจอก!”

ลู่เหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววไม่พอใจ แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร อันจิ่วเม่ยก็ยกมือห้ามเขาไว้ พร้อมกับหันมายิ้มหวานให้

“รอสักครู่นะคะพี่ชายลู่” เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

อันจิ่วเม่ยหันไปเผชิญหน้ากับเพ่ยอิง โต้กลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “ฮึ! เธออาจจะเป็นแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะต่ำตมเหมือนเธอนะ โชคดีจริง ๆ ที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอไม่รังเกียจเธอ ถ้าเป็นคนอื่น ใครจะกล้าจับมือเธอโดยไม่กลัวติดเชื้อบ้าล่ะ?”

คำพูดนั้นทำให้เพ่ยอิงอ้าปากค้างไปชั่วครู่ เธอไม่เคยคาดคิดว่าอันจิ่วเม่ยจะตอบโต้กลับมาอย่างเฉียบคมเช่นนี้

ทั้งที่เธอเป็นคนเริ่มการเย้ยหยันก่อน แต่ตอนนี้กลับถูกสวนกลับจนแทบจะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก

“ปากเก่งนักนะนังนี่!” เพ่ยอิงตะโกนด้วยความโกรธจัด ใบหน้าแดงกร่ำ เธอกัดฟันแน่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่อันจิ่วเม่ยเหมือนเสือที่ถูกท้าทาย

เพ่ยอิงไม่รู้เลยว่าอันจิ่วเม่ยในวันนี้ไม่ใช่สาวน้อยขี้อายที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป! นอกจากจะฝีปากกล้า ทักษะการปะทะก็ไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว

อันจิ่วเม่ยสะกดกลั้นความโกรธที่สุมอยู่ในใจมานาน เธอไม่ชอบเพ่ยอิงมาตั้งแต่แรก และตอนนี้ โอกาสก็มาถึงแล้ว เธอไม่ปล่อยให้มันหลุดมือแน่!

อันจิ่วเม่ยหันไปตั้งขาจักรยานไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงมือทันทีโดยไม่ลังเล

เมื่อเพ่ยอิงง้างมือเตรียมตบอันจิ่วเม่ย เธอก็ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของเพ่ยอิงไว้ได้อย่างว่องไว เพ่ยอิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ตอบโต้ อันจิ่วเม่ยก็ยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของเพ่ยอิงอย่างแรง ร่างของเพ่ยอิงก็หงายหลังไปตามแรงถีบก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น

การตอบสนองที่รวดเร็วของอันจิ่วเม่ยทำให้ลู่เหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ

เดิมทีเขาคิดจะหยุดรถแล้วรีบเข้ามาช่วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความกังวลของเขาจะเกินความจำเป็นไปเสียแล้ว

ห่าวอู๋ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลเห็นท่าไม่ดี คิดจะเข้ามาช่วยเพ่ยอิง แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ขยับ

อันจิ่วเม่ยก็พลิกตัวมาเตะผ่ากลางเป้าของเขาอย่างรวดเร็ว! ห่าวอู๋ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของเขาแทบจะทรุดลงไปทันที จนหน้าเขียวคล้ำล้มลงก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น เจ็บจนพูดไม่ออก

เพียงพริบตา อันจิ่วเม่ยก็พุ่งขึ้นไปคร่อมร่างของเพ่ยอิงที่ล้มอยู่บนพื้น ใช้ขาทับแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้อย่างแน่นหนา ไม่ให้ดิ้นหลุดได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 62 เจอคู่อริเก่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Pchaya

    ห่าวอู๋เป็นผู้ชาย แต่เดินจับมือกับเพ่ยอิงนี่นะ ถึงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องก็เถอะ

    18/02/2025 at 11:03 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
16/06/2026
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
15/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.